ฮุนไดเปิดตัว Tucson 2027 ยกเครื่องใหม่หมด ไฮบริดแรงขึ้น ห้องโดยสารใหญ่ขึ้น
ฮุนได (Hyundai) เปิดตัว Tucson โฉมใหม่ปี 2027 อย่างเป็นทางการที่นครนิวยอร์กเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 เป็นการยกเครื่องทั้งตัวถัง ขุมพลัง และห้องโดยสารในคราวเดียว โดยยังไม่มีสื่อมวลชนรายใดได้ทดลองขับจริง ข้อมูลทั้งหมดในตอนนี้จึงมาจากตัวเลขที่ฮุนไดเปิดเผยและการสังเกตตัวรถจัดแสดงเท่านั้น
ดีไซน์ภายนอกใช้แนวคิด "Art of Steel" เน้นซุ้มล้อหนาและเส้นสายตัวถังที่คมชัดขึ้น ไฟหน้าแบบ H-Edge วางคานไฟแอลอีดีแนวนอนต่ำกว่าปกติ ทำหน้าที่เป็นไฟส่องสว่างตอนกลางวันไปในตัว ส่วนไฟท้ายทรงปริซึม 3 มิติยื่นออกมาจากตัวถัง เป็นจุดสังเกตที่ต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน ตัวถังรุ่นฐานล้อยาวที่ใช้ในอเมริกาเหนือมีความยาวเพิ่มเป็น 4,700 มม. กว้างขึ้นเป็น 1,905 มม. และสูงขึ้นเป็น 1,685 มม. พร้อมระยะฐานล้อใหม่ 2,785 มม. ออปชันไฟหน้าแบบ Micro Pixel Lighting ใช้แอลอีดี 25,600 จุดสำหรับการปรับลำแสงและโหมดต้อนรับ
carscore
- Score = 7.6
- Comment = "น่าจับตา"
- Performance = 6.5
- Interior = 8.3
- Tech = 8.3
- Efficiency = 7.5
- Safety = 7.5
- Practicality = 8.3
- Value = 6.5
- Review = Tucson 2027 เปลี่ยนตัวถังใหม่หมด ขยายห้องโดยสารและพื้นที่เก็บของ พร้อมไฮบริดที่ประหยัดขึ้นเป็น 42 ไมล์ต่อแกลลอนและจอ Pleos Connect รุ่นใหม่ แต่ยังไม่มีสื่อฯ ได้ทดลองขับจริงและยังไม่ประกาศราคา จึงต้องรอการทดสอบและตัวเลขที่ชัดเจนก่อนฟันธงเรื่องความคุ้มค่า
- Good
- - ห้องโดยสารใหญ่ขึ้นชัดเจน พื้นที่เก็บของเพิ่มเป็น 41.7 ลูกบาศก์ฟุต และบานประตูเปิดกว้างถึง 83 องศา
- - ระบบไฮบริดใหม่แรงขึ้นเป็น 233 แรงม้า และประหยัดน้ำมันขึ้นถึง 42 ไมล์ต่อแกลลอนในรุ่นขับสองล้อ
- - ชุดระบบความปลอดภัยและตัวช่วยขับครบเครื่องตั้งแต่โรงงาน ตั้งเป้าเรตติ้งชนห้าดาวหลายสถาบัน
- - ยังคงปุ่มกดและลูกบิดจริงสำหรับแอร์และเสียงเพลง ไม่ต้องพึ่งจอสัมผัสล้วน
- Bad
- - เครื่องยนต์เบนซินพื้นฐานให้กำลังลดลงเล็กน้อยจากรุ่นเดิม และยังไม่เน้นสมรรถนะการขับ
- - รุ่นปลั๊กอินไฮบริดจะไม่ทำตลาดในสหรัฐฯ อีกต่อไป
- - ยังไม่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ
- - ยังไม่มีสื่อฯ ทดลองขับจริง ต้องรอบทพิสูจน์เรื่องการควบคุมและความนุ่มนวล
ด้านขุมพลัง เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตรรุ่นใหม่แทนที่เครื่อง 2.5 ลิตรเดิม ให้กำลัง 184 แรงม้า ลดลงจากเดิม 3 แรงม้า แต่แรงบิดเพิ่มขึ้นเป็น 195 ปอนด์-ฟุต ส่วนรุ่นไฮบริดจับคู่เครื่องเทอร์โบตัวเดียวกันกับมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว รวมกำลัง 233 แรงม้า เพิ่มจาก 226 แรงม้าในรุ่นก่อน ทั้งสองขุมพลังมีให้เลือกทั้งขับสองล้อและสี่ล้อ ตลาดนอกสหรัฐฯ บางแห่งยังมีรุ่นปลั๊กอินไฮบริดให้เลือกด้วย ให้กำลังรวม 292 แรงม้า วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลสุดราว 81 กม.
ห้องโดยสารเปลี่ยนไปใช้ระบบอินโฟเทนเมนต์ Pleos Connect ใหม่ที่พัฒนาบนฐาน Android Automotive OS จอกลางมาตรฐาน 12.9 นิ้ว อัปเกรดได้ถึง 17 นิ้ว คู่กับจอมาตรวัดแบบบาง 9.9 นิ้วแทนเรือนไมล์ทรงเดิม ผู้ช่วยอัจฉริยะ Gleo AI รองรับคำสั่งเสียงเชิงสนทนา เช่น การค้นหาจุดเริ่มเดินป่าที่มีที่จอดรถใกล้เคียง คันเกียร์ย้ายไปอยู่ที่ก้านพวงมาลัยทำให้คอนโซลกลางโล่งขึ้น และยังมีเบาะนวด Ergo Motion แบบลมเจ็ดจุดเป็นออปชัน ซึ่งหาไม่ได้ง่ายในรถระดับเดียวกัน

นอกจากรุ่นมาตรฐานอย่าง SE, SEL และ Limited แล้ว ฮุนไดยังเพิ่มรุ่นลุย XRT PRO ที่มาพร้อมขับเคลื่อนสี่ล้อ ยางออลเทอร์เรน ระยะต่ำสุดจากพื้นเพิ่มเป็น 210 มม. ตะขอลากจูงด้านหน้า และระบบ Smart Terrain Assist ใหม่ของฮุนไดที่ประเมินสภาพพื้นผิวแบบเรียลไทม์แล้วแสดงผลเป็น "คะแนนความเสี่ยงติดหล่ม" สีเขียว เหลือง หรือแดง

ฮุนไดยังไม่ประกาศราคาอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเริ่มต้นสูงกว่ารุ่นปัจจุบันที่เริ่มต้นประมาณ 33,000 ดอลลาร์สหรัฐเล็กน้อย โดยจะเริ่มทำตลาดในสหรัฐฯ ช่วงต้นปี 2027 คู่แข่งหลักในกลุ่มเอสยูวีไฮบริดขนาดกลางยังเป็นชื่อเดิมอย่าง Honda CR-V Hybrid, Toyota RAV4 และ Subaru Forester Hybrid ซึ่งทั้งหมดมีฐานลูกค้าเหนียวแน่นอยู่แล้ว

The Breakdown
สมรรถนะ
เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตรรุ่นใหม่ให้กำลัง 184 แรงม้า ลดลงจากเครื่อง 2.5 ลิตรเดิม 3 แรงม้า แต่แรงบิดเพิ่มขึ้นเป็น 195 ปอนด์-ฟุต จาก 178 ปอนด์-ฟุตเดิม ส่วนรุ่นไฮบริดใช้เครื่อง 1.6 เทอร์โบตัวเดียวกันจับคู่มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว รวมกำลัง 233 แรงม้า และแรงบิด 280 ปอนด์-ฟุต เพิ่มจาก 226 แรงม้าในรุ่นก่อน ตัวเลขอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. อยู่ที่ 9.5-12.4 วินาทีสำหรับรุ่นเบนซิน และ 8.5 วินาทีสำหรับไฮบริด เร็วขึ้นจากเดิมเล็กน้อยแต่ยังไม่ใช่รถที่เน้นสมรรถนะ ส่วนรุ่นปลั๊กอินไฮบริดที่ขายเฉพาะบางตลาดทำ 0-60 ไมล์/ชม. ได้ใน 7.9 วินาทีแบบขับสี่ล้อ แต่จะไม่เข้าสหรัฐฯ
ภายใน
ฮุนไดออกแบบห้องโดยสารใหม่หมดด้วยแผงหน้าปัดสองชั้น ชั้นบนให้ความโปร่งสบายตา ส่วนถาดลึกด้านล่างเพิ่มพื้นที่เก็บของ เบาะหน้าแบบ Ergo Motion ให้การนวดบั้นเอวและโอบกระชับแบบลมเจ็ดจุด เป็นออปชันที่หาไม่ได้ง่ายในรถระดับเดียวกัน คันเกียร์ย้ายไปอยู่ที่ก้านพวงมาลัยทำให้คอนโซลกลางโล่งขึ้น กระจกบังลมหน้าแบบทำความร้อนละลายน้ำแข็งได้ใน 15 นาทีเป็นอีกออปชันที่เพิ่มความสะดวกในประเทศหนาว ด้านพื้นที่ใช้สอยจริง ที่นั่งแถวหลังมีระยะขาเพิ่มเป็น 41.9 นิ้ว จาก 41.3 นิ้วเดิม แต่นักข่าวจาก Car and Driver ตั้งข้อสังเกตว่าจอสัมผัสขนาดใหญ่และดีไซน์ที่จัดจ้านขึ้นอาจไม่ถูกใจผู้ซื้อทุกคน
เทคโนโลยี
ระบบอินโฟเทนเมนต์ Pleos Connect ใหม่ทำงานบนพื้นฐาน Android Automotive OS มาพร้อมจอกลางขนาด 12.9 นิ้วเป็นมาตรฐานหรืออัปเกรดเป็น 17 นิ้ว คู่กับจอมาตรวัดแบบบางขนาด 9.9 นิ้วแทนเรือนไมล์แบบเดิม ผู้ช่วยอัจฉริยะ Gleo AI รองรับคำสั่งเสียงเชิงบทสนทนา เช่น การค้นหาจุดเริ่มเดินป่าที่มีที่จอดรถ ระบบยังรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอากาศ (OTA) จุดที่ฮุนไดยังคงไว้คือปุ่มกดจริงสำหรับแอร์และเสียงเพลงใต้จอสัมผัส ไม่ผลักทุกฟังก์ชันไปไว้บนหน้าจอเหมือนคู่แข่งบางราย ข้อสังเกตคือ Gleo AI และจอขนาดใหญ่ยังไม่ผ่านการทดลองใช้งานจริงจากสื่อมวลชน จึงยังประเมินความลื่นไหลในการใช้งานจริงไม่ได้
ความประหยัด
ฮุนไดตั้งเป้าให้ไฮบริดรุ่นขับสองล้อพร้อมล้อ 17 นิ้วทำได้ถึง 42 ไมล์ต่อแกลลอนรวม เพิ่มขึ้น 2-4 ไมล์ต่อแกลลอนจากรุ่นเดิม ส่วนรุ่นขับสี่ล้อทำได้ 38-40 ไมล์ต่อแกลลอนตามขนาดล้อ ถือเป็นการปรับปรุงที่จับต้องได้ในกลุ่มเอสยูวีไฮบริดขนาดกลาง แต่เครื่องยนต์เบนซินล้วนยังให้ตัวเลขใกล้เคียงรุ่นเดิม ไม่ได้ประหยัดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการที่รุ่นปลั๊กอินไฮบริดถอนตัวจากตลาดสหรัฐฯ ทำให้ผู้ที่ต้องการระยะวิ่งไฟฟ้าล้วนต้องมองหารุ่นอื่นแทน
ความปลอดภัย
รุ่นใหม่มาพร้อมระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับ (ICMU) ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีเด็กหรือสัตว์เลี้ยงติดอยู่ในรถ (CPD/ROA) ระบบจำกัดความเร็วอัจฉริยะตามป้ายจราจร (ISLA) และระบบครูสคอนโทรลที่ชะลอความเร็วล่วงหน้าตามเส้นทางนำทาง (NSCC) โครงสร้างตัวถังใช้เหล็กกล้าขึ้นรูปร้อนในจุดสำคัญและเสาเอเสริมความหนา 2 มิลลิเมตร ฮุนไดตั้งเป้าเรตติ้งการชนระดับ 5 ดาวจาก NHTSA, Euro NCAP และ ANCAP รวมถึงระดับ TSP+ จาก IIHS แต่ทั้งหมดยังเป็นเพียง "เป้าหมาย" ที่รอการทดสอบจริงจากหน่วยงานอิสระ ยังไม่ใช่ผลที่ยืนยันแล้ว
อเนกประสงค์
ตัวถังยาวขึ้น 60 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 40 มิลลิเมตร และสูงขึ้น 20 มิลลิเมตรจากรุ่นเดิม ทำให้ห้องเก็บสัมภาระขยายจาก 38.7 เป็น 41.7 ลูกบาศก์ฟุต มุมเปิดประตูที่กว้างขึ้นเป็น 83 องศาช่วยให้ติดตั้งคาร์ซีทหรือขนของใหญ่ง่ายขึ้น เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 ส่วนรุ่นไฮบริดลากจูงได้สูงสุด 1,361 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมราว 450 กิโลกรัม ถึงกระนั้น Tucson ยังเป็นเอสยูวีสองแถวที่ไม่มีเบาะแถวสามให้เลือกเหมือนคู่แข่งบางรุ่น และตัวเลขลากจูงระดับนี้ใช้ได้เฉพาะรุ่นไฮบริดขับสี่ล้อในอเมริกาเหนือเท่านั้น
ความคุ้มค่า
ฮุนไดยังไม่ประกาศราคาอย่างเป็นทางการสำหรับ Tucson 2027 โดยคาดว่าจะเริ่มต้นสูงกว่ารุ่นปัจจุบันที่เริ่มต้นประมาณ 33,000 ดอลลาร์สหรัฐเล็กน้อย ตัวรถจะเริ่มทำตลาดในสหรัฐฯ ช่วงต้นปี 2027 โดยต้องแข่งกับคู่แข่งไฮบริดในกลุ่มเดียวกันอย่าง Honda CR-V Hybrid, Toyota RAV4 และ Subaru Forester Hybrid ซึ่งทั้งหมดมีฐานลูกค้าเหนียวแน่นอยู่แล้ว จุดแข็งของ Tucson คืออุปกรณ์มาตรฐานที่ครบกว่าหลายรุ่นในราคาเดียวกัน แต่ตราบใดที่ยังไม่มีตัวเลขราคาจริง ก็ยังตัดสินความคุ้มค่าอย่างเต็มปากไม่ได้
/md carspec
- Year = 2027
- Brand = Hyundai
- Name = Tucson
- Trim = Hybrid AWD
- Image = https://hips.hearstapps.com/hmg-prod/images/eefe50a8-6149-42ba-95eb-5dc23b3afa0c.jpg?crop=0.793xw:0.793xh;0.134xw,0.158xh&resize=980:*
- ...... เครื่องยนต์และสมรรถนะ
- EngineType = เบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตร ไฟฟ้าไฮบริด
- Cylinders = 4
- FuelType = เบนซิน-ไฟฟ้า
- Power = 233
- Torque = 379
- Transmission = อัตโนมัติ
- TransmissionSpeeds = 6
- Drivetrain = AWD
- Accel060 = 8.5
- ...... อัตราสิ้นเปลืองและระยะทาง
- FuelEconomyCombined = 5.9
- BatteryGross = 1.49
- ...... ขนาดและน้ำหนัก
- Length = 4700
- Width = 1905
- Height = 1685
- Wheelbase = 2785
- GroundClearance = 180
- CargoVolume = 1067
- Seating = 5
- ...... ช่วงล่างและระบบเบรก
- Tires = 235/50R20 (ล้อใหญ่สุด 20 นิ้ว)
- ...... การลากจูงและการบรรทุก
- Towing = 1361
tag: #Hyundai #Tucson #ฮุนไดทูซอน #SUV #ไฮบริด #รีวิวรถ #รถใหม่2027 #Hybrid #PleosConnect #FarangThai