ภาพถ่ายดาวเทียมเผยความเสียหายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์รของอิหร่าน
ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นความเสียหายใหม่ภายในกลุ่มอาคารโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์ร (Bushehr) ของอิหร่าน หลังการโจมตีระลอกล่าสุดของสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารที่ทวีขึ้นระหว่างวอชิงตัน (Washington) และเตหะราน (Tehran)
การเปรียบเทียบภาพถ่ายจากดาวเทียมเซนติเนล-2 (Sentinel-2) ของยุโรป ซึ่งบันทึกภาพเมื่อวันที่ 7 และ 12 กรกฎาคม แสดงให้เห็นรอยความเสียหายจากการโจมตีที่เกิดขึ้นใหม่ภายในกลุ่มอาคารบูเชห์ร รวมถึงจุดที่คาดว่าถูกโจมตีอีกแห่งในพื้นที่สิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เคียง
หน่วยงานข่าวกรองแบบเปิด (open-source) ของเครือข่ายอัลจาซีรา (Al Jazeera) ได้รวบรวมภาพถ่ายดาวเทียม ภาพจากภาคสนาม และข้อมูลอย่างเป็นทางการจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เพื่อทำแผนที่จุดที่สหรัฐฯ โจมตีทั่วอิหร่านระหว่างวันที่ 7-15 กรกฎาคม
เอห์ซาน จาฮาเนียน (Ehsan Jahanian) รองผู้ว่าการจังหวัดบูเชห์ร เคยกล่าวเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมว่า หลายพื้นที่ในจังหวัดถูกโจมตี รวมถึงพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์ร ฐานทัพในเมืองโชกาดัก (Choghadak) และท่าเรือประมงทางตอนใต้ของจังหวัด ตามการรายงานของสำนักข่าวรัฐบาลอิหร่าน อีร์นา (IRNA)
ต่อมาจาฮาเนียนปฏิเสธรายงานที่ระบุว่าตัวโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถูกโจมตีโดยตรง โดยยืนยันว่าเครื่องปฏิกรณ์ไม่ได้รับผลกระทบและยังเดินเครื่องได้ตามปกติ
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทของปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายทางทหารราว 90 แห่งระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม ครอบคลุมระบบป้องกันภัยทางอากาศ คลังจัดเก็บขีปนาวุธและโดรน ทรัพย์สินทางทะเล และโครงสร้างพื้นฐานทางทหารตามแนวชายฝั่งทางใต้ของอิหร่าน
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ไม่ได้ระบุว่าโรงไฟฟ้าบูเชห์รหรือสถานที่นิวเคลียร์ใด ๆ อยู่ในรายชื่อเป้าหมายที่ประกาศออกมา

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวที่เดินเครื่องอยู่ของอิหร่าน
บูเชห์รเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของอิหร่านที่เปิดดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองบูเชห์รไปทางใต้ประมาณ 17 กิโลเมตร กลุ่มอาคารซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 2.5 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยอาคารเครื่องปฏิกรณ์ ช่องน้ำหล่อเย็นที่เชื่อมต่อกับทะเล อาคารประกอบชิ้นส่วน และท่าเรือสำหรับรับอุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างและการดำเนินงานของเครื่องปฏิกรณ์
ภายในพื้นที่มีอาคารเครื่องปฏิกรณ์สองแห่ง แห่งหนึ่งเปิดดำเนินการอยู่ ส่วนอีกแห่งยังสร้างไม่เสร็จมานานหลายปี

ตามข้อมูลของระบบสารสนเทศเครื่องปฏิกรณ์พลังงาน (PRIS) ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency หรือ IAEA) เครื่องปฏิกรณ์บูเชห์ร-1 มีกำลังผลิตไฟฟ้าสุทธิประมาณ 915 เมกะวัตต์
โรงไฟฟ้าแห่งนี้เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของอิหร่านครั้งแรกในเดือนกันยายน 2011 (พ.ศ. 2554) ก่อนเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบในเดือนกันยายน 2013 (พ.ศ. 2556)
ต่างจากสถานที่เสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างนาทันซ์ (Natanz) หรือฟอร์โดว์ (Fordow) เครื่องปฏิกรณ์บูเชห์รที่กำลังเดินเครื่องอยู่มีเชื้อเพลิงนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้าอยู่ภายใน ทำให้ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดกับระบบหล่อเย็น ระบบไฟฟ้า หรือระบบกักเก็บ มีความอ่อนไหวสูงกว่ามาก

เหตุการณ์ก่อนหน้านี้
การโจมตีในเดือนกรกฎาคมครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์วัตถุตกใส่ครั้งแรกใกล้โรงไฟฟ้าบูเชห์รในปี 2026 รายงานเหตุการณ์ของ IAEA ที่หน่วยงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ของอิหร่านยื่นไว้ บันทึกเหตุการณ์หลายครั้ง รวมถึงวัตถุที่พุ่งเข้าไปในพื้นที่โรงไฟฟ้าเมื่อวันที่ 17, 24 และ 27 มีนาคม
รวมถึงแรงกระแทกอีกครั้งใกล้รั้วรอบเครื่องปฏิกรณ์หน่วยที่ 1 เมื่อวันที่ 4 เมษายน โดยทุกครั้งเจ้าหน้าที่อิหร่านรายงานว่าเครื่องปฏิกรณ์ยังเดินเครื่องได้ตามปกติ และไม่พบความเสียหายต่อตัวเครื่องปฏิกรณ์เอง
IAEA ย้ำหลายครั้งว่าสถานที่นิวเคลียร์ไม่ควรตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางทหารเด็ดขาด เนื่องจากอาจก่อผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ในภูมิภาค
tag:#อิหร่าน #Iran #Bushehr #นิวเคลียร์ #สงครามอิหร่าน #CENTCOM #ตะวันออกกลาง #IAEA #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #MiddleEast #FarangThai