สหรัฐโจมตีเรือต้องสงสัยขนยาเสพติดในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก ดับ 2 ราย ยอดเหยื่อรวมทะลุ 210 คน
สหรัฐโจมตีเรือต้องสงสัยขนยาเสพติดในแปซิฟิกตะวันออกอีกครั้ง ดับ 2 ราย ยอดเหยื่อสะสมทะลุ 210 คน
กองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีเรือต้องสงสัยลำเลียงยาเสพติดในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกอีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย และมีผู้รอดชีวิต 6 คน นับเป็นการโจมตีครั้งที่ 60 กว่าครั้งภายใต้ปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายค้ายาในลาตินอเมริกา ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีเรือลักษณะนี้สะสมเกิน 210 คนแล้ว ขณะที่นักวิจารณ์ยังตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายและการที่กองทัพแทบไม่เคยแสดงหลักฐาน
รายละเอียดการโจมตีครั้งล่าสุด
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ปราบปรามกลุ่มที่รัฐบาลทรัมป์เรียกว่า "ผู้ก่อการร้ายค้ายา" (narcoterrorists) ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน กองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐ (U.S. Southern Command) ระบุเพียงว่าเป้าหมายคือผู้ต้องสงสัยค้ายาที่เคลื่อนไหวตามเส้นทางลักลอบขนยาที่ทราบกันดี แต่ไม่ได้แสดงหลักฐานว่าเรือลำดังกล่าวบรรทุกยาเสพติดจริง
ยังไม่ชัดเจนว่าผู้รอดชีวิต 6 คนได้รับการช่วยเหลือหรือไม่ กองบัญชาการกลางสหรัฐระบุว่าได้แจ้งหน่วยยามฝั่งแล้ว เช่นเดียวกับกรณีการโจมตีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่มีผู้รอดชีวิต 2 คน ซึ่งครั้งนั้นหน่วยยามฝั่งได้ยุติการค้นหาในวันถัดมาโดยระบุว่า "ไม่พบสัญญาณของผู้รอดชีวิตหรือซากเรือ"
มีคลิปวิดีโอขาวดำเผยแพร่บน X แสดงภาพเรือลำหนึ่งแล่นด้วยความเร็วก่อนถูกวัตถุพุ่งเข้าใส่และระเบิดเป็นไฟ
ข้ออ้างของทรัมป์ และเสียงวิจารณ์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐอยู่ในภาวะ "ความขัดแย้งทางอาวุธ" กับกลุ่มแก๊งค้ายาในลาตินอเมริกา และอ้างว่าการโจมตีเป็นมาตรการจำเป็นเพื่อสกัดกั้นการไหลเข้าของยาเสพติดและลดการเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาดในสหรัฐ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของเขาแทบไม่เคยแสดงหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้างว่าผู้ถูกสังหารเป็น "ผู้ก่อการร้ายค้ายา" จริง
ฝ่ายวิจารณ์ตั้งคำถามทั้งเรื่องความชอบด้วยกฎหมายและประสิทธิภาพของปฏิบัติการ โดยชี้ว่าเฟนทานิลซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาดจำนวนมากในสหรัฐ มักถูกลักลอบขนทางบกผ่านชายแดนเม็กซิโก ไม่ใช่ทางเรือ
ปมการ "โจมตีซ้ำ" ผู้รอดชีวิต
วันพฤหัสบดี สมาชิกรัฐสภาสหรัฐเรียกร้องให้เพนตากอนเปิดเผย "วิดีโอที่ไม่ผ่านการตัดต่อ" ของการโจมตีครั้งแรกสุด หลังมีรายงานว่าสหรัฐเลือกยิงซ้ำใส่ผู้รอดชีวิตจากการโจมตีรอบแรก
ในเหตุการณ์นั้น ชาย 2 คนรอดชีวิตจากการโจมตีที่คร่าชีวิตคนอื่นอีก 9 คน และกำลังเกาะซากเรืออยู่เมื่อถูกยิงซ้ำจนเสียชีวิต ทำเนียบขาวยืนยันการยิงซ้ำดังกล่าว โดยอ้างว่าทำไป "เพื่อป้องกันตัว" เพื่อให้แน่ใจว่าเรือถูกทำลายและเป็นไปตามกฎของการสู้รบ แต่นักวิชาการด้านกฎหมายบางคนแย้งว่า การยิงซ้ำสังหารผู้รอดชีวิตถือว่าผิดกฎหมายไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม
ด้านหน่วยตรวจสอบภายในของเพนตากอนเผยเมื่อเดือนพฤษภาคมว่าจะเข้าตรวจสอบว่ากองทัพปฏิบัติตามกรอบการเลือกเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ แต่ระบุว่าการประเมินนี้มุ่งเน้นเฉพาะกระบวนการเลือกเป้าหมายทางทหาร 6 ขั้นตอน ไม่ได้พิจารณาประเด็นความชอบด้วยกฎหมายของการโจมตี
ข้อมูลสำคัญโดยสรุป
- โจมตีล่าสุดวันพฤหัสบดีในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก เสียชีวิต 2 ราย รอดชีวิต 6 คน
- เป็นการโจมตีเรือครั้งที่ 60 กว่าครั้งนับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน
- ยอดผู้เสียชีวิตสะสมจากปฏิบัติการนี้เกิน 210 คน
- กองทัพยังไม่แสดงหลักฐานว่าเรือเป้าหมายขนยาจริง
- มีข้อครหากรณี "ยิงซ้ำ" ผู้รอดชีวิตที่กำลังเกาะซากเรือ ซึ่งนักกฎหมายมองว่าผิดกฎหมาย