ผู้ก่อเหตุแทง ซัลมาน รัชดี ถูกตัดสินผิดคดีก่อการร้ายระดับสหพันธรัฐ
ชายคนหนึ่งถูกศาลสหพันธรัฐสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อวันพุธว่ามีความผิดฐานก่อการร้าย จากเหตุแทง ซัลมาน รัชดี (Salman Rushdie) นักเขียนชื่อดังเมื่อปี 2022 (พ.ศ. 2565) ผู้ซึ่งถูกขู่เอาชีวิตมานานหลายสิบปีจากผลงานนวนิยายเรื่อง "The Satanic Verses"
คณะลูกขุนตัดสินว่า ฮาดี มาตาร์ (Hadi Matar) มีความผิดในทุกข้อกล่าวหา รวมถึงข้อหาก่อการร้ายข้ามชาติ
สำนักข่าวเอพี (Associated Press) ได้ส่งข้อความขอความคิดเห็นไปยังทนายความของมาตาร์และผู้ช่วยของรัชดีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ
มาตาร์ วัย 28 ปี กำลังรับโทษจำคุก 25 ปีตามกฎหมายรัฐนิวยอร์กอยู่แล้ว จากคดีพยายามฆ่าในเหตุโจมตีบนเวทีโรงละครกลางแจ้งเมื่อเดือนสิงหาคม 2022 ส่วนคดีระดับสหพันธรัฐครั้งนี้มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต
จอห์น ไอเซนเบิร์ก (John Eisenberg) ผู้ช่วยอัยการสูงสุดฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวในแถลงการณ์หลังคำตัดสินว่า "การโจมตีอันโหดร้ายต่อนายรัชดีระหว่างงานพูดที่เปี่ยมด้วยสันติภาพ เป็นเครื่องเตือนใจอันน่าสะพรึงถึงเงื้อมมือของการก่อการร้ายจากอิหร่านที่แผ่ไปทั่วโลก" พร้อมระบุว่า "ความยุติธรรมได้รับการตอบสนองแล้ว" ทั้งนี้ รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีดังกล่าว
รัชดีซึ่งกำลังจะขึ้นพูดในหัวข้อความปลอดภัยของนักเขียน ถูกแทงถึง 15 ครั้งต่อหน้าผู้ชมที่ตกตะลึง เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและสูญเสียการมองเห็นในดวงตาข้างขวา
"ผมยังอ่านหนังสือได้อยู่" รัชดีให้สัมภาษณ์กับรายการ "CBS Sunday Morning" เมื่อปี 2025 "แต่ผมพบว่าตัวเองใช้ไอแพดในแบบที่ไม่เคยใช้มาก่อน เพราะมันมีแสงสว่าง และเพราะผมสามารถปรับขนาดตัวอักษรได้ เมื่อก่อนผมไม่เคยอ่านหนังสือบนไอแพดเลย แต่ตอนนี้ผมทำแล้ว"
มือซ้ายและตับของเขาได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่เขารอดชีวิตมาได้ ซึ่งเขามองว่าเป็น "ปาฏิหาริย์"
ฝ่ายอัยการยืนยันว่ามาตาร์ได้รับแรงจูงใจจากคำสั่งของอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคมัยนี (Ayatollah Ruhollah Khomeini) เมื่อปี 1989 ที่เรียกร้องให้สังหารรัชดี เนื่องจากนวนิยายเรื่อง "The Satanic Verses" ขณะที่ทนายฝ่ายจำเลย นาธาเนียล บาโรน (Nathaniel Barone) แย้งว่ารัฐบาลไม่มีหลักฐานว่าแท้จริงแล้วมาตาร์คิดอะไรอยู่ในใจ
มาตาร์เองปฏิเสธที่จะให้การในศาล ส่วนรัชดีขึ้นให้การว่า "ผมบอกไม่ได้ว่าเป้าหมายหรือความมุ่งหมายของเขาคืออะไร แต่บาดแผลกระจายอยู่ทั่วร่างกายผม"
รัชดีเคยคว้ารางวัลบุคเกอร์ (Booker Prize) อันทรงเกียรติของอังกฤษ จากนวนิยายเรื่อง "Midnight's Children" เมื่อปี 1981 ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอินเดียบ้านเกิดของเขา ต่อมาในปี 1988 เขาตีพิมพ์ "The Satanic Verses" นวนิยายแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ที่เล่าเรื่องชีวิตและความฝันของนักแสดงสองคนที่รอดชีวิตจากเหตุเครื่องบินระเบิด
นวนิยายเรื่องนี้ได้รับเสียงชื่นชมในสหราชอาณาจักร แต่กลับก่อให้เกิดการประท้วงทั่วโลกมุสลิม เนื่องจากผู้นับถือศาสนาบางกลุ่มมองว่าเนื้อหาบางส่วน โดยเฉพาะฉากความฝัน มีนัยหมิ่นศาสนาต่อพระศาสดามูฮัมหมัดของศาสนาอิสลาม ในช่วงหลายปีต่อมา มีผู้เสียชีวิตจากเหตุจลาจลเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้อย่างน้อย 45 คน นักแปลชาวญี่ปุ่นถูกแทงเสียชีวิต นักแปลชาวอิตาลีถูกทำร้ายแต่รอดชีวิต และสำนักพิมพ์ในนอร์เวย์ก็รอดจากเหตุกราดยิงเช่นกัน
รัชดีซึ่งเกิดในครอบครัวมุสลิม เคยกล่าวว่าฉากความฝันในนวนิยายเป็นเพียงเรื่องแต่งเท่านั้น แต่เขาก็ต้องหลบซ่อนตัวอยู่นานหลายปี ก่อนจะค่อยๆ ใช้ชีวิตในที่สาธารณะมากขึ้นหลังจากรัฐบาลอิหร่านประกาศแยกตัวออกจากคำสั่งฟัตวาของโคมัยนีเมื่อปี 1998
รัชดีอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอนช่วงที่เขาต้องหลบซ่อนตัว และรัฐบาลอังกฤษได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันเขาตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 ปี
"เป็นเวลากว่าสองทศวรรษที่ผมใช้ชีวิตในที่สาธารณะโดยไม่มีปัญหาใดๆ เลย" รัชดีให้การในการพิจารณาคดีที่เมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก
กระนั้น คำสั่งฟัตวาก็ไม่เคยถูกยกเลิก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากโคมัยนีซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว เคยระบุเมื่อปี 2017 ว่าคำสั่งดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ มูลนิธิแห่งหนึ่งในอิหร่านยังเคยเสนอเงินรางวัลกว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับผู้ที่สังหารรัชดีได้สำเร็จ
จากหลักฐานที่นำเสนอในศาล มาตาร์ได้พูดคุยเรื่องคำสั่งฟัตวานี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับผู้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันส่งข้อความในปี 2021 และ 2022 ข้อความเหล่านั้นแสดงให้เห็นว่ามาตาร์โกรธแค้นที่รู้สึกว่ารัชดีได้ดูหมิ่นศาสนาอิสลาม และการที่รัชดีรอดชีวิตมาได้ยิ่งเป็นการให้กำลังใจผู้อื่นที่จะดูหมิ่นศาสนาต่อไป มาตาร์ยังอ้างถึงคำพูดของ ฮัสซัน นัสรัลเลาะห์ (Hassan Nasrallah) อดีตผู้นำกลุ่มติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งเคยพูดในทำนองเดียวกันเมื่อปี 2006
มาตาร์เกิดในสหรัฐฯ แต่ถือสัญชาติเลบานอนด้วย ซึ่งเป็นที่ตั้งของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ฝ่ายอัยการระบุว่าภาพถ่ายในห้องนอนของมาตาร์ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์และในคอมพิวเตอร์ของเขา บ่งชี้ว่าเขาสนับสนุนกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ซึ่งสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้าย
ทิโมธี ลินช์ (Timothy Lynch) ผู้ช่วยอัยการสหรัฐฯ กล่าวในแถลงเปิดคดีเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมว่า มาตาร์ตั้งใจจะทำตามคำสั่งฟัตวาให้สำเร็จ และ "ต้องการให้ทุกคนรู้ว่าเขาทำสิ่งนี้เพื่อกลุ่มเฮซบอลเลาะห์"
ข้อความที่นำมาแสดงในศาลระบุว่า ในตอนแรกมาตาร์พูดถึงความต้องการที่จะ "แฉ" รัชดี ก่อนจะเปลี่ยนมาพูดถึงการเอาชีวิตเขา โดยในบันทึกส่วนตัวเขาเขียนไว้ว่า "เราต้องฆ่าเขาโดยเร็วที่สุด" ตามคำกล่าวของลินช์ อัยการระบุว่ามาตาร์มองว่าแผนการสังหารครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เขาเชื่อว่าคือญิฮาด หรือสงครามศักดิ์สิทธิ์
ข้อความสนทนาทางอิเล็กทรอนิกส์แสดงให้เห็นว่า ภายในฤดูใบไม้ผลิปี 2022 มาตาร์เขียนว่าเขาได้สืบทราบที่อยู่ของรัชดีแล้ว และกำลังติดตามกำหนดการปรากฏตัวต่อสาธารณะของเขา จนกระทั่งพบว่ารัชดีมีกำหนดพูดที่สถาบันชาโตควา (Chautauqua Institution) ศูนย์ศิลปะและปัญญาชนทางตะวันตกของรัฐนิวยอร์กในเดือนสิงหาคม 2022
ขณะที่รัชดีกำลังถูกแนะนำตัวขึ้นเวที ผู้ก่อเหตุปีนขึ้นไปบนเวทีจากด้านหลังแล้วแทงเขา 15 ครั้งท่ามกลางเสียงหวีดร้องของผู้ชม ผู้ชมและผู้ร่วมพูดอีกคนคือ เฮนรี รีส (Henry Reese) รีบเข้าช่วยเหลือรัชดี ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำงานเข้าจับกุมผู้ก่อเหตุซึ่งต่อมาระบุตัวว่าคือมาตาร์ ได้หลังจากพลเรือนช่วยกันควบคุมตัวเขาไว้
รัชดีให้สัมภาษณ์กับรายการ "60 Minutes" เมื่อปี 2024 ว่าแม้เหตุโจมตีจะไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเหมือนกลายเป็นคนละคน แต่มันก็ทิ้งเงาบางอย่างเอาไว้ในใจเขา
"ผมคิดว่าเงานั้นยังคงอยู่ตรงนั้น บางวันมันก็มืดมน บางวันก็ไม่" รัชดีกล่าว
รัชดีตีพิมพ์บันทึกความทรงจำเกี่ยวกับเหตุโจมตีครั้งนี้เมื่อปี 2024 ก่อนจะกลับมาเขียนนิยายอีกครั้งด้วยผลงานเรื่อง "The Eleventh Hour" เมื่อปีที่แล้ว ทั้งนี้ นักเขียนผู้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์อัศวินจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษผู้ล่วงลับ ยังได้รับรางวัลความสำเร็จตลอดชีวิตจากรางวัลเดย์ตันเพื่อสันติภาพทางวรรณกรรม (Dayton Literary Peace Prize) เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
tag:#SalmanRushdie #HadiMatar #Terrorism #Hezbollah #Iran #SatanicVerses #เสรีภาพนักเขียน #ก่อการร้าย #NewYork #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #FarangThai