กินเห็ดชนิดนี้อาจช่วยเรื่องความจำได้
ประเด็นสำคัญ
- งานวิจัยใหม่ชี้ว่าเห็ดไมตาเกะ (maitake) อาจช่วยสนับสนุนสุขภาพสมอง
- เห็ดชนิดนี้ที่รู้จักกันในชื่อ "hen of the woods" มีความเชื่อมโยงกับการรู้คิดที่ดีขึ้นในผู้สูงอายุ
- ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าการกินเห็ดเพียงอย่างเดียวไม่น่าจะเปลี่ยนสุขภาพสมองได้อย่างมีนัยสำคัญ
เป็นข่าวดีสำหรับคนรักเห็ด เมื่องานวิจัยใหม่ชี้ว่าเชื้อราชนิดหนึ่งมีศักยภาพช่วยเสริมสมอง งานวิจัยนี้เชื่อมโยงการกินอาหารที่เสริมด้วยเห็ดไมตาเกะสายพันธุ์เฉพาะ หรือที่รู้จักกันในชื่อ hen of the woods กับคะแนนการรู้คิดที่ดีขึ้นในผู้สูงอายุ งานวิจัยนี้เปรียบเทียบเห็ดไมตาเกะสองสายพันธุ์กับกลุ่มควบคุม เพื่อประเมินผลของเห็ดต่อการรู้คิด และผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าสนใจไม่น้อย
นี่คือสิ่งที่นักวิจัยค้นพบ พร้อมสิ่งที่นักประสาทวิทยาและนักกำหนดอาหารอยากให้คุณคำนึงถึงเกี่ยวกับผลการศึกษานี้
ผู้เชี่ยวชาญที่ให้ข้อมูล: คลิฟฟอร์ด เซจิล (Clifford Segil) แพทย์ นักประสาทวิทยาแห่งศูนย์การแพทย์พรอวิเดนซ์เซนต์จอห์นส์ (Providence Saint John's Health Center) ในซานตาโมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย, เจสสิกา คอร์ดิง (Jessica Cording) นักกำหนดอาหารที่ได้รับใบอนุญาต ผู้เขียนหนังสือ The Little Book of Game-Changers และเคอรี แกนส์ (Keri Gans) นักกำหนดอาหารที่ได้รับใบอนุญาต ผู้เขียนหนังสือ The Small Change Diet
งานวิจัยพบอะไรบ้าง
การทดลองแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุมนี้ ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Nutritional Science and Vitaminology ติดตามกลุ่มผู้เข้าร่วมสุขภาพดีจำนวน 47 คนในญี่ปุ่น ซึ่งมีอายุระหว่าง 60 ถึง 85 ปี
ผู้เข้าร่วมถูกแบ่งเป็นสามกลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้กินขนมปังสองชิ้นที่มีเห็ดไมตาเกะสายพันธุ์ Y10M ปริมาณ 50 กรัมทุกวัน อีกกลุ่มกินขนมปังที่มีเห็ดไมตาเกะสายพันธุ์ C5304 ปริมาณ 50 กรัม ส่วนกลุ่มที่สามกินขนมปังที่ไม่มีเห็ดเลย ขนมปังทั้งหมดอบพร้อมผงมะเขือเทศและผงหัวหอมเพื่อกลบรสชาติของเห็ด
ก่อนและหลังการทดลองซึ่งกินเวลา 18 สัปดาห์ นักวิจัยให้ผู้เข้าร่วมทำแบบทดสอบหลายชุดเพื่อวัดการรู้คิด แม้คะแนนจากแบบทดสอบการรู้คิดแบบดั้งเดิมจะไม่เปลี่ยนแปลงในทุกกลุ่ม แต่กลุ่มที่กินเห็ดสายพันธุ์ Y10M มีคะแนนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในแบบทดสอบ Montreal Cognitive Assessment (MoCA) ซึ่งเป็นแบบประเมินภาวะการรู้คิดที่ใช้กันแพร่หลาย โดยเฉพาะในส่วนของการจดจำข้อมูล (กลุ่มที่กินสายพันธุ์ C5304 ไม่พบการพัฒนาด้านความจำ)

"งานวิจัยนี้ชี้ว่าการกินเห็ดไมตาเกะอาจช่วยชะลอการเสื่อมของการรู้คิดในผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี" นักวิจัยระบุในบทสรุปของการศึกษา
ทำไมเห็ดชนิดนี้ถึงอาจช่วยเรื่องการรู้คิด
มีข้อควรพิจารณาสำคัญคือ นักวิจัยหลายคนในทีมนี้ทำงานให้กับบริษัทที่ขายผลิตภัณฑ์จากเห็ด และแม้งานวิจัยนี้จะเป็นการทดลองแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุมซึ่งน่าเชื่อถือกว่างานวิจัยเชิงสังเกตการณ์ทั่วไป แต่ผลที่ชี้ว่าสายพันธุ์ Y10M อาจช่วยพัฒนาการรู้คิดบางด้าน ก็ยังต้องมีการศึกษาซ้ำในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้นเพื่อยืนยัน อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่น่าสนใจอีกหลายจุด
นักวิจัยเจาะลึกต่อหลังจากพบความเชื่อมโยงระหว่างสายพันธุ์ Y10M กับการรู้คิดที่ดีขึ้น โดยวิเคราะห์เลือดของผู้เข้าร่วมเพื่อดูเซลล์เพชฌฆาตธรรมชาติ (natural killer cells) ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันแรกของร่างกายเมื่อมีการติดเชื้อ การบาดเจ็บ หรือเมื่อร่างกายต้องซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
พวกเขาพบว่าผู้เข้าร่วมในกลุ่ม Y10M มีเครื่องหมายการกระตุ้นระยะแรกบนเซลล์เพชฌฆาตธรรมชาติเพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกับคะแนนความจำที่ดีขึ้นในแบบทดสอบการรู้คิดด้วย จึงอาจมีความเป็นไปได้ว่าการที่ Y10M กระตุ้นเซลล์เพชฌฆาตธรรมชาติมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านความจำ
แต่ก็อาจมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้องด้วย "เห็ดไมตาเกะมีสารประกอบที่เรียกว่าโพลีแซ็กคาไรด์ รวมถึงเบต้ากลูแคน ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน และส่งผลดีต่อสุขภาพสมองตามมา" เคอรี แกนส์ (Keri Gans) นักกำหนดอาหารที่ได้รับใบอนุญาตกล่าว
เห็ดไมตาเกะยังมีสารเออร์โกไทโอนีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดชัน เจสสิกา คอร์ดิง (Jessica Cording) นักกำหนดอาหารที่ได้รับใบอนุญาตกล่าว "เรื่องนี้สำคัญเพราะความเครียดออกซิเดชันเชื่อว่ามีบทบาทต่อการเสื่อมของการรู้คิดตามอายุและโรคทางระบบประสาทเสื่อม" เธอกล่าวเสริมว่าเห็ดไมตาเกะอาจช่วยสนับสนุนการเผาผลาญน้ำตาลในเลือดได้ด้วย "แต่ยังต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะในมนุษย์"
เห็ดทุกชนิดช่วยเรื่องสุขภาพสมองได้หรือไม่
เห็ดบางชนิดมีชื่อเสียงด้านการเสริมสมองมากกว่าชนิดอื่น "เห็ดไลออนส์เมน (Lion's Mane) เป็นผลิตภัณฑ์จากเห็ดที่มีงานวิจัยชี้ว่าอาจช่วยผู้ป่วยที่มีปัญหาความจำเสื่อมและการรู้คิด" คลิฟฟอร์ด เซจิล (Clifford Segil) แพทย์ นักประสาทวิทยาแห่งศูนย์การแพทย์พรอวิเดนซ์เซนต์จอห์นส์ในซานตาโมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าว แต่เขาบอกว่ากลไกที่แน่ชัดว่าไลออนส์เมนส่งผลต่อสมองอย่างไรยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด นายแพทย์เซจิลกล่าวว่าเป็นไปได้ที่เห็ดไมตาเกะอาจมีผลต่อสมองในลักษณะคล้ายกัน
คอร์ดิงชี้ว่าเห็ดที่กินได้โดยทั่วไปมักมีความหนาแน่นของสารอาหารสูง "เห็ดส่วนใหญ่เป็นแหล่งสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพโดยรวม รวมถึงสุขภาพสมอง เช่น วิตามินบี ทองแดง โพแทสเซียม และซีลีเนียม นอกจากนี้ยังมีสารส่งเสริมสุขภาพอย่างเออร์โกไทโอนีน เบต้ากลูแคน โพลีฟีนอล และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างกลูตาไธโอน" เธอกล่าว
ถึงอย่างนั้นก็ยังยากที่จะบอกว่าการกินเห็ดจะเปลี่ยนสุขภาพการรู้คิดได้อย่างมีนัยสำคัญ "ผมชอบกินเห็ด แต่ผมไม่คิดว่ามันเป็นซูเปอร์ฟู้ดสำหรับสมองขนาดนั้น" นายแพทย์เซจิลกล่าว
ควรปรุงเห็ดชนิดนี้อย่างไร
งานวิจัยนี้ใช้เห็ดไมตาเกะสายพันธุ์เฉพาะใส่ในขนมปัง แต่ไม่ได้ระบุสูตรที่ชัดเจน "เรายังไม่รู้ว่าวิธีปรุงแบบไหนดีกว่ากัน" แกนส์กล่าว อย่างไรก็ตาม เธอชี้ว่าการที่ใส่เห็ดในขนมปังบ่งบอกว่าการปรุงสุกไม่ได้ทำลายประโยชน์ที่อาจมีของเห็ดไมตาเกะ (แม้เห็ดไมตาเกะจะไม่มีขายในซูเปอร์มาร์เก็ตทุกแห่ง แต่ก็มักมีจำหน่ายและติดป้ายว่า "maitake" หรือ "hen of the woods" ในร้านที่มีแผนกผักผลไม้ครบครัน)
"แม้สารอาหารบางชนิดอาจเสื่อมสภาพเมื่อโดนความร้อน แต่โดยรวมแล้วการปรุงเห็ดให้สุกถือว่าเป็นประโยชน์มากกว่า" คอร์ดิงกล่าว "ช่วยให้ย่อยง่ายขึ้น และในบางกรณีก็กินได้ง่ายขึ้นด้วย อีกทั้งอาจช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอาหารบางชนิดได้ดีขึ้น"
หากคุณชอบกินเห็ด รวมถึงเห็ด hen of the woods ก็สามารถกินต่อไปได้ตามใจชอบ แต่ควรตั้งความคาดหวังให้พอเหมาะเรื่องพลังเสริมสมองของมัน "มองเห็ดเป็นแค่ส่วนหนึ่งของอาหารที่ดีต่อสมองโดยรวม ไม่ใช่ทางออกวิเศษเดี่ยวๆ" คอร์ดิงกล่าว "ถ้าคุณกินอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการโดยรวม ไม่ออกกำลังกาย และไม่จัดการเรื่องความเครียดหรือปัญหาการนอนหลับ การเพิ่มเห็ดเข้าไปก็คงไม่ช่วยอะไรมากนัก"
tag:#Mushroom #BrainHealth #Nutrition #เห็ดไมตาเกะ #ความจำ #สุขภาพสมอง #HealthyEating #ผู้สูงอายุ #Wellness #FarangThai