ไฟป่าถล่มสโปแคน สหรัฐฯ อพยพ 65,000 คน อาคารวอดกว่าพันหลัง
ไฟป่าที่ลุกลามอย่างรุนแรงจากภัยแล้งและอากาศร้อนจัดได้เผาผลาญเมืองสโปแคน (Spokane) เมืองใหญ่อันดับสองของรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา จนเจ้าหน้าที่ต้องสั่งอพยพประชาชนกว่า 65,000 คน และอาคารบ้านเรือนเสียหายไปมากถึง 1,100 หลัง เจ้าหน้าที่ระบุว่านี่คือภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมือง
หน่วยดับเพลิงเริ่มควบคุมสถานการณ์ได้บ้างเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากไฟป่าหลายจุดโหมกระหน่ำในช่วงสุดสัปดาห์ ภาพถ่ายทางอากาศเผยว่ามีอาคารเสียหายราว 700 ถึง 1,110 หลัง นับตั้งแต่ไฟเริ่มปะทุ ขณะที่ครอบครัวจำนวนมากยังคงรอลุ้นว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน
ตามข้อมูลของ InciWeb ระบบข้อมูลกลางของหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ไฟป่าสามจุดในพื้นที่สโปแคนได้รวมตัวกันเผาผลาญพื้นที่ไปแล้ว 8,026 เอเคอร์ (3,248 เฮกตาร์) โดยหน่วยดับเพลิงอาศัยจังหวะที่อากาศเย็นลง ความชื้นสูงขึ้น และควันหนาช่วยลดความรุนแรง จนสามารถ "คืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ" ในการควบคุมไฟสองจุด
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ
อากาศคาดว่าจะเย็นลงในวันจันทร์และอังคาร แต่เป็นเพียงช่วงพักสั้นๆ เพราะกลางสัปดาห์อุณหภูมิจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง แตะระดับ 30 กว่าองศาเซลเซียส ขณะที่ความชื้นสัมพัทธ์จะลดต่ำลง
คลิปวิดีโอที่บันทึกสภาพหลังไฟไหม้เมื่อวันอาทิตย์แสดงให้เห็นบ้านเรือนจำนวนมากถูกเผาจนราบเป็นหน้ากลอง เหลือเพียงเตาผิงอิฐและฐานรากที่ยังตั้งอยู่ ขณะที่บ้านหลังอื่นที่อยู่ใกล้กันกลับแทบไม่ได้รับความเสียหายเลย
เจฟฟ์ บีเดิลส์ (Geoff Beadles) ชาวเมืองสโปแคนที่ต้องอพยพพร้อมคู่หมั้นและสุนัขสองตัว กล่าวว่า "แค่ขับรถวนดูบ้านแต่ละหลัง มันคือหนึ่งในภาพที่สะเทือนใจที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในชีวิต"
@farangthai.com ไฟป่าถล่มสโปแคน สหรัฐฯ อพยพ 65,000 คน อาคารวอดกว่าพันหลัง ภาพจากกล้องติดตัวของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วที่จำเป็นในการควบคุมเพลิงไหม้ ที่กำลังลุกลามในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา อ่านเนื้อหาข่าวต่อได้ที่ FR.IN.TH/EQel #ไฟป่า #Spokane #Washington #สหรัฐอเมริกา #ภัยพิบัติ #โลกร้อน #ClimateChange #อพยพ #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #FarangThai
♬ original sound - FarangThai.com
ไฟป่าที่เกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ
นายอำเภอจอห์น โนเวลส์ (John Nowels) แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เจ้าหน้าที่กำลังพยายามติดต่อประชาชน 14 คนที่ยังไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้ แต่ยังไม่ถือว่าสูญหาย
"ผมคิดว่าตัวเลขประเมินอาจสูงถึง 65,000 คนที่เราต้องอพยพออกจากพื้นที่เหล่านี้ และถ้าลองคิดดูว่ามันหมายถึงอะไร การที่เราสามารถพาคนออกจากพื้นที่เหล่านั้นได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงท่ามกลางไฟป่าที่ยังลุกลามอยู่ ถือว่าเหลือเชื่อมาก" โนเวลส์กล่าว
นายกเทศมนตรีลิซา บราวน์ (Lisa Brown) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบความเสียหายและความเสี่ยงที่ไฟจะปะทุซ้ำไปทีละบล็อกทั่วเมือง และยังไม่สามารถบอกได้ว่าประชาชนจะกลับเข้าบ้านได้เมื่อไหร่
"อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับว่าบ้านและที่ดินของคุณอยู่ตรงไหน" เธอกล่าว
บ็อบ เฟอร์กูสัน (Bob Ferguson) ผู้ว่าการรัฐวอชิงตัน (Washington) เสริมว่า "ผมคิดว่าถ้ามองในแง่ประวัติศาสตร์ นี่น่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโปแคน"
เฟอร์กูสันประกาศภาวะฉุกเฉินไปเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม โดยอ้างถึงภาวะภัยแล้งที่ต่อเนื่องมา 4 ปีติดต่อกัน อุณหภูมิที่สูงผิดปกติ และลมแรงที่ยิ่งซ้ำเติมไฟป่าที่ทำลายสถิติ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มนุษย์เป็นต้นเหตุกำลังสร้างเงื่อนไขให้ไฟป่าเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากความร้อนที่เพิ่มขึ้น ภัยแล้งที่ยืดเยื้อ และบรรยากาศที่ "กระหายน้ำ" ซึ่งเร่งให้สารอินทรีย์แห้งเร็วขึ้น
นี่คือวงจรอุบาทว์ เพราะไฟป่าที่เกิดถี่ขึ้นยิ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมหาศาลสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งยิ่งเร่งให้โลกร้อนขึ้นไปอีก
แดเนียล สเวน (Daniel Swain) นักภูมิอากาศวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (University of California, Los Angeles) ระบุว่า ไฟป่าที่สโปแคนเกิดขึ้นตามหลัง "หนึ่งในฤดูหนาวที่อุ่นที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมาในภาคตะวันออกของรัฐวอชิงตัน" ซึ่งนำไปสู่ภาวะขาดแคลนหิมะอย่างรุนแรง
"นี่คือรูปแบบที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เริ่มตั้งแต่ทศวรรษที่สองของศตวรรษที่ 21 และตอนนี้เกิดขึ้นแทบทุกปีแล้ว" เขากล่าวในการแถลงข่าวออนไลน์
สเวนยังยกตัวอย่างไฟป่าครั้งใหญ่ที่ลอสแอนเจลิส (Los Angeles) เมื่อปีที่แล้ว ไฟป่าใหญ่ในสเปนและฝรั่งเศสในปีนี้ และไฟป่าที่ฮาวาย (Hawaii) เมื่อปี 2023 (พ.ศ. 2566)
"ฤดูไฟป่าที่ไม่ธรรมดา"
เดวิด อัพเทโกรฟ (David Upthegrove) หัวหน้ากรมทรัพยากรธรรมชาติแห่งรัฐวอชิงตัน กล่าวว่า ไฟป่าที่สโปแคนเป็นส่วนหนึ่งของไฟป่าใหญ่ 16 จุดที่กำลังลุกไหม้ทั่วทั้งรัฐวอชิงตัน ครอบคลุมพื้นที่รวมกันถึง 262,000 เอเคอร์
"นี่คือฤดูไฟป่าที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ" เขากล่าว
แผนที่ไฟฟ้าดับที่เผยแพร่โดยบริษัทสาธารณูปโภคท้องถิ่นอย่างอวิสตา (Avista) แสดงให้เห็นว่ามีลูกค้ากว่า 6,445 รายไม่มีไฟฟ้าใช้เนื่องจากไฟป่า นับถึงช่วงเช้าวันจันทร์
ไฟป่าที่ใหญ่ที่สุดในสามจุดที่สโปแคน หรือไฟป่าโอลด์เทรลส์ (Old Trails) ได้ข้ามแม่น้ำสโปแคน (Spokane River) เข้าสู่ตัวเมืองเมื่อบ่ายวันเสาร์
เทนา ริสลีย์ (Tena Risley) ผู้อยู่อาศัยอีกคนหนึ่ง เล่าว่าเธอเห็นเปลวไฟอยู่หลังแนวต้นไม้ใกล้บ้าน จึงรีบคว้าสุนัขและข้าวของบางอย่างด้วยความตื่นตระหนก แต่กลับติดอยู่ในรถที่ติดยาวเหยียด เพราะไฟป่าที่ลุกลามอย่างรวดเร็วปิดกั้นเส้นทางออกจากเมืองแทบทุกสาย
"มีรถติดกันเป็นร้อยๆ คันเลย" เธอบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพี (AFP)
เหตุการณ์นี้สะท้อนแนวโน้มที่นักวิทยาศาสตร์เตือนมาตลอดว่า ภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ไฟป่าในหลายภูมิภาคทั่วโลกรุนแรงและเกิดถี่ขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ในสหรัฐฯ แต่รวมถึงยุโรปและพื้นที่อื่นๆ ที่เผชิญคลื่นความร้อนต่อเนื่องหลายปี
tag:#ไฟป่า #Spokane #Washington #สหรัฐอเมริกา #ภัยพิบัติ #โลกร้อน #ClimateChange #อพยพ #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #FarangThai