หญิงเวลส์เผยหมอไม่เชื่อคำร้องเรียน จนสามีต้องออกโรง ล่าสุดอาจต้องตัดลำไส้ใหญ่ทิ้ง
สรุปข่าว: ดอนน่า เดวีส์ หญิงวัย 56 ปีจากเวลส์ ต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดเรื้อรังมานานเกือบ 20 ปี หลังเข้ารับการผ่าตัดฝังตาข่ายทางการแพทย์ (vaginal mesh) เพื่อรักษาอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แต่กลับไม่มีใครเชื่อว่าเธอเจ็บปวดจริง จนกระทั่งสามีของเธอต้องออกมาพูดแทน เรื่องราวของเธอถูกเปิดเผยในงานประชุมสุขภาพสตรีที่เมืองคาร์ดิฟฟ์ ซึ่งชี้ให้เห็นปัญหาใหญ่ในระบบสาธารณสุขอังกฤษที่มักมองว่าความเจ็บปวดของผู้หญิงเป็นเรื่อง "ปกติ"
เนื้อหาข่าว
ย้อนกลับไปเมื่อดอนน่า เดวีส์ยังอายุ 30 กว่าปี เธอมีปัญหาปัสสาวะเล็ดหรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แพทย์จึงแนะนำให้ผ่าตัดฝังอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เรียกว่า "ตาข่ายช่องคลอด" (vaginal mesh) เพื่อช่วยพยุงอวัยวะภายใน ซึ่งเป็นวิธีรักษาที่เคยใช้กันแพร่หลายในสหราชอาณาจักร คาดว่ามีผู้หญิงกว่า 100,000 คนที่เคยรับการรักษาด้วยวิธีนี้เพื่อรักษาอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือมดลูกหย่อน
แต่หลังการผ่าตัด ดอนน่ากลับต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทรมานแทบทุกวัน เธอบรรยายความรู้สึกว่าเหมือน "ถูกกระจกบาดทุกครั้งที่ขยับตัว" ทว่าเมื่อเธอไปพบแพทย์เพื่อร้องเรียนอาการ กลับไม่มีใครเชื่อหรือให้ความสำคัญกับสิ่งที่เธอเผชิญ จนกระทั่งสามีของเธอต้องออกมาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง เธอจึงรู้สึกว่าศัลยแพทย์เริ่ม "เชื่อ" ในสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เพียงเพราะคำพูดนั้นมาจากปากของสามี ไม่ใช่จากตัวเธอเอง
สุดท้ายแพทย์ตัดสินใจนำตาข่ายที่ฝังไว้ออก พร้อมสร้าง "สลิง" หรือโครงพยุงจากกล้ามเนื้อของเธอเองขึ้นมาทดแทน ควบคู่ไปกับการผ่าตัดมดลูกทั้งหมดในคราวเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้น ดอนน่าก็ไม่เคยฟื้นตัวจากความเจ็บปวดได้อย่างสมบูรณ์ เธอยังคงเผชิญกับความเจ็บปวดเรื้อรังและอาการปวดปลายประสาทมาจนถึงทุกวันนี้ และล่าสุดกำลังจะต้องเข้ารับการผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่ออก พร้อมใช้ถุงหน้าท้องแบบถาวรไปตลอดชีวิต
ปัจจุบันหน่วยงานสาธารณสุขแห่งชาติอังกฤษ (NHS) ได้ระงับการผ่าตัดฝังตาข่ายลักษณะนี้ไปแล้ว แต่ดอนน่าระบุว่าผู้หญิงในเวลส์อย่างเธอยังคง "ถูกลืม" เพราะไม่มีศูนย์เฉพาะทางสำหรับดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ในเวลส์เลย ขณะที่ประเทศอังกฤษมีศูนย์เฉพาะทางถึง 9 แห่ง
เสียงจากภาครัฐและองค์กรเพื่อสิทธิสตรี
เดลิธ จูเวลล์ รัฐมนตรีด้านสุขภาพสตรีของเวลส์ ยอมรับปัญหานี้และระบุว่าต้องการเสริมความเข้มงวดของกฎระเบียบ เพื่อให้หน่วยงานสุขภาพต้องให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในการออกแบบบริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับตนเองมากขึ้น เธอตั้งคำถามว่ามีผู้หญิงกี่คนที่เคยได้ยินคำว่า "อาจจะเจ็บนิดหน่อยนะ" จากแพทย์ ทั้งที่ความเจ็บปวดไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องปกติ และย้ำว่าระบบสุขภาพต้องให้ความสำคัญกับผู้หญิงมากขึ้น ทั้งในแง่การจัดสรรห้องผ่าตัดและการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์
ด้านอิซาเบล ลินตัน จากมูลนิธิ Fair Treatment for the Women of Wales กล่าวว่า การวินิจฉัยโรคให้ถูกต้องนั้นเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว แต่ปัญหาไม่ได้จบแค่นั้น เพราะการเข้าถึงการรักษาต่อเนื่องก็ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ โดยเฉพาะความยุ่งยากในการส่งต่อผู้ป่วยข้ามเขตพื้นที่สุขภาพในเวลส์ นอกจากนี้เธอยังเตือนว่าสุขภาพผู้หญิงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องสูตินรีเวชหรือประจำเดือนและการตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองและโรคหัวใจและหลอดเลือดที่พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ทั้งยังชี้ว่าผู้หญิงมีความเสี่ยงเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายสูงกว่า เพราะเกณฑ์การวินิจฉัยอาการส่วนใหญ่อ้างอิงจากอาการที่พบในผู้ชายเป็นหลัก
ก้าวต่อไป
งานประชุมสุขภาพสตรีครั้งนี้จัดขึ้นที่ Temple of Peace ในเมืองคาร์ดิฟฟ์ โดยรวบรวมทั้งแพทย์ นักวิจัย และผู้หญิงที่มีประสบการณ์ตรงมาร่วมพูดคุย ผลจากการประชุมจะนำไปสู่การร่างมาตรฐานขั้นต่ำ เพื่อให้เสียงของผู้หญิงยังคงมีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางของแผนสุขภาพสตรี ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 ภายใต้รัฐบาลพรรคแรงงานชุดก่อน
แม้แผนดังกล่าวจะรับฟังความคิดเห็นจากผู้หญิงหลายพันคนในขั้นตอนออกแบบมาแล้ว แต่รัฐมนตรีระบุว่าจะมีการรวบรวมความเห็นเพิ่มเติมอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ เพื่อปรับปรุงจุดที่ยังบกพร่อง เมื่อถูกถามว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ความคืบหน้าล่าช้าออกไปอีกหรือไม่ จูเวลล์ยืนยันว่าเธอ "ตั้งใจจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน" พร้อมยอมรับว่าคิวรอรับบริการด้านนรีเวชวิทยาเป็นหนึ่งในคิวที่ยาวนานที่สุดในระบบสาธารณสุข และไม่อาจปล่อยให้ผู้หญิงต้องทนทุกข์ทรมานรอคอยไปอีกหลายปีได้
ประเด็นสำคัญ
- ดอนน่า เดวีส์ วัย 56 ปี ต้องทนพิษของการผ่าตัดฝังตาข่ายช่องคลอดมานานเกือบ 20 ปี และล่าสุดต้องเตรียมตัดลำไส้ใหญ่ทิ้ง
- เธอไม่ได้รับความเชื่อถือจากแพทย์เกี่ยวกับความเจ็บปวดของตัวเอง จนกระทั่งสามีต้องออกมาพูดแทน
- คาดว่ามีผู้หญิงในสหราชอาณาจักรกว่า 100,000 คนเคยรับการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ ก่อนที่ NHS จะระงับการผ่าตัดดังกล่าว
- เวลส์ไม่มีศูนย์เฉพาะทางดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ ต่างจากอังกฤษที่มีถึง 9 แห่ง
- รัฐมนตรีสุขภาพสตรีของเวลส์เตรียมร่างมาตรฐานใหม่ เพื่อให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมออกแบบบริการสุขภาพมากขึ้น และลดคิวรอรักษาด้านนรีเวชวิทยาที่ยาวนาน
Source: BBC News