สหรัฐฯ-ซาอุฯ ถล่มกลุ่มตัวแทนอิหร่านในอิรัก โต้กลับโดรนโจมตี
อิหร่าน (Iran) ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายลูกใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารระบุว่าเป็น "การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว" ทำให้สหรัฐฯ (US) และซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) ตัดสินใจร่วมมือกันเปิดฉากโจมตีกลุ่มก่อการร้ายที่ฝักใฝ่อิหร่านในอิรัก (Iraq) เพื่อตอบโต้
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือไออาร์จีซี (IRGC) สั่งการโจมตีด้วยโดรนใส่กองกำลังสหรัฐฯ มาแล้วกว่า 30 ครั้งในช่วงสามวันที่ผ่านมา แม้ทุกครั้งจะถูกสกัดกั้นไว้ได้ทั้งหมด
เครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียร่วมกันถล่มฐานส่งกำลังบำรุงและคลังอาวุธของกลุ่มก่อการร้าย ปฏิบัติการนี้เริ่มขึ้นไม่นานหลังกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือเซนต์คอม (CENTCOM) ประกาศว่าอิหร่านพยายามก่อ "การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว" ต่อกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาค

เซนต์คอมระบุในแถลงการณ์ว่า "ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2026 (พ.ศ. 2569) มีความพยายามโจมตีพลเมืองและสถานที่ของสหรัฐฯ โดยกองกำลังติดอาวุธที่ฝักใฝ่อิหร่านในอิรักมากกว่า 600 ครั้ง"
"ไออาร์จีซีและกลุ่มตัวแทนก่อการร้ายของพวกเขาต้องยุติการโจมตีเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นจะต้องเผชิญการตอบโต้ทางทหารจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม" แถลงการณ์ระบุ
เซนต์คอมเปิดเผยว่าในคืนวันอังคารที่เกิด "ความพยายามโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว" นั้น กองกำลังไออาร์จีซียิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายลูกจากอิหร่านใส่กองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาค แต่ขีปนาวุธทั้งหมดถูกสกัดกั้นไว้ได้
ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างกลุ่มก่อการร้ายฝักใฝ่อิหร่านกับกองกำลังสหรัฐฯ เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่คนกลางเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านรายงานว่าการเจรจาหยุดยิงมีความคืบหน้า "อย่างมีนัยสำคัญ"
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้สั่งระงับการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา แสดงความหวังมากขึ้นเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลง แต่เตือนว่าสงครามอาจปะทุขึ้นอีกครั้งหากการเจรจาล่ม
"พวกเขาอยากคุยกัน... ตอนนี้เรากำลังเจรจากันด้วยดี เดี๋ยวก็รู้ว่าจะเป็นยังไง" ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ "ผมคิดว่ามีโอกาสสูงที่บางอย่างจะเกิดขึ้น และถ้ามันเกิดขึ้นจริง ก็ถือเป็นเรื่องดี"
"แต่ถ้าไม่เกิดขึ้น เราก็จะกลับไปทำแบบที่ทำเมื่อสองวันก่อน" ทรัมป์เตือน
ขณะนี้สหรัฐฯ กำลังทำงานร่วมกับกาตาร์ (Qatar) ปากีสถาน (Pakistan) และอียิปต์ (Egypt) เพื่อช่วยดูแลการเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมาน (Oman) เกี่ยวกับอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ตามรายงานของแหล่งข่าวที่ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวแอกซิออส (Axios) และสำนักข่าวเอพี (Associated Press)
เมื่อวันจันทร์ ผู้เจรจาฝ่ายโอมานระบุว่า การกำหนดรูปแบบบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับอิหร่านอย่างเป็นธรรมยังคงเป็นประเด็นที่ตกลงกันได้ยาก โดยเฉพาะข้อเสนอเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางน้ำ ซึ่งกำลังบั่นทอนการเจรจา
แหล่งข่าวในภูมิภาคเปิดเผยกับแอกซิออสว่า หนึ่งในข้อเสนอคือให้อิหร่านและโอมานร่วมกันเก็บค่าธรรมเนียมบริการเพื่อดูแลความปลอดภัยทางทะเลตลอดช่องแคบ โดยวางตัวเองเป็นผู้ดูแลช่องแคบดังกล่าว
อีกแนวคิดหนึ่งคือการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซในลักษณะเดียวกับช่องแคบมะละกา (Strait of Malacca) ที่มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ร่วมกันเก็บค่าธรรมเนียมดูแล
รัฐบาลทรัมป์ยืนยันจุดยืนว่าช่องแคบฮอร์มุซควรเปิดเสรีให้ทุกฝ่ายใช้งานได้เหมือนก่อนสงครามจะเริ่มต้นขึ้น
tag:#อิหร่าน #สหรัฐฯ #ซาอุดีอาระเบีย #DonaldTrump #StraitOfHormuz #IRGC #สงครามตะวันออกกลาง #ข่าวต่างประเทศ #การเมืองโลก #อิรัก #WorldNews #FarangThai