วัยรุ่นนิวยอร์กและแม่ 1 ใน 90 ชาวอเมริกันสูญหายในน้ำท่วมเนปาล
ชาวอเมริกัน 90 คนสูญหาย หลังเหตุน้ำท่วมครั้งร้ายแรงที่ชายแดนเนปาล-จีน กวาดล้างหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจนหายไป
เชคาร์ อัครวาล (Shekhar Agrawal) นั่งอยู่ที่บ้าน โทรศัพท์ไปหาเบอร์แล้วเบอร์เล่า หวังว่าสักครั้งจะได้เบาะแสเกี่ยวกับที่อยู่ของน้องสาวและหลานสาววัยรุ่นของเขา นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่หายตัวไปนับตั้งแต่เหตุน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ถล่มเนปาลและทิเบตเมื่อวันพุธ
"นี่คือชั่วโมงทองที่สำคัญที่สุด" เขาบอกกับซีเอ็นเอ็น (CNN) เมื่อวันพฤหัสบดี จากเมืองมุมไบ (Mumbai) ศูนย์กลางการเงินของอินเดีย พร้อมเปิดดูภาพถ่ายของน้องสาววัย 54 ปี เรคา ชาชิดารัน (Rekha Shashidharan) และลูกสาววัย 14 ปี รัชชี ชาชิดารัน (Rashi Shashidharan) ทั้งคู่มาจากนิวยอร์ก
เขากล่าวว่าอีกสองถึงสามวันข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดสำหรับการ "ลงมือช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว" เพื่อค้นหาผู้บาดเจ็บและผู้สูญหาย พร้อมเรียกร้องให้ทางการแจ้งข้อมูลแก่ครอบครัวผู้สูญหายโดยเร็ว
แม่ลูกคู่นี้เป็นหนึ่งในชาวอเมริกัน 90 คนที่สูญหายจากเหตุดินถล่มและน้ำท่วมครั้งร้ายแรง ที่พัดผ่านหุบเขาสูงชันใกล้ชายแดนเนปาล-จีน แล้วไหลบ่าลงตามแม่น้ำ กวาดล้างหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านให้หายไป
โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ พร้อมส่ง "ความช่วยเหลือทุกรูปแบบ" ให้เนปาล พร้อมเรียกภัยพิบัติครั้งนี้ว่า "เลวร้าย" ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกต่างส่งความช่วยเหลือ สิ่งของบรรเทาทุกข์ และการสนับสนุนเข้าไปในพื้นที่
จนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายร้อยคน และมีผู้สูญหายมากกว่า 1,300 คน ในจำนวนนี้รวมถึงชาวต่างชาติกว่า 700 คนที่ยังติดต่อไม่ได้ทั้งในเนปาลและจีน ผู้สูญหายชาวต่างชาติมาจาก 31 ประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา และอีกหลายประเทศ ทำให้คนอีกจำนวนมากอย่างอัครวาลทั่วโลกต้องออกตามหาคนที่ตนรักอย่างสิ้นหวัง
นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากในกลุ่มนี้เป็นผู้แสวงบุญทางศาสนา โดยเฉพาะในกลุ่มชาวเอเชียใต้ที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก บางคนเก็บเงินมานานหลายเดือนหรือหลายปีเพื่อเดินทางมาเนปาล หวังจะเดินทางผ่านชายแดนเข้าสู่จีน และไปให้ถึงเขาไกรลาส (Mount Kailash) ในทิเบต ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของหลายศาสนา
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา มีเรื่องราวมากมายจากญาติพี่น้องที่กำลังกระวนกระวายใจ คู่สามีภรรยาชาวอเมริกันวัยเกษียณคู่หนึ่งเดินทางแสวงบุญครั้งนี้ตามคำชักชวนของลูกๆ ที่อยากให้พ่อแม่ "ออกไปใช้ชีวิต" หลังทำงานหนักมาหลายสิบปี ส่วนอีกคู่หนึ่งจากรัฐเท็กซัส (Texas) เดินทางมาเพื่อฉลองวันเกิดครบรอบ 60 ปีของฝ่ายสามี ซึ่งลูกๆ ของเขาบอกว่าเป็น "ความฝันในบัคเก็ตลิสต์"
ครอบครัวชาชิดารัน (Shashidharan) ก็เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน รัชชีซึ่งเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เดิมทีวางแผนจะไปแสวงบุญของศาสนาฮินดูเพียงลำพัง และ "ตื่นเต้นมาก" ตามคำบอกเล่าของอัครวาล ก่อนที่แม่ของเธอจะตัดสินใจไปด้วยเพื่อไม่ให้ลูกสาวเดินทางคนเดียว
"นี่คือภาพรัชชีตอนไปเที่ยวชมวัด" ลุงของเธอกล่าว พร้อมยกภาพถ่ายของแม่ลูกคู่นี้ขึ้นให้ดู ในภาพทั้งคู่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น รัชชีสวมเสื้อสีเขียวเข้มกับกางเกงยีนส์ ส่วนแม่ของเธอคลุมผ้าโพกศีรษะสีชมพู
ทั้งคู่ใช้เวลาสองสามวันในกรุงกาฐมาณฑุ (Kathmandu) เมืองหลวงของเนปาล เพื่อปรับตัวกับความสูงของเทือกเขาหิมาลัย ก่อนจะเดินทางต่อไปทางเหนือสู่ชายแดนจีนพร้อมกับกลุ่มทัวร์ อัครวาลคุยกับทั้งสองคนครั้งสุดท้ายราวเวลา 07:30 น. ตามเวลาท้องถิ่นในวันพุธ โดยทั้งคู่วางแผนจะไปด่านตรวจคนเข้าเมืองราวเที่ยงวันเพื่อข้ามไปยังทิเบต
แต่เพียงชั่วโมงเศษหลังจากการสนทนาครั้งนั้น เวลา 08:37 น. ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ก็แตกตัวออกจากภูเขาและถล่มลงสู่หุบเขาด้านล่าง ตามข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ กระแสน้ำแข็งและหินที่ตามมากลายเป็นกำแพงน้ำมหาศาลที่พัดถล่มเมืองและหมู่บ้านริมฝั่งแม่น้ำ ทำลายโครงสร้างพื้นฐานและที่อยู่อาศัยราบเป็นหน้ากลอง
"หลังจากนั้นก็เงียบสนิท ไม่มีอะไรเลย ติดต่อไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว" อัครวาลกล่าว เขาคาดว่าแม่ลูกทั้งสองอาจยังอยู่ในโรงแรมช่วงเวลานั้น
ครอบครัวที่เหลือกำลังพยายามหาข้อมูลจากทุกแหล่งที่เป็นไปได้ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไฟฟ้าดับและขาดการเชื่อมต่อ ขณะที่ทีมกู้ภัยก็ทำงานได้ยากลำบากเพราะฝน โคลน และซากปรักหักพัง ทำให้ยังไม่ชัดเจนว่าผู้สูญหายมีกี่คนที่รอดชีวิตแต่เพียงไม่มีทางติดต่อโลกภายนอกได้
ผู้สูญหายชาวต่างชาติหลายสิบคนได้รับการช่วยเหลือเมื่อวันพฤหัสบดี และทีมกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (State Department) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ยังมีชาวอเมริกัน 90 คนที่ติดต่อไม่ได้ หนึ่งวันหลังเหตุน้ำท่วมร้ายแรง ทรัมป์กล่าวว่าเขารับทราบว่ามีผู้สูญหายหลายสิบคน แต่ยังไม่ได้รับรายชื่อทั้งหมด เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า มีชาวอเมริกันอย่างน้อย 3 คนที่ได้รับการช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว
"เบอร์โทรศัพท์อะไรก็ตามที่อินเทอร์เน็ต โทรทัศน์ หรือเพื่อนๆ ส่งมาให้ เราพยายามติดต่อทั้งหมด" อัครวาลกล่าว หลายเบอร์ที่มีคนแจ้งมาสำหรับผู้ที่ต้องการหาข้อมูลคนที่รักนั้นใช้งานไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ส่วนเบอร์ที่ใช้ได้ก็ไม่มีข้อมูลอะไรให้เลย
ประสบการณ์ทั้งหมดนี้ทำให้เขารู้สึก "หมดหนทาง" เหมือน "ทำอะไรไม่ได้มาก" เขากล่าว แต่เขาก็ยังยึดมั่นกับความหวังว่าน้องสาวและหลานสาวอาจปลอดภัยอยู่ที่ไหนสักแห่ง และในที่สุดจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว
"เราหวังว่าจะเป็นผลดีที่สุด เพราะเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเราก็เคยเห็นกรณีที่คนเดินออกมาได้หลังจากผ่านไปสามวัน สี่วัน ห้าวัน" เขากล่าว "ตอนนี้สิ่งเดียวที่ทำได้คือมีความหวัง"
ซีเอ็นเอ็นรายงานเพิ่มเติมโดยโซฟี แทนโน (Sophie Tanno)
tag:#เนปาล #น้ำท่วมเนปาล #NepalFloods #สหรัฐ #DonaldTrump #ครอบครัว #ผู้สูญหาย #NewYork #MountKailash #ข่าวต่างประเทศ #ภัยพิบัติ #FarangThai