ปูตินไม่สะทกสะท้านวิกฤตน้ำมันขาดแคลน ลั่นเดินหน้าสงครามยูเครนต่อ
ปูตินโบกมือปัดวิกฤตน้ำมัน ลั่น "ไม่มีวันถอย" เดินหน้าถล่มยูเครนต่อ
แม้รัสเซียจะเผชิญวิกฤตน้ำมันขาดแคลนอย่างหนักทั่วประเทศ แต่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กลับดูไม่สะทกสะท้านต่อการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียที่ยูเครนทวีความถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เขาปัดว่าสถานการณ์นี้ "ไม่วิกฤต" ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง และยืนกรานว่าสงครามจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย
ปูตินระบุว่าการโจมตีแหล่งพลังงานเป็นความพยายามของยูเครนในการเบี่ยงเบนความสนใจจากความพ่ายแพ้ในสนามรบ แม้นักวิเคราะห์จะชี้ว่าการรุกคืบของกองทัพรัสเซียชะงักงันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้นำรัสเซียดูเชื่อมั่นว่ารัฐบาลของเขาจะสกัดไม่ให้วิกฤตน้ำมันบั่นทอนอำนาจและแรงสนับสนุนต่อสงครามที่เขาจุดชนวนมานานกว่าสี่ปี
ขณะเดียวกัน กองทัพรัสเซียเพิ่งเปิดฉากถล่มกรุงเคียฟยาวนานถึง 11 ชั่วโมงในคืนวันพุธต่อเนื่องเช้าวันพฤหัสบดี คร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 30 ราย นับเป็นหนึ่งในการโจมตีที่นองเลือดที่สุดต่อกรุงเคียฟตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานเต็มรูปแบบ
วิกฤตน้ำมันรัสเซียเลวร้ายลง เมื่อโรงกลั่นถูกถล่มต่อเนื่อง
นับตั้งแต่เดือนมีนาคม มีรายงานการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานพลังงานในรัสเซียและไครเมียที่ถูกยึดครองไปแล้วกว่า 50 ครั้ง ซึ่งผู้นำยูเครนระบุว่ามีเป้าหมายเพื่อกดดันให้มอสโกยุติสงคราม การโจมตีนี้ยัง "นำสงครามกลับสู่บ้าน" ของชาวรัสเซียหลายล้านคนอย่างชัดเจน ทำลายเรื่องเล่าของปูตินที่ว่าความขัดแย้งไม่กระทบชีวิตคนธรรมดา
คริส วีเฟอร์ ซีอีโอบริษัทที่ปรึกษา Macro-Advisory ประเมินว่ากำลังการกลั่นของรัสเซียราวหนึ่งในสามถูกตัดขาด และความเสียหายที่เกิดขึ้นจะใช้เงินมหาศาลในการซ่อมแซม แม้กรุงมอสโกจะมีระบบป้องกันภัยทางอากาศแน่นหนา แต่โรงกลั่นชั้นนำในมอสโกก็ยังถูกโจมตีถึงสองครั้ง โดยครั้งที่สองเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนทำให้เกิดเพลิงไหม้ สร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์สำคัญที่คาดว่าต้องใช้เวลาซ่อมถึงสิ้นปี
สถิติของรัฐบาลระบุว่าการผลิตน้ำมันเบนซินในรัสเซียลดลงราว 17% เหลือ 850,000 บาร์เรลต่อวัน หลายภูมิภาคต้องปันส่วนน้ำมัน และผู้ขับขี่ต้องต่อคิวหลายชั่วโมงเพื่อเติมน้ำมัน ส่วนไครเมียที่รัสเซียผนวกไปอย่างผิดกฎหมายเมื่อปี 2014 เผชิญวิกฤตหนักที่สุด ถึงขั้นระงับการขายน้ำมันให้บุคคลทั่วไปเป็นช่วง ๆ
ปูตินลดทอนน้ำหนักผลกระทบ
ปูตินเป็นประธานการประชุมเจ้าหน้าที่รัฐบาลเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อหารือปัญหาน้ำมันขาดแคลน ในถ้อยแถลงผ่านโทรทัศน์ เขายอมรับว่าประเทศกำลังผ่าน "ช่วงเวลาที่ยากลำบาก" พร้อมให้คำมั่นเร่งซ่อมแซมโรงงานพลังงาน และระบุว่ารัสเซียจะพิจารณานำเข้าน้ำมันเบนซินเพื่อชดเชยภาวะขาดแคลนที่เขาเรียกว่า "ชั่วคราว" อีกทั้งอุตสาหกรรมอาวุธจะเพิ่มการผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศ
ปูตินยังกล่าวหาว่าการโจมตีของยูเครนมุ่งสร้างความแตกแยกในสังคมรัสเซีย หยุดยั้งการรุกของมอสโก และบีบให้เครมลินเจรจาบน "เงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อศัตรู" โดยลั่นว่า "เราจะไม่ให้โอกาสนั้นแก่พวกเขา"
แม้ปูตินจะยืนยันว่าการโจมตีระยะไกลต่อโรงงานน้ำมัน "ไม่มีผลใด ๆ ต่อสถานการณ์แนวหน้า" แต่นักวิเคราะห์ทางทหารตะวันตกชี้ว่าการโจมตีระยะกลางต่อกองทัพรัสเซียในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาได้ขัดขวางระบบส่งกำลังบำรุงและชะลอจังหวะการรุก จนสมรภูมิเข้าสู่ภาวะคุมเชิง
ปูตินปัดข้อเสนอหยุดยิงของยูเครน
ปูตินตอบข้อเสนอพบปะของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ด้วยการท้าให้มายังมอสโก ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ยูเครนรับไม่ได้ เขาปฏิเสธการสงบศึกที่เคียฟและพันธมิตรตะวันตกเสนอ โดยอ้างว่าจะเป็นเพียงการให้เวลากองทัพยูเครนพักฟื้นและจัดทัพใหม่
ปูตินตั้งเงื่อนไขว่าการหยุดยิงต้องแลกกับการที่ยูเครนถอนตัวจากพื้นที่ในแคว้นโดเนตสก์ที่ยังควบคุมอยู่ ซึ่งยูเครนปฏิเสธ พร้อมยืนยันว่าข้อตกลงสันติภาพฉบับสุดท้ายต้องบังคับให้ยูเครนล้มเลิกการเข้าร่วมนาโต ลดขนาดกองทัพ และปกป้องภาษาและวัฒนธรรมรัสเซีย
ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปูตินอ้างว่ายูเครนเสนอจะจำกัดการสู้รบไว้เฉพาะสี่แคว้นที่รัสเซียผนวกแต่ยึดไม่ได้ทั้งหมด ได้แก่ โดเนตสก์ ลูฮันสก์ เคอร์ซอน และซาปอริซเซีย แต่เขาปฏิเสธเพราะจะทำให้กองทัพยูเครนหลุดจากพื้นที่อื่น ด้านเครมลินระบุว่าข้อเสนอนี้ส่งผ่านช่องทางลับ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยูเครนไม่เคยพูดถึงข้อเสนอดังกล่าวต่อสาธารณะ
ในการถล่มกรุงเคียฟเมื่อวันพฤหัสบดี รัสเซียยังโจมตีย่านที่อยู่อาศัยอีกครั้งแม้จะอ้างว่าพุ่งเป้าที่ฐานทัพ ตรงข้ามกับการโจมตีของยูเครนในรัสเซียที่ส่วนใหญ่มุ่งเป้าโรงงานน้ำมัน โรงงานอาวุธ และเป้าหมายทางทหาร ทั้งนี้ ข้อมูลของสหประชาชาติระบุว่ามีพลเรือนยูเครนเสียชีวิตในสงครามแล้วกว่า 16,000 คน
Source: AP