คู่รักที่ยังคลั่งไคล้กิจกรรมเดียวกัน แต่ไม่ได้รักกันเหมือนเดิม มักมีเก้าพฤติกรรมนี้
คู่รักบางคู่ยังสนุกกับการทำกิจกรรมเดียวกัน แต่ความรู้สึกผูกพันทางใจกลับจางลง พฤติกรรมเหล่านี้ช่วยบ่งชี้ว่ากิจกรรมร่วมกันกำลังมาแทนที่ความใกล้ชิดทางอารมณ์
การมีงานอดิเรกและความชอบเดียวกันไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์จะแข็งแรงเสมอไป
บางครั้งคู่รักยังสนุกกับการใช้เวลาทำกิจกรรมเดียวกัน แต่ความผูกพันทางอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลังกลับจางหายไป นั่นไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์จบลงเสมอไป ถ้าความรัก ความเคารพ และความเต็มใจที่จะพยายามยังอยู่ ความหลงใหลก็สามารถกลับมาได้ แต่เมื่อความสนใจร่วมกันกลายเป็น สิ่งเดียว ที่ยึดโยงคู่รักไว้ด้วยกัน พฤติกรรมบางอย่างก็มักจะเริ่มปรากฏขึ้น
นี่คือเก้าพฤติกรรมของคู่รักที่ยังชอบกิจกรรมเดียวกัน แต่ไม่ได้หลงใหลกันและกันเหมือนเดิม
1. ใช้ความยุ่งเป็นข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการใส่ใจกันจริง ๆ

เมื่อพยายามหลีกเลี่ยงบทสนทนายาก ๆ หรือรับมือกับความเงียบ คู่รักที่ขาดความหลงใหลอาจหันไปพึ่งความยุ่งเป็นตัวเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ได้ตั้งใจเสมอไป แต่เป็นปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณต่อความอึดอัดและความเคอะเขินที่มาพร้อมความรู้สึกห่างเหิน
โดยเฉพาะถ้าคู่รักมีความชอบกิจกรรมเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นงาน การออกกำลังกาย หรืองานอดิเรก มันง่ายกว่ามากที่จะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องพยุงเมื่อรู้สึกตึงเครียดหรือมีความบาดหมางอยู่ลึก ๆ
2. คุยกันแค่เรื่องตารางเวลาและเรื่องจุกจิก
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์รู้สึกโดดเดี่ยวคือเมื่อคู่รักเริ่มทำตัวเหมือนรูมเมทมากกว่าคู่รัก นักจิตวิทยา ซิลวานา มิชิ (Silvana Mici) อธิบายว่าในระดับหนึ่งนี่เป็นช่วงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในความสัมพันธ์ แต่เมื่อมันกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ นั่นคือสัญญาณเตือน พวกเขาเริ่มสื่อสารกันแค่เรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวัน เวลาคุณภาพกลับรู้สึกเคอะเขิน และรู้สึกเหงามากกว่าตอนที่อยู่ด้วยกัน เมื่อเทียบกับตอนที่แยกจากกัน
แม้พวกเขาอาจยังพบความหลงใหลในงานอดิเรกและกิจกรรมเดียวกัน แต่จากวิธีที่พวกเขาพูดถึงมันก็เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตื่นเต้นกับตัวกิจกรรมมากกว่าการได้ใช้เวลาร่วมกันหรือเชื่อมโยงกันทางอารมณ์
มันเริ่มให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อนสองคนวางแผนนัดกัน มากกว่าคู่รักที่พยายามรักษาความผูกพันทางใจไว้
3. เลิกจีบกันและกัน
แม้ในตอนที่ใช้เวลาคุณภาพร่วมกันและลองทำกิจกรรมที่ควรจะช่วยสร้างความใกล้ชิดในเดต ก็ยังเห็นได้ชัดว่าคู่รักที่ขาดความหลงใหลเป็นแบบไหน ใช่ว่าพวกเขาจะไม่ตื่นเต้นหรือมีความสุขกับกิจกรรมที่ทำร่วมกัน แต่ความเชื่อมโยงระหว่างกันกลับดูซีดจาง
พวกเขาไม่จีบกันอีกแล้ว ไม่พยายามทำให้อีกฝ่ายหัวเราะ ดูเหมือนห่างเหินกันทางกายภาพ ทั้งหมดนี้บ่งชี้ถึงการขาดความตื่นเต้นและความผูกพันแบบโรแมนติก แม้ในทางเทคนิคพวกเขาจะดูสนุกอยู่ก็ตาม
4. ต้องมีกิจกรรมถัดไปเสมอถึงจะรู้สึกเชื่อมโยงกัน
ความสัมพันธ์ที่แข็งแรงและยั่งยืนถูกสร้างขึ้นจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน คู่รักที่สนุกกับการใช้เวลาร่วมกัน หาความหมายในกิจวัตรประจำวัน และให้เวลากันที่บ้าน มักเป็นคู่ที่อยู่ด้วยกันได้นาน
แต่ถ้าคู่รักหมดความหลงใหลในกันและกันแล้ว ช่วงเวลาธรรมดาเหล่านี้จะน่าตื่นเต้นน้อยลงมาก พวกเขาเลิกที่จะชื่นชมค่ำคืนหลังเลิกงานหนัก ๆ หรือการกอดกันก่อนนอน
นี่คือเหตุผลที่พวกเขาต้องมีอะไรให้รอคอยอยู่เสมอ สำหรับคู่ที่ชอบกิจกรรมเดียวกัน มันคือคืนหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ได้ทำสิ่งนั้นร่วมกัน สำหรับบางคู่ มันคือการวางแผนทริปหรือวันหยุดพักผ่อนอยู่ตลอดเวลา เพราะชีวิตประจำวันร่วมกันไม่น่าตื่นเต้นอีกต่อไปแล้ว
5. หาข้ออ้างให้กับความสัมพันธ์อยู่เรื่อย ๆ

เมื่อใครสักคนมีข้ออ้างนับล้านว่าทำไมต้องทนกับพฤติกรรมของคู่รัก หรืออยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีความหมายใด ๆ กับตัวเอง พวกเขาก็อาจกำลังห่างเหินกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่น คู่รักที่ชอบสิ่งเดียวกันอาจใช้ความเข้ากันได้เป็นข้ออ้าง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วความสนใจร่วมกันเพียงอย่างเดียวไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดยั่งยืนได้
คนจำนวนมากมีความสนใจร่วมกับเพื่อนและเข้ากันได้กับคนรู้จัก แต่นั่นไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์แบบคู่รักจะเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง
6. อยากใช้เวลาแยกกันมากกว่า
เมื่อไม่ได้ทำงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ชอบร่วมกัน คู่รักที่กำลังห่างเหินกันอาจเลือกใช้เวลาอยู่คนเดียวมากกว่า โดยเฉพาะถ้าพวกเขาติดอยู่ในจุดกึ่งกลางที่หยุดนิ่ง ไม่สนใจแก้ปัญหาหรือบอกความต้องการของตัวเอง การอยู่แบบนี้จะสบายใจกว่า
ไม่ว่าจะเป็นการออกไปเที่ยวกับเพื่อนช่วงสุดสัปดาห์ นอนแยกห้อง หรือใช้ชีวิตอยู่คนละมุมของบ้านเดียวกันทุกเย็น ก็เห็นได้ชัดว่าเวลาคุณภาพของพวกเขาต้องวนเวียนอยู่กับกิจกรรมที่ทั้งคู่ชอบเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็จะรู้สึกเคอะเขินและหงุดหงิด
7. แสดงความรักเฉพาะตอนมีคนอื่นอยู่ด้วย
ในช่วงแรกของปัญหา ความรักที่แสดงออกอาจดูฝืนและเคอะเขิน แต่สำหรับคู่รักที่ยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับความห่างเหินระหว่างกัน การฝืนแสดงออกกลับเป็นเรื่องสบายใจ โดยเฉพาะต่อหน้าคนรู้จักที่อาจถามไถ่หรือหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา
แต่เมื่ออยู่บ้านด้วยกัน ความรักแบบนั้นกลับแทบไม่มีอยู่เลย พวกเขาอาจใช้เวลาร่วมกันและอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แต่การสัมผัสที่อ่อนโยน ความรัก และความเอาใจใส่ที่คู่รักที่มีความสัมพันธ์ดีมักลงทุนให้กัน กลับค่อย ๆ เลือนหายไป
8. ยอมรับความสัมพันธ์ที่แค่ "พอใช้ได้"
นอกจากข้ออ้างและการหลีกเลี่ยงโดยตั้งใจแล้ว คู่รักที่ขาดความหลงใหลมักยอมจำนนกับสิ่งที่มีอยู่ พวกเขาผลักความต้องการของตัวเองไว้ข้าง ๆ อยู่เรื่อย ๆ หาข้ออ้างให้ตัวเองและเพื่อน ๆ ว่าทำไมยังอยู่ในความสัมพันธ์นี้ต่อไป และค่อย ๆ ละทิ้งความต้องการเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวเองไปทีละนิด
แม้จะไม่รู้ตัวอย่างชัดเจน แต่คู่รักเหล่านี้ยอมรับกับคำว่า "พอใช้ได้" ทุกวัน แทนที่จะทุ่มพลังงานสร้างความหลงใหลและประกายไฟขึ้นมาใหม่
9. ทุ่มพลังงานให้กิจกรรมมากกว่าความสัมพันธ์เอง

คู่รักที่ทุ่มพลังงานให้กับกิจกรรมที่ชอบมากกว่าความสัมพันธ์ของตัวเอง อาจกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ขาดความหลงใหล พวกเขารักการทำกิจกรรมนั้น และบางครั้งก็ชอบทำร่วมกับคู่รักด้วย แต่เมื่อพูดถึงการลงทุนกับส่วนอื่นของความสัมพันธ์ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของชีวิตประจำวัน กลับดูเหมือนไม่คุ้มค่าที่จะทำ
แม้เดตและกิจกรรมร่วมกันเหล่านี้อาจปกปิดปัญหาความใกล้ชิดและความหลงใหลไว้ได้ชั่วคราว แต่สักวันหนึ่งการขาดความพยายามในความสัมพันธ์ของพวกเขาก็จะปรากฏชัดขึ้นมาเอง
ที่มา : YourTango
tag:#ความสัมพันธ์ #คู่รัก #ความรัก #จิตวิทยาความรัก #งานอดิเรก #ความใกล้ชิด #RelationshipAdvice #คำแนะนำความรัก #FarangThai