เดโมแครตแฉ เงินภาษีจากกฎหมายของทรัมป์ถูกโยกไปสร้าง 'ห้องบอลรูม' ทำเนียบขาว
เดโมแครตแฉ เงินภาษีจากกฎหมายของทรัมป์ถูกโยกไปสร้าง "ห้องบอลรูม" ทำเนียบขาว
งบประมาณกว่า 350 ล้านดอลลาร์ที่มาจากกฎหมายภาษีฉบับใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกโยกอย่างเงียบ ๆ ไปยังงานด้านความมั่นคงของทำเนียบขาว สมาชิกวุฒิสภาพรรคเดโมแครตชี้ว่าเม็ดเงินดังกล่าวอาจกำลังถูกนำไปสมทบกับโครงการสร้างห้องบอลรูมหลังใหม่ ทั้งที่ทรัมป์เคยให้คำมั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะไม่ใช้เงินภาษีของประชาชนแม้แต่บาทเดียว การโยกเงินเกิดขึ้นในช่วงที่โครงการกำลังเผชิญอุปสรรคทั้งในชั้นศาลและในสภาคองเกรส
เงินมาจากไหน และโยกไปทำอะไร
สำนักงานบริหารและงบประมาณของทำเนียบขาวได้อนุมัติการโยกเงินดังกล่าวเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากเดโมแครตในคณะกรรมาธิการงบประมาณวุฒิสภาระบุว่า เงินถูกดึงมาจากสองบัญชีที่เดิมตั้งไว้เพื่อให้หน่วยข่าวกรองสหรัฐ (Secret Service) ใช้จ้างและฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม หลังเกิดเหตุลอบสังหารประธานาธิบดีหลายครั้งเมื่อปีก่อน
จังหวะเวลาของการโยกเงินยิ่งทำให้เกิดข้อกังขา เพราะเพิ่งผ่านมาไม่กี่วันหลังจากสภาคองเกรสปฏิเสธคำขอเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์ให้ทำเนียบขาวในร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ซึ่งทรัมป์ลงนามบังคับใช้ไปแล้ว ทั้งยังเป็นช่วงที่โครงการห้องบอลรูมพัวพันกับการฟ้องร้องทางกฎหมายอยู่
ที่น่าสังเกตคือ แม้แต่ ชัค แกรสลีย์ ประธานคณะกรรมาธิการตุลาการวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นผู้ร่างงบประมาณด้านความมั่นคงก้อนนี้ขึ้นมาในตอนแรก ก็ยอมรับว่าไม่เคยรับรู้เรื่องการจัดสรรเงินครั้งนี้ "ประธานาธิบดีบอกว่าทุกอย่างจะจ่ายด้วยเงินเอกชน และนั่นคือสิ่งที่คนทั้งประเทศคาดหวัง" แกรสลีย์กล่าว
เดโมแครตชี้ "อาจผิดกฎหมาย"
ส.ว. เจฟฟ์ เมิร์กลีย์ จากรัฐออริกอน แกนนำเดโมแครตในคณะกรรมาธิการงบประมาณวุฒิสภา กล่าวหาว่าการกระทำของทรัมป์อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และเป็นการใช้ "เล่ห์กลบังหน้า" หลังจากบอกประชาชนมาตลอดว่าจะไม่ใช้เงินภาษีกับโครงการนี้แม้แต่ดอลลาร์เดียว
"ทรัมป์พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเชื่อถือไม่ได้ในเรื่องการทำตามกฎหมาย เขาสนใจแต่จะผลาญเงินภาษีของประชาชนไปกับโครงการเพื่อความหรูหราของตัวเอง" เมิร์กลีย์ระบุในแถลงการณ์
โครงการห้องบอลรูมเจออุปสรรคต่อเนื่อง
ทรัมป์เผชิญแรงต้านมาตลอดในการพยายามสร้างห้องบอลรูมในบริเวณทำเนียบขาว โดยถึงขั้นสั่งรื้อปีกตะวันออก (East Wing) อันเก่าแก่ทิ้ง เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับโครงการนี้
เมื่อเดือนก่อน ขณะลงตรวจไซต์ก่อสร้าง ทรัมป์เรียกโครงการนี้ว่าเป็น "ของขวัญ" ให้แก่ประชาชนชาวอเมริกัน และยืนยันมาโดยตลอดว่าค่าใช้จ่ายมาจากเงินบริจาค แต่ประเด็นนี้กลับถูกองค์กรตรวจสอบตั้งคำถามด้านจริยธรรม เพราะกังวลว่าอาจมีการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อน
เดือนที่ผ่านมา สภาคองเกรสปฏิเสธคำขอเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สำหรับห้องบอลรูม ซึ่งฝ่ายบริหารพยายามแนบไปกับร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ แต่ทั้ง ส.ส. รีพับลิกันและเดโมแครตต่างคัดค้าน เพราะกลายเป็นประเด็นที่อ่อนไหวทางการเมืองอย่างยิ่ง ในเวลาที่ชาวอเมริกันกำลังเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงตามภาวะเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกัน วอชิงตันโพสต์ รายงานเมื่อต้นสัปดาห์ว่า งบประมาณรวมของโครงการบานปลายไปถึง 600 ล้านดอลลาร์ ตามเอกสารสรุปที่ผู้รับเหมาจัดทำ โดยกว่าครึ่งหนึ่งของเงินมาจากภาษีประชาชน
หัวใจของข้อถกเถียงอยู่ที่ว่า ค่าใช้จ่ายของโครงการเป็นไปเพื่อเสริมความมั่นคงใต้ดิน เช่น หลุมหลบภัยและสถานพยาบาล มากน้อยเพียงใด และมากน้อยเพียงใดที่ใช้ไปกับห้องบอลรูมความจุ 999 ที่นั่งซึ่งทรัมป์สัญญาจะสร้างไว้ด้านบน
ทำเนียบขาวยืนยัน ทรัมป์กับผู้บริจาคเป็นผู้จ่าย
โฆษกทำเนียบขาว เดวิส อาร์. อิงเกิล โต้ว่า ทรัมป์และผู้บริจาคเป็นผู้ออกเงินสำหรับห้องบอลรูมราว 400 ล้านดอลลาร์ และการประสานงานกับ Secret Service ก็ระบุไว้แล้วตั้งแต่ตอนประกาศเปิดตัวโครงการ พร้อมยืนยันว่าโครงการปรับปรุงปีกตะวันออก "ผูกโยงอย่างแยกไม่ออก" กับความปลอดภัยของประธานาธิบดีและบริเวณทำเนียบขาว
โฆษกยังอ้างถึงเหตุการณ์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงแผนก่อเหตุที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าจะพุ่งเป้าโจมตีงาน UFC Freedom 250 ที่จัดในทำเนียบขาว ว่าเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความจำเป็นของโครงการ
ทนายความฝ่ายรัฐบาลโต้แย้งในชั้นศาลว่า โครงการนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยสำคัญเพื่อรับมือภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่โดรนไปจนถึงขีปนาวุธ โดยเอกสารของทำเนียบขาวระบุว่าพื้นที่ปีกตะวันออกจะถูก "เสริมเกราะอย่างหนาแน่น" ทั้งหลุมหลบภัย สิ่งติดตั้งทางทหาร และสถานพยาบาลใต้ห้องบอลรูม
ก่อนหน้านี้ Secret Service เคยแจ้งวุฒิสมาชิกเมื่อเดือนที่แล้วว่า ในคำขอเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์นั้น จะมี 220 ล้านดอลลาร์ที่ใช้เสริมความแข็งแกร่งให้ส่วนต่อเติมห้องบอลรูม เช่น กระจกกันกระสุน เทคโนโลยีตรวจจับโดรน และระบบป้องกันสารเคมี ส่วนเงินที่เหลืออีก 180 ล้านดอลลาร์จะใช้สร้างจุดคัดกรองผู้เข้าเยี่ยมทำเนียบขาวแห่งใหม่
อำนาจ "คุมกระเป๋าเงิน" อยู่ที่สภา
ประเด็นการโยกงบครั้งนี้มีแนวโน้มจะจุดความกังวลในสภาคองเกรสเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ และการที่ประธานาธิบดีนำเงินงบประมาณที่ฝ่ายนิติบัญญัติจัดสรรไว้ไปใช้ในทางอื่น
เงินก้อนนี้มาจากกฎหมายลดภาษีและตัดลดงบประมาณฉบับใหญ่ที่ทรัมป์ลงนามเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว ซึ่งจัดสรรเงินกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ให้แก่ Secret Service ครอบคลุมทั้งบุคลากร สถานที่ฝึกอบรม เทคโนโลยี และเงินโบนัส โดยตอนที่ผ่านกฎหมาย ส่วนนี้ไม่มีใครคัดค้าน แม้เดโมแครตจะลงมติไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายในภาพรวม
ภายใต้รัฐธรรมนูญสหรัฐ มีเพียงสภาคองเกรสเท่านั้นที่มีอำนาจจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลกลาง ส่วนประธานาธิบดีมีเพียงอำนาจลงนามหรือยับยั้งร่างกฎหมายงบประมาณ และเมื่อใดที่งบกลายเป็นกฎหมายแล้ว ก็ต้องดำเนินไปตามที่กำหนดไว้เป็นหลัก
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- งบกว่า 350 ล้านดอลลาร์จากกฎหมายภาษีของทรัมป์ถูกโยกไปยังงานความมั่นคงทำเนียบขาว ดึงมาจากบัญชีที่ตั้งไว้สำหรับ Secret Service
- การโยกเงินเกิดขึ้นหลังสภาปฏิเสธคำขอ 1,000 ล้านดอลลาร์ และขณะที่โครงการพัวพันคดีฟ้องร้อง
- วอชิงตันโพสต์ ระบุงบโครงการบานปลายถึง 600 ล้านดอลลาร์ โดยกว่าครึ่งมาจากเงินภาษี
- ทำเนียบขาวยืนยันว่าทรัมป์และผู้บริจาคออกเงินราว 400 ล้านดอลลาร์ และโครงการจำเป็นต่อความปลอดภัย
- ห้องบอลรูมจะมีความจุ 999 ที่นั่ง สร้างบนพื้นที่ที่เคยเป็นปีกตะวันออกซึ่งถูกรื้อทิ้ง
ที่มา: AP (Associated Press)