รัสเซียกวาดต้อน "นักศึกษา" เข้าสมรภูมิยูเครน หวังชดเชยยอดสูญเสียที่พุ่งไม่หยุด
รัสเซียกวาดต้อน "นักศึกษา" เข้าสมรภูมิยูเครน หวังชดเชยยอดสูญเสียที่พุ่งไม่หยุด
ขณะที่สงครามในยูเครนกำลังย่างเข้าสู่ปีที่ห้า เครมลินหันมาใช้มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยอาชีวะเป็นแหล่งเติมกำลังพลชุดใหม่ ด้วยการชักชวนให้นักศึกษาเซ็นสัญญาเข้ากองทัพ โดยชูภาพ "หน่วยโดรน" ว่าเป็นเส้นทางที่ทันสมัยและปลอดภัยกว่าทหารราบทั่วไป แต่ความจริงในสนามรบกลับตรงกันข้าม เมื่อนักศึกษาหลายคนที่หลงเชื่อคำมั่นเหล่านั้นเสียชีวิตในเวลาไม่กี่เดือนหลังสมัคร
คำมั่นที่สวยหรู กับความจริงในสนามรบ
วาเลรี อาเวริน หนุ่มวัย 23 ปี คือหนึ่งในนักศึกษารัสเซียกลุ่มแรก ๆ ที่ทราบว่าเสียชีวิตในยูเครน หลังถูกชักชวนเข้าโครงการเกณฑ์คนหนุ่มจากมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยเข้าสู่กองกำลังโดรน
"เขาเรียนเรื่องโดรนมาแค่สามเดือน แต่กลับถูกส่งเข้าโจมตีแนวหน้าโดยตรง เหมือนโยนเข้าเครื่องบดเนื้อ" อ็อกซานา อาฟานาเซียวา แม่บุญธรรมของเขากล่าว พร้อมย้ำว่าลูกชายไม่เคยผ่านการเป็นทหารมาก่อนด้วยซ้ำ
อาเวรินเติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทางไซบีเรียตะวันออก ก่อนถูกรับไปเลี้ยงเมื่ออายุ 11 ปี ขณะถูกชักชวนเข้ากองทัพ เขากำลังเรียนปีสุดท้ายที่วิทยาลัยเทคนิคก่อสร้าง ช่วงต้นเดือนเมษายน เขาโทรบอกแม่ว่ากำลังจะไปที่ที่ "ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์" และขออย่าให้เป็นห่วง โดยตอนแรกอ้างว่าไปทำงานหาเงินกับร้านค้าออนไลน์ กว่าแม่จะรู้ว่าเขาเซ็นสัญญาทหารและผ่านการฝึกเป็นนักบินโดรนแล้ว ก็สายเกินไป หนึ่งสัปดาห์ต่อมา วันที่ 8 เมษายน เธอได้รับข่าวว่าเขาเสียชีวิตจากการถูกยิงด้วยปืนครกใกล้เมืองลูฮันสก์ที่รัสเซียยึดครอง
ไม่ใช่รายเดียว
ชะตากรรมเดียวกันเกิดขึ้นกับนักศึกษาคนอื่น ๆ
- วลาดิสลาฟ กอร์บูนอฟ วัย 18 ปี ผู้เรียนสาขาการก่อสร้างและซ่อมบำรุงทางรถไฟ ถูกส่งเข้าหน่วยทหารราบโจมตีแนวหน้าก่อน แล้วจึงย้ายไปหน่วยโดรน เสียชีวิตวันที่ 6 เมษายน เพียง 4 เดือนหลังเซ็นสัญญา
- ราคิม อับดุลลิน เพิ่งอายุครบ 18 ปีได้ไม่นาน ตัดสินใจเซ็นสัญญาในเดือนมกราคมเพราะคิดว่าการเป็นนักบินโดรนน่าจะปลอดภัย แต่แม่ของเขาเล่าว่า "พอไปถึงจริง ๆ มันไม่ปลอดภัยเลย เพราะพวกเขาต้องเจอกับหน่วยจู่โจมและอยู่ติดแนวหน้า" เขาเสียชีวิตในวันที่ 13 มีนาคม "เขาจากไปเร็ว และกลับมาเร็ว" แม่กล่าว
ทั้งสามคนเป็นส่วนหนึ่งของทหารและนายทหารรัสเซียจำนวน 230,407 นาย ที่ BBC ยืนยันการเสียชีวิตได้จากการวิเคราะห์สุสาน อนุสรณ์สงคราม ทะเบียนราชการ และประกาศไว้อาลัย
ตัวเลขความสูญเสียที่แท้จริงอาจสูงลิ่ว
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าตัวเลขที่ตรวจสอบได้จากแหล่งข้อมูลเปิดสะท้อนเพียง 45-55% ของยอดจริง ซึ่งหมายความว่ายอดผู้เสียชีวิตจริงของฝ่ายรัสเซียอาจอยู่ระหว่าง 417,000 ถึง 509,500 นาย โดยหน่วยข่าวกรอง GCHQ ของอังกฤษระบุเมื่อเดือนพฤษภาคมว่าตัวเลขใกล้แตะ 500,000 นาย
ฝ่ายยูเครนเองก็สูญเสียหนักเช่นกัน ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ยอมรับเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ว่ามีผู้เสียชีวิต 55,000 คน พร้อมผู้สูญหายอีกจำนวนมาก ขณะที่หน่วยข่าวกรองทหารเนเธอร์แลนด์ประเมินยอดผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหายรวมราว 500,000 คน
กลยุทธ์ล่อใจที่ออกแบบมาอย่างแยบยล
การรณรงค์ชักชวนนักศึกษาเริ่มต้นตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยเจาะกลุ่มผู้ที่เรียนไม่ค่อยดีหรือกำลังคิดพักการเรียนเป็นพิเศษ นักศึกษาถูกเสนอสัญญาพิเศษระยะเวลา 1 ปี ให้เข้าสังกัดกองกำลังใหม่ที่เรียกว่า "หน่วยระบบไร้คนขับ" (unmanned systems troops)
รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย อันเดรย์ เบโลอูซอฟ ระบุตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 ว่าหน่วยนี้จะเน้นดึงคนอายุต่ำกว่า 35 ปี เพราะเชื่อว่าคนรุ่นใหม่รับเทคโนโลยีและความเร็วได้ดีกว่า จากนั้นการเปิดรับสมัครก็แพร่กระจายไปทั่ว โดย BBC ภาคภาษารัสเซียพบหลักฐานกิจกรรมรับสมัครในมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยอย่างน้อย 95 แห่งภายในปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนสื่อนักศึกษา Groza ระบุในเดือนเมษายนว่าตัวเลขพุ่งไปเกือบ 270 แห่ง
คำเชิญชวนถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งการรับประกันว่าเซ็นแค่ปีเดียว ได้อยู่หน่วยโดรนไม่ใช่ทหารราบ ได้เงินก้อนโตและทักษะเทคนิคติดตัว ในกรุงมอสโก ใบปลิวถึงกับระบุว่าอาสาสมัครอาจได้เงินอย่างน้อย 5 ล้านรูเบิล (ราว 57,000 ดอลลาร์) ในปีแรก บางมหาวิทยาลัยยังพ่วงสิทธิพิเศษ เช่น ที่นั่งเรียนฟรี การเข้าเรียนต่อระดับสูงที่ง่ายขึ้น หรือหอพักที่ดีกว่า
คำมั่นที่อาจบังคับใช้ไม่ได้
นักกฎหมายและนักเคลื่อนไหวเตือนว่าคำสัญญาเหล่านี้อาจไม่มีผลบังคับใช้จริง เพราะนับตั้งแต่คำสั่งระดมพลบางส่วนของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เมื่อเดือนกันยายน 2022 สัญญาทหารถูกขยายออกไปจนกว่าการระดมพลจะสิ้นสุด ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้ที่ผู้สมัครจะได้กลับบ้านหลังครบ 12 เดือน
ที่สำคัญ คำโฆษณาที่ว่าหน่วยโดรน "ปลอดภัยกว่า" ก็ห่างไกลความจริง เพราะนักบินโดรนกลายเป็นเป้าหมายมูลค่าสูงที่ทั้งสองฝ่ายไล่ล่า จากการวิเคราะห์ของ BBC ภาคภาษารัสเซีย ร่วมกับ Mediazona และทีมอาสาสมัคร พบว่านักบินโดรนรัสเซียเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 920 นาย นับตั้งแต่เริ่มบุกยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ซึ่งสูสีกับความสูญเสียในหน่วยปืนใหญ่ อันเป็นหนึ่งในหน่วยที่เสี่ยงที่สุด นอกจากนี้ นักศึกษาที่สมัครก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้เข้าหน่วยโดรนจริง เพราะขึ้นอยู่กับกลาโหมจะพิจารณา หากไม่ผ่านก็อาจถูกโยกไปหน่วยอื่น
เมื่อการกดดันเข้ามาแทนความสมัครใจ
นอกจากล่อด้วยเงินและปลุกใจรักชาติแล้ว ยังมีการกดดันนักศึกษาให้เซ็นสัญญาด้วย BBC พบหลักฐานว่านักศึกษาที่ใกล้ถูกไล่ออกหรือกำลังจะลาพักการเรียนมักตกเป็นเป้า ในวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่เมืองโนโวซีบีสค์ มีการบันทึกเสียงผู้อำนวยการเรียกนักศึกษาที่ปฏิเสธการเซ็นสัญญาว่าเป็น "คนขี้ขลาด" และบางสถาบันยังถูกกำหนดโควตาการส่งคน โดยอดีตที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเผยว่าถูกสั่งให้ส่งนักศึกษา 32 คนไปสงครามในเดือนกุมภาพันธ์ แม้ทางมหาวิทยาลัยจะปฏิเสธและระบุว่าเป็นข่าวปลอม
การที่รัสเซียหันมาเจาะกลุ่มนักศึกษาสะท้อนว่าสงครามกำลังรุกคืบเข้าไปในสถาบันพลเรือนลึกขึ้นเรื่อย ๆ คนหนุ่มถูกยื่นข้อเสนอเรื่องเงิน สถานะทางสังคม และคำมั่นว่าเป็นเส้นทางลัดสั้น ๆ ผ่านสงคราม แต่การเสียชีวิตของวาเลรี อาเวริน คือภาพสะท้อนว่าคำมั่นเหล่านั้นเปราะบางและฉาบฉวยเพียงใด ดังที่แม่บุญธรรมของเขาเชื่อว่าลูกชายไม่เคยได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเทคนิคที่ปลอดภัยอย่างที่ถูกสัญญาไว้เลย
ประเด็นสำคัญโดยสรุป
- รัสเซียเปิดแคมเปญชวนนักศึกษาเซ็นสัญญาเข้ากองทัพตั้งแต่ต้นปี 2026 เพื่อเติมกำลังพลในสงครามปีที่ห้า
- ชูภาพ "หน่วยโดรน" ว่าทันสมัยและปลอดภัยกว่า พร้อมเสนอเงินสูงถึง 5 ล้านรูเบิลในปีแรก
- นักศึกษาหลายคน เช่น อาเวริน กอร์บูนอฟ และอับดุลลิน เสียชีวิตในไม่กี่เดือนหลังสมัคร
- BBC ยืนยันยอดทหารรัสเซียเสียชีวิต 230,407 นาย แต่ยอดจริงอาจสูงถึงราว 500,000 นาย
- นักบินโดรนกลายเป็นเป้าหมายมูลค่าสูง เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 920 นาย
tag:#สงครามยูเครน #รัสเซีย #ยูเครน #นักศึกษา #หน่วยโดรน #เกณฑ์ทหาร #UkraineWar #Russia #Ukraine #Students #DroneForces #Conscription
Source: BBC