ทรัมป์ซัดสื่อ ข่าวปลอม พร้อมหยอกเรื่องลงชิงเก้าอี้ปี 2028 ในงานเลี้ยงสื่อรอบใหม่
โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโจมตี "สื่อข่าวปลอม" และพูดถึงการดำรงตำแหน่งสมัยที่สามซึ่งต้องห้าม ระหว่างขึ้นกล่าวในงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวที่จัดขึ้นใหม่เมื่อวันศุกร์ หลังผ่านไปสามเดือนนับจากงานเดิมถูกขัดจังหวะด้วยเหตุที่เชื่อว่าเป็นความพยายามลอบสังหาร
"ที่นี่คือการรวมตัวของคนที่เป็นโรคเกลียดทรัมป์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในคราวเดียว" ทรัมป์กล่าวกับผู้ร่วมงานเลี้ยงสื่อที่โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย (Waldorf Astoria) ในกรุงวอชิงตัน
ประธานาธิบดีวัย 80 ปีเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงค่อนข้างประนีประนอม โดยย้อนถึงเหตุการณ์ที่มือปืนก่อเหตุจนเขาต้องถูกอพยพออกจากงานเลี้ยงเมื่อเดือนเมษายน
"การแสดงต้องดำเนินต่อไป" ทรัมป์กล่าว
แต่ไม่นานเขาก็หันไปโจมตีบรรดาคนที่เขามองว่าเป็นศัตรูในสุนทรพจน์ที่ออกจะเลื่อนไหลไปเรื่อย เริ่มจากนักข่าว ก่อนหันปากกระบอกปืนไปที่คู่แข่งฝั่งเดโมแครต
ก่อนหน้านั้น ทรัมป์ยกมือขึ้นพร้อมหัวเราะขณะจับมือกับทีมงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล (Wall Street Journal) ที่ตีแผ่ข่าวความสัมพันธ์ของเขากับเจฟฟรีย์ เอปสตีน (Jeffrey Epstein) นักการเงินผู้เสื่อมเสียชื่อเสียง
แต่ภายหลังเขาก็หยอกว่า "ค่ำคืนนี้ไม่ง่ายเลย รางวัลเยอะขนาดนี้" หลังบรรดานักข่าวได้รับรางวัลจากการรายงานข่าวเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของเขา
ทรัมป์ยังรื้อฟื้นประเด็นการดำรงตำแหน่งสมัยที่สาม ซึ่งรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ห้ามไว้ แม้เขาจะยืนยันว่าพูดเล่น
"เหมือนกับตำแหน่งประธานาธิบดีของผม ครั้งที่สองดีกว่าเสมอ แล้วครั้งที่สามก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก" ทรัมป์กล่าว ก่อนเสริมว่า "ผมพูดเล่นน่า"
ต่อมาเขายังเล่นต่อ ด้วยการหยิบหมวกสีแดง "Trump 2028" ออกมา พร้อมบอกว่าเขา "ยินดีที่จะประกาศความตั้งใจ และนี่ถือเป็นข่าวเอ็กซ์คลูซีฟอยู่บ้าง ความตั้งใจของผมที่จะลงสมัครเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สี่"
ทรัมป์ยังพูดถึงอีกด้านของการโจมตีสื่อ นั่นคือการเปิดให้เข้าถึงตัวเขาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งการเปิดวงถามตอบกับผู้สื่อข่าวบ่อยครั้ง และการรับสายโทรศัพท์จากนักข่าวหลายรายด้วยตัวเอง
"ผมพบเสมอว่าถ้าคุณไม่คุยกับสื่อ คุณก็จะเจอข่าวแย่ ๆ ตลอด" ทรัมป์กล่าว โดยความสัมพันธ์ของเขากับสื่อย้อนไปหลายทศวรรษตั้งแต่สมัยเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังในนครนิวยอร์กช่วงทศวรรษ 1980 "แต่ถ้าคุณคุยกับสื่อ คุณก็ยังมีลุ้นได้ข่าวดี"
เนื้อหาส่วนใหญ่ในสุนทรพจน์ดูคล้ายกับที่เขาพูดตามเวทีหาเสียง ถึงขั้นที่ประธานาธิบดีหยอกว่าจะเล่นงานทีมเขียนสุนทรพจน์ของตัวเอง เมื่อมุกบางมุกไม่เข้าเป้า
ตอนที่มุกหนึ่งแป้ก ทรัมป์พูดขึ้นว่า "อันนั้นเป็นอย่างเดียวที่ผมคิดว่าดีในสุนทรพจน์งี่เง่าทั้งอันนี้"
แต่เขาปิดท้ายสุนทรพจน์ความยาวหนึ่งชั่วโมงด้วยการบอกว่าเขา "เคารพอย่างสูง" ต่อนักข่าวในห้อง พร้อมเสริมว่า "พอผมไม่อยู่แล้ว พวกคุณจะถังแตกกันหมด"
"มาลองกันใหม่อีกครั้ง"
ทรัมป์ ซึ่งมาร่วมงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวเป็นครั้งแรก หลังบาดหมางกับสื่อมาหลายปี บอกด้วยว่าเขาวางแผนจะมาอีกในปีหน้า
เขากลับมาท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นเมื่อวันศุกร์ สามเดือนหลังเหตุที่เชื่อว่าเป็นความพยายามลอบสังหาร ซึ่งทำให้เขาต้องถูกอพยพออกจากงานอย่างโกลาหล หลังมีเสียงปืนดังขึ้นที่โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน จนงานเลี้ยงแบล็กไทต้องยกเลิก
โคล อัลเลน (Cole Allen) ชายวัย 31 ปีจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ซึ่งรวมถึงความพยายามสังหารประธานาธิบดี
คราวนี้หน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ ไม่ยอมเสี่ยงอีก ตำรวจและกำลังพลจากหน่วยพิทักษ์มาตุภูมิปิดถนนโดยรอบและตั้งแนวรักษาความปลอดภัยขนาดใหญ่ แม้แขกที่ผ่านเข้างานจะเจอเพียงการตรวจแบบผ่าน ๆ
สถานที่จัดงานถูกย้ายจากฮิลตันไปที่วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ซึ่งเคยเป็นโรงแรมของทรัมป์มาก่อน
"มาลองกันใหม่อีกครั้ง" เว่ยเจีย เจียง (Weijia Jiang) ผู้สื่อข่าวซีบีเอส (CBS) และประธานสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวที่กำลังจะพ้นวาระ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานเลี้ยงครั้งก่อน กล่าว
"คืนนี้สารของเราคือ เรากลับมาแล้ว เราจะไม่ถูกข่มขู่ เราจะไม่ปล่อยให้ความรุนแรงเป็นผู้พูดคำสุดท้าย"
แจ็กกี ไฮน์ริช (Jacqui Heinrich) ประธานสมาคมคนใหม่ ระบุว่างานจะกลับไปจัดที่วอชิงตัน ฮิลตัน ในปีหน้า
กลุ่มผู้สนับสนุนเสรีภาพสื่อวิจารณ์รัฐบาลทรัมป์เรื่องการฟ้องร้ององค์กรสื่อ การจำกัดการเข้าถึงของนักข่าวบางราย และการขู่ดำเนินการกับสถานีโทรทัศน์ ด้านทรัมป์ปฏิเสธคำวิจารณ์ดังกล่าว โดยระบุว่ารัฐบาลของเขากำลังส่งเสริมความรับผิดชอบและจัดการกับอคติ
งานเมื่อวันศุกร์ยังเชิดชูวิกเตอร์ กอนซาเลส (Victor Gonzales) เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ ที่ถูกยิงที่จุดตรวจความปลอดภัยนอกห้องจัดเลี้ยงเมื่อเดือนเมษายน และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้หยุดยั้งการโจมตี รวมถึงพนักงานโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ที่ช่วยเหลือแขกในงาน กอนซาเลสรอดชีวิตเพราะสวมเสื้อเกราะ
tag:#DonaldTrump #สหรัฐ #สื่อมวลชน #ทำเนียบขาว #เสรีภาพสื่อ #JeffreyEpstein #เลือกตั้งสหรัฐ #ลอบสังหาร #ข่าวต่างประเทศ #USNews #WhiteHouse #FarangThai