โดรนยูเครนถล่มรัสเซียดับสามราย ไฟไหม้คลังสินค้า Wildberries กับโรงกลั่นน้ำมัน
โดรนยูเครนระลอกใหญ่ถล่มหลายพื้นที่ทั่วรัสเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยสามราย พร้อมจุดไฟไหม้ทั้งโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่และคลังสินค้าของบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ Wildberries ของรัสเซีย
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุเมื่อวันพุธว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศสามารถสกัดและทำลายโดรนยูเครนได้ 426 ลำในช่วงข้ามคืน รวมถึงเหนือพื้นที่ยูเครนที่รัสเซียยึดครองอยู่ด้วย
เยฟเกนี เปอร์วิชอฟ (Yevgeny Pervyshov) ผู้ว่าการแคว้นตัมบอฟ เปิดเผยว่า ศูนย์กระจายสินค้าของ Wildberries "ถูกไฟไหม้เสียหายจนหมดสิ้น" โดยก่อนหน้านี้เขาระบุว่าพื้นที่ราว 100,000 ตารางเมตร (1.1 ล้านตารางฟุต) ของโรงงานถูกไฟลุกไหม้ คิดเป็นขนาดเทียบเท่าสนามฟุตบอลถึง 14 สนาม
เปอร์วิชอฟเขียนผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ว่ามีผู้บาดเจ็บหนึ่งรายจากเหตุโจมตีครั้งนี้ แต่ไม่ได้ระบุว่าเพลิงไหม้ดับสนิทแล้วหรือยัง
การโจมตีในช่วงข้ามคืนครั้งนี้มีเป้าหมายที่ศูนย์กระจายสินค้าของ Wildberries ในเมืองโคตอฟสก์ (Kotovsk) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 500 กิโลเมตร (310 ไมล์)
โรงงานอุตสาหกรรมอีกแห่งในแคว้นนิจนีนอฟโกรอด (Nizhny Novgorod) ก็ได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนเช่นกัน ตามการเปิดเผยของผู้ว่าการแคว้นดังกล่าว โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม แต่กองบัญชาการทหารสูงสุดของยูเครนระบุว่า กองทัพยูเครนได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมัน NORSI ของบริษัท Lukoil ในแคว้นนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นในพื้นที่ และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) กล่าวว่า ยูเครนโจมตีเป้าหมายในรัสเซียได้ทั้งหมด 16 จุดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา รวมถึงสถานที่เก็บน้ำมันและศูนย์กระจายสินค้า พร้อมระบุว่าเป้าหมายยังครอบคลุมสนามบิน หน่วยขีปนาวุธ โรงงานผลิตอาวุธ และโครงสร้างพื้นฐานที่รัสเซียใช้เปิดฉากโจมตียูเครน แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อสถานที่เฉพาะเจาะจง
"สงครามต้องย้อนกลับไปยังจุดที่มันเริ่มต้น" เซเลนสกีระบุผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X
ในแคว้นลีเปตสค์ (Lipetsk) มีชายคนหนึ่งและเด็กชายวัย 14 ปีเสียชีวิตจากเพลิงไหม้ที่เกิดจากเศษโดรนตกใส่ ขณะที่ในแคว้นเบลโกรอด (Belgorod) ซึ่งมีพรมแดนติดกับยูเครน มีผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีด้วยโดรนเช่นกัน สำนักข่าว Reuters อ้างอิงข้อมูลจากทางการท้องถิ่นที่เผยแพร่ผ่าน Telegram
ยูเครนเปิดฉากโจมตีสถานที่ของ Wildberries มาตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม และในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมายังขยายเป้าหมายไปยัง Ozon คู่แข่งรายใหญ่ของบริษัทด้วย
ทั้งสองบริษัทครองส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดกลุ่มหนึ่งของเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งในภาพรวมกำลังเข้าสู่ภาวะเกือบหยุดนิ่งหลังทำสงครามกับยูเครนมาแล้วสี่ปีครึ่ง
ฝ่ายยูเครนกล่าวหาว่า Wildberries มีส่วนเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานทางทหารของรัสเซีย ขณะที่ทางการมอสโกและบริษัทเองยืนยันว่าโรงงานเหล่านี้ใช้เพื่อกิจการพลเรือนเท่านั้น
ในอีกด้านหนึ่งของสมรภูมิ ฝั่งยูเครนเองก็เผชิญการโจมตีเช่นกัน โดยระเบิดนำวิถีทางอากาศของรัสเซียได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในเมืองเคียร์ซอน (Kherson) ทางตอนใต้ของยูเครน ตามการเปิดเผยของ Naftogaz บริษัทพลังงานของยูเครนซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าดังกล่าว โดยระบุว่าจะประเมินความเสียหายทั้งหมดทันทีที่สถานการณ์ด้านความปลอดภัยเอื้ออำนวย
ทั้งฝ่ายมอสโกและเคียฟต่างปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้จงใจโจมตีพลเรือน นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 (พ.ศ. 2565) แต่การโจมตีจากทั้งสองฝ่ายกลับทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในหมู่พลเรือนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
tag:#Ukraine #รัสเซีย #Zelenskyy #สงครามรัสเซียยูเครน #Wildberries #Lukoil #DroneAttack #Kherson #ข่าวต่างประเทศ #สงคราม #WorldNews #FarangThai