รีวิว 2027 Mercedes-Benz CLA350 EV ดีในเรื่องยาก พลาดในเรื่องง่าย

รีวิว 2027 Mercedes-Benz CLA350 EV ดีในเรื่องยาก พลาดในเรื่องง่าย

Mercedes-Benz CLA เจเนอเรชันที่สามเปลี่ยนตัวเองเป็นรถไฟฟ้าเต็มตัว และรุ่นแรงสุดของตระกูลอย่าง CLA350 4Matic Electric คือรถที่น่าหงุดหงิดในแบบเฉพาะตัว มันทำสิ่งที่วิศวกรรมยากที่สุดได้ดีเกินราคา แล้วกลับไปสะดุดกับสิ่งที่ควรตัดสินใจถูกตั้งแต่ห้องประชุมแรก อดัม อิสมาอิล (Adam Ismail) จาก The Drive ให้คะแนนรถคันนี้ไว้ที่ 5 เต็ม 10 หลังใช้ชีวิตกับมันมาเจ็ดวัน และเมื่ออ่านรายละเอียดจนจบก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไม

carscore

  • Score = 5
  • Comment = "พอใช้"
  • Performance = 7.5
  • Handling = 4.5
  • Interior = 7.5
  • Tech = 3.5
  • Efficiency = 9.0
  • Safety = 7.0
  • Practicality = 5.5
  • Value = 3.5
  • Review = CLA350 ทำเรื่องที่ยากที่สุดของรถไฟฟ้าได้ดีมาก คือประสิทธิภาพการใช้พลังงานและงานประกอบห้องโดยสาร แล้วกลับไปพลาดเรื่องพื้นฐานอย่างการวางปุ่ม การจัดอุปกรณ์มาตรฐาน และการเซ็ตช่วงล่าง มันคือรถที่ให้ความรู้สึกว่าไม่มีใครเอาไปใช้จริงก่อนวางข
    Good
  • ประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีที่สุดในกลุ่ม
  • งานวัสดุและบรรยากาศห้องโดยสารเหนือคู่แข่งชัดเจน
  • ชาร์จเร็วระดับ 320 กิโลวัตต์ จาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ใน 22 นาที
  • ส่วนต่างราคาระหว่างรุ่นขับหลังกับรุ่นขับสี่ล้อน้อยผิดคาด
    Bad
  • ช่วงล่างโคลงและยวบเมื่อเร่งเข้าโค้ง โหมด Sport ไม่ช่วยเรื่องแดมเปอร์
  • ก้านพวงมาลัยบังส่วนติดต่อผู้ใช้ริมซ้ายของจอกลาง
  • สั่งข้ามเพลงหรือเปลี่ยนคลื่นวิทยุจากพวงมาลัยไม่ได้
  • อุปกรณ์พื้นฐานหลายอย่างต้องจ่ายเพิ่มเป็นแพ็กเกจ

ราคาที่ดูสมเหตุสมผล จนกระทั่งเปิดใบสั่งซื้อ

ปัจจุบัน CLA มีให้เลือกสองขุมพลัง รุ่นเริ่มต้น CLA250+ ราคา 48,500 ดอลลาร์ ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลัง 268 แรงม้า ส่วน CLA350 เพิ่มมอเตอร์ตัวที่สองเข้าที่เพลาหน้าเพื่อให้เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ กำลังรวมขยับเป็น 349 แรงม้าและแรงบิด 515.2 นิวตันเมตร ในราคาที่แพงกว่าเพียง 2,550 ดอลลาร์ หรือเริ่มต้นที่ 51,050 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นส่วนต่างที่น้อยผิดปกติสำหรับการเพิ่มมอเตอร์ทั้งตัว

ปัญหาคือรถทดสอบคันนี้ไม่ได้ราคา 51,050 ดอลลาร์ มันจบที่ 67,155 ดอลลาร์ หรือมีออปชันติดมาราว 16,000 ดอลลาร์ ในนั้นคือชุดแต่ง AMG Line ราคา 2,100 ดอลลาร์ และแพ็กเกจ Pinnacle Line อีก 5,850 ดอลลาร์ ซึ่งพ่วงจอเสริมบนแผงหน้าปัดที่เรียกว่า Superscreen มาให้ด้วย จอบานนี้เป็นตัวอย่างชั้นดีของอุปกรณ์ที่ตอบไม่ได้ว่าทำอะไรที่โทรศัพท์ในกระเป๋าทำไม่ได้

จะข้าม Pinnacle Line ไปเลยก็ไม่ได้ เพราะในแพ็กเกจเดียวกันนั้นมีของที่คนซื้อรถราคานี้คาดหวังอยู่จริง ทั้งจอแสดงผลบนกระจกหน้า กุญแจดิจิทัล และระบบช่วยจอด แถมยังผูกชุด Exclusive Line มาด้วย ซึ่งเป็นที่มาของแอร์แยกอิสระสองโซนและที่วางแขนกลางสำหรับเบาะหลัง ส่วนพวงมาลัยอุ่นเป็นอีกแพ็กเกจแยกต่างหากในชื่อ Winter Package และรถคันที่ทดสอบก็ไม่มีติดมา

Mercedes-Benz CLA350 Electric มุมด้านข้าง

ขุมพลังคือส่วนที่ Mercedes-Benz ทำได้ถูกต้องที่สุด

ทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ก้อนเดียวกันขนาด 85 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดย Mercedes-Benz เคลมระยะทางสูงสุดของรุ่น CLA350 ไว้ที่ 502.1 กม. ตามมาตรฐาน EPA ขณะที่ CLA250+ ซึ่งเบากว่าและขับเคลื่อนล้อหลังไปได้ถึง 601.9 กม. ตัวเลขที่น่าสนใจกว่าคือค่าที่วัดได้จริงตลอดการยืมรถ ซึ่งอยู่ที่ราว 6.3 กม. ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นระดับที่รถไฟฟ้าขับเคลื่อนสี่ล้อน้ำหนักตัว 2,131.9 กก. ไม่ควรทำได้ง่าย ๆ

น้ำหนักตัวก้อนนั้นคือเหตุผลที่ตัวเลข 349 แรงม้าและ 515.2 นิวตันเมตรไม่ควรถูกอ่านตรงตัว แต่ในทางตรงรถก็ยังพุ่งได้น่าพอใจ 0–60 ไมล์/ชม. อยู่ที่ 4.8 วินาที และความเร็วสูงสุด 209.2 กม./ชม. ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 2 จังหวะ ซึ่งเป็นทางเลือกทางวิศวกรรมที่ช่วยทั้งอัตราเร่งช่วงต้นและประสิทธิภาพที่ความเร็วสูง

ด้านการชาร์จ CLA ใช้สถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง เมื่อเสียบกับตู้ชาร์จเร็ว 800 โวลต์ที่เหมาะสม รถรับไฟได้สูงสุด 320 กิโลวัตต์ และชาร์จจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ได้ในเวลาเพียง 22 นาที ส่วนการชาร์จกระแสสลับที่บ้านอยู่ที่ 9.6 กิโลวัตต์ ใช้เวลาราว 8.75 ชั่วโมงจาก 10 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์

ช่วงล่างที่ยอมแพ้ให้กับน้ำหนักตัว

ความหนักที่ช่วยให้รถนิ่งบนทางตรงกลับมาเก็บค่าตอบแทนในโค้ง แม้จะสลับไปโหมด Sport ซึ่งเพิ่มน้ำหนักพวงมาลัยให้ แต่โหมดนี้ไม่ได้ปรับแดมเปอร์ตามไปด้วย ผลคือ CLA โคลงและยวบเมื่อถูกเร่งเข้าโค้งด้วยจังหวะที่เร็วขึ้นเพียงเล็กน้อย มันเป็นรถที่เซ็ตมาเพื่อความสบาย และไม่เคยให้ความมั่นใจในสถานการณ์ที่ต้องการความคมชัด

ในการใช้งานปกติเรื่องกลับด้าน พวงมาลัยเบา อัตราทดเร็ว และแม่นยำจนการเลี้ยวในที่แคบเป็นเรื่องง่าย ช่วงล่างเป็นแบบมัลติลิงก์ทั้งสี่ล้อ พวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมระบบผ่อนแรงไฟฟ้ากล และวงเลี้ยวแคบสุดวัดได้ 11.2 เมตร ตัวเลขที่ใช้ชีวิตในเมืองได้สบาย

จุดที่ยอมรับได้ยากกว่าคือระบบเบรก การผสมระหว่างการหน่วงด้วยมอเตอร์กับเบรกจริงให้ความรู้สึกเหยียบแล้วนุ่มจนควบคุมแรงกดยาก ซึ่งเป็นข้อบกพร่องที่รถไฟฟ้าระดับราคานี้ไม่ควรมีแล้วในปี 2026

ห้องโดยสารที่สวยจริง แต่ใช้งานยากกว่าที่ควร

ในแง่งานออกแบบและวัสดุ ห้องโดยสารของ CLA อยู่คนละชั้นกับคู่แข่งในกลุ่ม ลายไม้โอ๊กแบบ yacht-striped บนรถคันทดสอบเข้ากับหนังสีน้ำตาลอ่อนและงานอะลูมิเนียมขัดได้ดีเกินคาด และช่องแอร์ทรงกลมแบบกังหันที่เรืองแสงสีแดงในเวลากลางคืนก็เป็นรายละเอียดที่ทำให้บรรยากาศในรถต่างออกไปจริง หลังคาพาโนรามิก Sky Control ราคา 1,050 ดอลลาร์ปรับจากใสเป็นฝ้าได้ และเลือกให้สลับเป็นลายทางก็ได้ ด้วยการแตะจอเพียงไม่กี่ครั้ง

แผงหน้าปัดและชุดจอของ Mercedes-Benz CLA350 Electric

ปัญหาเริ่มเมื่อต้องใช้งานมันจริง จอกลางใหญ่จนก้านพวงมาลัยฝั่งขวาบังส่วนติดต่อผู้ใช้ขนาดเล็กที่เรียงอยู่ริมซ้ายของจอไปทั้งแถบ การกลับเข้า Apple CarPlay ไม่มีทางลัด กดปุ่มโฮมซ้ำสองครั้งก็ไม่ได้ผล และใน MBUX เจเนอเรชันที่สี่นี้ยังสั่งข้ามเพลงหรือเปลี่ยนคลื่นวิทยุที่ตั้งไว้จากพวงมาลัยไม่ได้ ทางออกที่ผู้ผลิตวางไว้คือคำสั่งเสียง ซึ่งแปลว่าต้องพูดกับรถทุกครั้งที่อัลกอริทึมเลือกเพลงผิดใจ

ความแปลกยังต่อไปถึงช่องชาร์จ CLA มีช่องชาร์จสองแบบคือ J1772 และ NACS ซึ่งมากกว่ารถไฟฟ้าทั่วไปที่มีช่องเดียว แต่ถ้าเสียบตู้ชาร์จกระแสสลับระดับ 2 ด้วยหัว NACS รถจะขึ้นข้อความให้ไปใช้อีกช่องแทน ข้อดีคือปัญหาที่รถรุ่นแรกเข้ากันไม่ได้กับตู้ชาร์จเร็วกระแสตรง 400 โวลต์ ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ของเครือข่าย Supercharger ในสหรัฐฯ ได้รับการแก้ไขไปแล้วอย่างรวดเร็ว

รุ่นที่ขายในไทย

Mercedes-Benz Thailand ทำตลาด CLA Saloon Electric ในสเปก AMG Line โดยรุ่นที่ประกาศข้อมูลไว้คือ CLA 250+ ไม่ใช่ CLA350 ที่ถูกทดสอบในรีวิวนี้ ตัวเลขจึงต่างกันพอสมควร ระยะทางวิ่งสูงสุดอยู่ที่ 792 กม. ตามมาตรฐาน WLTP อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ที่ 6.7 วินาที และความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. ตัวถังยาว 4,751 มม. สูง 1,437 มม. พร้อม 5 ที่นั่ง

ตัวเลขระยะทาง 792 กม. ต้องอ่านด้วยความระวัง เพราะ WLTP เป็นมาตรฐานที่ให้ผลสูงกว่า EPA อย่างเป็นระบบ และรุ่นไทยยังเป็นรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังมอเตอร์เดียวที่ประหยัดกว่ารุ่น 4Matic อยู่แล้ว การเทียบ 792 กับ 502.1 กม. โดยตรงจึงไม่ยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย

Mercedes-Benz CLA C174 รุ่นตลาดไทยกับหลังคาพาโนรามิกและชุดหน้าใหม่

อุปกรณ์ที่ Mercedes-Benz Thailand ชูเป็นจุดขายคือ MBUX Superscreen เบาะสปอร์ตชุดใหม่ ผู้ช่วยเสมือน MBUX Virtual Assistant ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์และอ่านอารมณ์ผู้ใช้ได้ ระบบปฏิบัติการ MB.OS และหลังคาพาโนรามิก กำลังชาร์จกระแสตรงสูงสุดยังอยู่ที่ 320 กิโลวัตต์เท่ากับสเปกสหรัฐฯ ส่วนราคาจำหน่ายในไทยยังไม่ปรากฏในข้อมูลที่ Mercedes-Benz Thailand เผยแพร่

The Breakdown

สมรรถนะ

349 แรงม้าและแรงบิด 515.2 นิวตันเมตรจากมอเตอร์สองตัวส่งผลตรงไปตรงมา 0–60 ไมล์/ชม. ใน 4.8 วินาทีเป็นตัวเลขที่เร็วพอสำหรับรถซีดานขนาดกะทัดรัด และเกียร์อัตโนมัติ 2 จังหวะช่วยให้แรงดึงช่วงต้นกับประสิทธิภาพที่ความเร็วสูงไม่ต้องแลกกันเหมือนรถไฟฟ้าเกียร์เดียวทั่วไป สิ่งที่หักคะแนนคือมวล 2,131.9 กก. ที่ทำให้ความรู้สึกในการเร่งไม่คมเท่าตัวเลขบนกระดาษ อัตราเร่งมาแบบผลักตัวมากกว่ากระชาก และความเร็วสูงสุดที่ 209.2 กม./ชม. ก็เป็นเพียงระดับมาตรฐานของกลุ่ม ไม่ใช่จุดขาย

การขับขี่

ในความเร็วต่ำและการใช้งานประจำวัน CLA ทำได้ดี พวงมาลัยเบา อัตราทดเร็ว แม่นยำ และวงเลี้ยว 11.2 เมตรทำให้กลับรถในเมืองไม่ใช่เรื่องต้องคิด แต่เมื่อเพิ่มจังหวะขึ้นเพียงเล็กน้อย ช่วงล่างมัลติลิงก์ทั้งสี่ล้อที่เซ็ตมาเพื่อความสบายก็เผยขีดจำกัดทันที ตัวรถโคลงและยวบในโค้ง และโหมด Sport เพิ่มเพียงน้ำหนักพวงมาลัยโดยไม่แตะแดมเปอร์ ซึ่งเท่ากับแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ที่หนักกว่านั้นคือความรู้สึกของแป้นเบรก การผสมระหว่างระบบหน่วงด้วยมอเตอร์กับเบรกจริงยังนุ่มจนกะแรงกดได้ยาก เป็นข้อบกพร่องที่กระทบความมั่นใจในทุกการขับ ไม่ใช่เฉพาะตอนขับเร็ว

ภายใน

นี่คือหมวดที่ CLA แยกตัวออกจากคู่แข่งได้ชัดที่สุด ลายไม้โอ๊กแบบ yacht-striped หนังสีน้ำตาลอ่อน และงานอะลูมิเนียมขัดประกอบกันเป็นบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกแพงกว่าราคาป้าย ช่องแอร์ทรงกลมคล้ายกังหันที่เรืองแสงสีแดงตอนกลางคืนเป็นรายละเอียดที่ทำงานได้จริงแม้กับคนที่ไม่ชอบไฟ RGB และหลังคา Sky Control ที่ปรับจากใสเป็นฝ้าหรือเป็นลายทางได้ก็เป็นของเล่นที่มีประโยชน์ในแดดเมืองไทย ด้านลบคือเบาะหลังคับพอสมควรสำหรับตัวถังขนาดนี้ และที่วางแขนกลางด้านหลังไม่ได้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ต้องไปอยู่ในชุด Exclusive Line ซึ่งซ่อนอยู่ในแพ็กเกจราคาแพงอีกชั้นหนึ่ง

เทคโนโลยี

ต้นทุนด้านฮาร์ดแวร์ของ CLA สูงมาก ทั้งจอมาตรวัด 10.25 นิ้ว จอกลางแบบสัมผัส 14 นิ้ว MBUX เจเนอเรชันที่สี่ที่ผนวกปัญญาประดิษฐ์เข้ามา และตัวเลือก Superscreen ที่เติมจอฝั่งผู้โดยสารเข้าไปอีกบาน แต่การใช้งานจริงกลับสวนทางกับสเปก ก้านพวงมาลัยฝั่งขวาบังส่วนติดต่อผู้ใช้ขนาดเล็กที่เรียงอยู่ริมซ้ายของจอทั้งแถบ ซึ่งเป็นความผิดพลาดระดับการวางเลย์เอาต์ที่ควรถูกจับได้ตั้งแต่รถต้นแบบ การกลับเข้า Apple CarPlay ไม่มีทางลัด และการข้ามเพลงหรือเปลี่ยนคลื่นวิทยุจากพวงมาลัยทำไม่ได้เลย เหลือเพียงคำสั่งเสียงเป็นทางออก จอที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มจึงไม่ได้แปลว่าใช้งานง่ายที่สุดในกลุ่ม

ความประหยัด

นี่คือเหตุผลหลักที่ควรพิจารณา CLA350 ค่าที่วัดได้จริงราว 6.3 กม. ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงตลอดการยืมรถเป็นตัวเลขที่ดีเด่นสำหรับรถไฟฟ้าขับเคลื่อนสี่ล้อที่หนักเกินสองตัน แบตเตอรี่ 85 กิโลวัตต์ชั่วโมงให้ระยะทาง 502.1 กม. ตามมาตรฐาน EPA และรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังไปได้ถึง 601.9 กม. การชาร์จก็ไม่เป็นคอขวด เมื่อเจอตู้ 800 โวลต์รถรับไฟได้ 320 กิโลวัตต์และเติมจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ใน 22 นาที ข้อจำกัดที่ยังเหลืออยู่คือความสับสนของช่องชาร์จสองแบบ ซึ่งทำให้ประสบการณ์การเติมพลังงานไม่ราบรื่นเท่าตัวเลขที่ระบบทำได้

ความปลอดภัย

รายการอุปกรณ์มาตรฐานของ CLA ไฟฟ้าถือว่าครบ ถุงลม 8 ใบรวมถุงลมกลางด้านหน้า ชุด PRE-SAFE ทั้งสามระดับ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ DISTRONIC ระบบเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Assist Plus ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบช่วยหักหลบ ระบบเตือนก่อนเปิดประตู ระบบหยุดรถฉุกเฉิน และการสื่อสารระหว่างรถกับสภาพแวดล้อม Car-to-X รวมถึงแนวคิดความปลอดภัยเฉพาะรถไฟฟ้า ด้านลบคือฟังก์ชันที่ควรอยู่ในรถระดับนี้ตั้งแต่แรกกลับต้องจ่ายเพิ่ม ระบบช่วยประคองพวงมาลัยเป็นออปชันราคา 1,950 ดอลลาร์ และระบบช่วยเปลี่ยนเลนกับระบบช่วยจอดรอบคันก็เป็นรายการที่ต้องเลือกซื้อ นอกจากนี้ยังไม่มีผลทดสอบการชนอย่างเป็นทางการออกมารองรับ

อเนกประสงค์

CLA เป็นรถ 5 ที่นั่งที่ให้ห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง 291.7 ลิตร บวกพื้นที่ด้านหน้าใต้ฝากระโปรงอีกราว 40 ลิตร ซึ่งเป็นของแถมที่มีประโยชน์จริงสำหรับเก็บสายชาร์จ เบาะหลังพับได้แบบ 40/20/40 จึงยืดหยุ่นกว่าการพับสองส่วนทั่วไป ด้านลบคือความจุห้องสัมภาระระดับนี้ถือว่าเล็กสำหรับตัวถังยาว 4,721.9 มม. และเบาะหลังคับสำหรับผู้ใหญ่ตัวโต ที่วางแขนกลางด้านหลังยังเป็นออปชัน รถคันนี้จึงเหมาะกับคนสองคนที่มีสัมภาระไม่มาก มากกว่าครอบครัวที่ต้องใช้เบาะหลังทุกวัน

ความคุ้มค่า

ในทางทฤษฎี CLA350 ดูคุ้ม ราคาเริ่มต้น 51,050 ดอลลาร์สำหรับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 349 แรงม้า และส่วนต่างจากรุ่นขับหลังเพียง 2,550 ดอลลาร์คือหนึ่งในดีลที่ดีที่สุดในกลุ่ม ปัญหาคือรถที่มีอุปกรณ์ครบตามที่คนซื้อรถ Mercedes-Benz คาดหวังนั้นราคาไปจบที่ 67,155 ดอลลาร์ แอร์แยกอิสระสองโซน ที่วางแขนเบาะหลัง จอแสดงผลบนกระจกหน้า และระบบช่วยจอด ล้วนถูกผูกไว้ในแพ็กเกจ ส่วนพวงมาลัยอุ่นต้องซื้อแยกอีกชุด การเก็บเงินเป็นรายการย่อยแบบนี้ในรถซีดานขนาดเล็กคือสิ่งที่ทำให้ข้อดีทั้งหมดข้างต้นถูกกลบ และเป็นเหตุผลที่คะแนนรวมลงมาอยู่ที่ระดับกลางตาราง

/md carspec

  • Year = 2027
  • Brand = Mercedes-Benz
  • Name = CLA350
  • Trim = 4Matic Electric
  • Image = https://www.thedrive.com/wp-content/uploads/2026/06/Mercedes-CLA-350-16.jpg?w=2048&quality=85
  • ...... เครื่องยนต์และสมรรถนะ
  • EngineType = มอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร 2 ตัว หน้าและหลัง
  • FuelType = ไฟฟ้า
  • Power = 349
  • Torque = 515.2
  • Transmission = อัตโนมัติ
  • TransmissionSpeeds = 2
  • Drivetrain = AWD
  • Accel060 = 4.8
  • TopSpeed = 209.2
  • ...... อัตราสิ้นเปลืองและระยะทาง
  • EVRange = 502.1
  • BatteryGross = 85
  • ...... ขนาดและน้ำหนัก
  • Length = 4721.9
  • Width = 1854.2
  • Height = 1468.1
  • Wheelbase = 2788.9
  • CurbWeight = 2131.9
  • CargoVolume = 291.7
  • Seating = 5
  • ...... ช่วงล่างและระบบเบรก
  • SuspensionFront = มัลติลิงก์
  • SuspensionRear = มัลติลิงก์
  • Steering = แร็คแอนด์พิเนียนพร้อมระบบผ่อนแรงไฟฟ้ากล
  • TurningCircle = 11.2
  • ...... ตลาดไทย
  • ThaiTrim = CLA 250+ AMG Line
  • ThaiImage = https://www.mercedes-benz.co.th/content/dam/hq/passengercars/cars/cla/cla-saloon-c174-pi/overview/spa/08-2025/images/mercedes-benz-cla-c174-spa-range-and-charging-2400x2400-08-2025.jpg
  • ThaiEVRange = 792
  • ThaiLength = 4751
  • ThaiHeight = 1437
  • Currency = USD
  • Price = 32990
  • ThaiPrice = 1859000

tag: #MercedesBenz #CLA #CLA350 #รถไฟฟ้า #รีวิวรถ #EV #รถหรู #ElectricCar #CarReview #เมอร์เซเดสเบนซ์ #FarangThai

อ่านเพิ่มเติม

ฮุนไดเปิดตัว Tucson 2027 ยกเครื่องใหม่หมด ไฮบริดแรงขึ้น ห้องโดยสารใหญ่ขึ้น

รถยนต์

ฮุนไดเปิดตัว Tucson 2027 ยกเครื่องใหม่หมด ไฮบริดแรงขึ้น ห้องโดยสารใหญ่ขึ้น

ฮุนได (Hyundai) เปิดตัว Tucson โฉมใหม่ปี 2027 อย่างเป็นทางการที่นครนิวยอร์กเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 เป็นการยกเครื่องทั้งตัวถัง ขุมพลัง และห้องโดยสารในคราวเดียว โดยยังไม่มีสื่อมวลชนรายใดได้ทดลองขับจริง ข้อมูลทั้งหมดในตอนนี้จึงมาจากตัวเลขที่ฮุ

By Gossip Girl!!!
2027 Toyota Sequoia: TRD Pro หรือ Trailhunter ใหม่ คุ้มกว่ากัน

รถยนต์

2027 Toyota Sequoia: TRD Pro หรือ Trailhunter ใหม่ คุ้มกว่ากัน

Sequoia รุ่นปี 2027 คือรุ่นที่น่าสนใจที่สุดในประวัติศาสตร์ของชื่อนี้ เพราะ Toyota นำ Trailhunter เข้ามาในไลน์อัพ SUV ขนาดใหญ่ ซึ่งเปิดประตูออฟโรดให้กับผู้ซื้อที่ไม่ต้องการความสุดขีดของ TRD Pro แต่ต้องการความสามารถออฟโรดที่จริงจังกว่า trim ปกติ Toyota

By Gossip Girl!!!
ดีลเลอร์ BMW-เล็กซัสนิวยอร์กคืนเงินลูกค้า 1.1 ล้านดอลลาร์ฐานค่าธรรมเนียมเท็จ

รถยนต์

ดีลเลอร์ BMW-เล็กซัสนิวยอร์กคืนเงินลูกค้า 1.1 ล้านดอลลาร์ฐานค่าธรรมเนียมเท็จ

ดีลเลอร์ทั้งสองแห่งยังต้องจ่ายค่าปรับเพิ่มอีก 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ การซื้อรถบีเอ็มดับเบิลยู (BMW) หรือเล็กซัส (Lexus) ก็แพงอยู่แล้ว โดยไม่ต้องมีดีลเลอร์มาคิดค่าธรรมเนียมแปลก ๆ เพิ่มเพื่อรีดเงินจากลูกค้าอี

By Gossip Girl!!!