มิชิแกนพบผู้เสียชีวิตจากไซโคลสปอริเอซิส 2 ราย ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว
กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์แห่งรัฐมิชิแกน (Michigan Department of Health and Human Services) แถลงเมื่อวันจันทร์ว่า ชาวมิชิแกน 2 รายเสียชีวิตหลังติดเชื้อโรคไซโคลสปอริเอซิส โดยทั้งคู่มี "โรคประจำตัวร้ายแรงอยู่ก่อนแล้ว"
เจ้าหน้าที่รัฐออกอัปเดตสถานการณ์การระบาดของเชื้อไซโคลสปอราเกือบทุกวันในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังการระบาดครั้งนี้ทำให้มีผู้ป่วยแล้วหลายพันคน
กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมมากนัก ระบุเพียงว่าผู้เสียชีวิตทั้งสองรายมีโรคประจำตัวร้ายแรง ซึ่งอาจมีอาการซับซ้อนขึ้นจากการติดเชื้อไซโคลสปอริเอซิสร่วมกับภาวะขาดน้ำ
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมิชิแกนระบุว่า "โดยทั่วไปไซโคลสปอริเอซิสไม่ใช่โรคที่คุกคามชีวิต การเสียชีวิตจากโรคนี้พบได้ไม่บ่อยในสหรัฐฯ"
แม้จะมีผู้เสียชีวิต แต่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ระบุว่าไม่ควรตื่นตระหนกไปมากกว่านี้
"จริงๆ แล้วไม่มีเหตุผลที่ต้องตื่นตระหนก" ดร.โจเอล คัมเมเยอร์ (Joel Kammeyer) จากมหาวิทยาลัยเวย์นสเตต (Wayne State University) กล่าว "แม้เราจะยังไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่ผมก็ไม่ได้ตกใจมากนักที่ได้ยินข่าวนี้"
คัมเมเยอร์กล่าวเสริมว่า ภาวะขาดน้ำที่เกิดจากปรสิตชนิดนี้อาจเป็นอันตรายอย่างมากสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายอย่างพร้อมกัน
"สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพหลายอย่างพร้อมกัน อาจมีบางรายที่ร่างกายรับมือกับภาวะขาดน้ำจากไซโคลสปอริเอซิสได้ไม่ดีนัก" คัมเมเยอร์กล่าว
กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์แห่งรัฐมิชิแกนระบุว่า นับถึงวันที่ 3 สิงหาคม พบผู้ป่วยสะสมแล้ว 11,234 ราย เพิ่มขึ้น 461 รายจากยอด 10,773 รายเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม การติดตามการระบาดของโรคลำไส้ชนิดนี้ในมิชิแกนเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่า มีผู้ป่วยชาวมิชิแกน 193 รายต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลนับถึงวันที่ 30 กรกฎาคม
ยอดผู้ป่วยทั่วประเทศ
ตัวเลขของมิชิแกนแตกต่างจากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) โดย CDC ระบุว่าการอัปเดตข้อมูลเฝ้าระวังของหน่วยงานไม่รวมผู้ป่วยที่ยังไม่ยืนยัน นับเฉพาะผู้ป่วยที่ยืนยันผลตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วเท่านั้น โดย CDC ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออัปเดตตัวเลขเมื่อมีข้อมูลใหม่เพิ่มเติม
ปกติแล้วมิชิแกนพบผู้ป่วยไซโคลสปอริเอซิสเฉลี่ยปีละประมาณ 50 ราย ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์แห่งรัฐมิชิแกน
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมิชิแกนรายงานตัวเลขผู้ป่วยทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ส่วนรายงานผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะอัปเดตสัปดาห์ละครั้งทุกวันพฤหัสบดี
เจ้าหน้าที่แคนาดาจับตาผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
หน่วยงานสาธารณสุขวินด์เซอร์-เอสเซกซ์ (Windsor-Essex County Health Unit) ในรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ระบุว่ากำลังเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางไปยังมิชิแกน เนื่องจากยอดผู้ป่วยไซโคลสปอริเอซิสเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นับถึงวันที่ 31 กรกฎาคม วินด์เซอร์-เอสเซกซ์พบผู้ป่วยไซโคลสปอริเอซิสแล้ว 24 รายในปี 2026 (พ.ศ. 2569) ขณะที่ปีปกติพื้นที่นี้จะพบผู้ป่วยเฉลี่ยเพียงประมาณ 3 รายต่อปี หน่วยงานสาธารณสุขประจำเทศมณฑลระบุว่า "การสอบสวนโรคในพื้นที่พบว่าการเดินทางไปมิชิแกนเป็นปัจจัยเสี่ยงร่วมที่พบบ่อยในผู้ป่วยรายใหม่จำนวนมาก"
อาการของโรคไซโคลสปอริเอซิส
ไซโคลสปอริเอซิสเป็นโรคที่เกิดจากปรสิตชนิดหนึ่งชื่อ Cyclospora cayetanensis ซึ่งเข้าไปทำให้ระบบทางเดินอาหารอักเสบและก่อให้เกิดอาการท้องเสีย โรคนี้ติดต่อผ่านการกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนปรสิตดังกล่าว โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ระบุว่าอาการที่พบบ่อยที่สุดคือท้องเสียเป็นน้ำบ่อยครั้ง เบื่ออาหาร ท้องอืด คลื่นไส้ และอ่อนเพลีย บางรายอาจมีอาการปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ หรืออาเจียนร่วมด้วย
โดยทั่วไปอาการจะเริ่มแสดงประมาณ 1 สัปดาห์หลังติดเชื้อ และคงอยู่ตั้งแต่ 2 วันไปจนถึง 2 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเทศมณฑลเวย์น (Wayne County) ระบุว่า "หากไม่ได้รับการรักษา อาการอาจยืดเยื้อนานหลายสัปดาห์ และอาจเป็นๆ หายๆ"
การติดตามการระบาด
การระบาดในมิชิแกนถูกตรวจพบครั้งแรกที่เทศมณฑลมอนโร (Monroe County) ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ก่อนจะลุกลามไปยัง 70 เทศมณฑล โดยพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของมิชิแกนได้รับผลกระทบหนักที่สุด
เทศมณฑลโอ๊คแลนด์ (Oakland) และเวย์น (Wayne) ต่างพบผู้ป่วยเกิน 1,000 รายต่อแห่ง ส่วนเทศมณฑลอีตัน เจเนซี อิงแฮม ลีนาวี มอนโร มัสคีกอน โอ๊คแลนด์ ไชอาวาสซี วอชทีนอว์ และเวย์น ต่างพบผู้ป่วยเกิน 300 รายต่อแห่ง
หน่วยงานสาธารณสุขเทศมณฑลเวย์นระบุเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมว่า กำลังติดต่อประชาชนในพื้นที่ผ่านแบบสำรวจเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการระบาดครั้งนี้ "หากเราติดต่อคุณ กรุณาสละเวลาสักครู่ตอบคำถามของเรา คำตอบของคุณจะช่วยให้เราระบุแหล่งที่มาของการติดเชื้อ และปกป้องสุขภาพของคนในชุมชนได้" หน่วยงานดังกล่าวระบุ
วิธีป้องกันไซโคลสปอริเอซิส
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมิชิแกนแนะนำวิธีป้องกันโรคดังนี้
- ล้างผักและผลไม้ทุกชนิดให้สะอาดภายใต้น้ำไหลผ่าน ก่อนหั่น ปรุง หรือรับประทาน
- ใช้แปรงขัดทำความสะอาดผักผลไม้เนื้อแข็ง เช่น แตงโมและแตงกวา
- ตัดส่วนที่ช้ำหรือเสียหายของผักผลไม้ออกก่อนนำไปปรุงและรับประทาน
- แช่เย็นผักผลไม้ที่หั่น ปอกเปลือก หรือปรุงสุกแล้วภายใน 2 ชั่วโมงหลังเตรียม
เจ้าหน้าที่มิชิแกนระบุเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมว่า ผลตรวจสอบชี้ไปที่ผักกาดหอมหรือผักสลัดว่าอาจเป็นแหล่งที่มาของการระบาด แม้ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ของอาหารชนิดอื่น
วันที่ 24 กรกฎาคม ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ระบุว่าซัพพลายเออร์ผักกาดหอมรายหนึ่งที่ส่งให้เครือร้านฟาสต์ฟู้ดทาโก้เบลล์ (Taco Bell) เชื่อมโยงกับการระบาดครั้งนี้ ทำให้บริษัทเทย์เลอร์ฟาร์มส์ (Taylor Farms) ตัดสินใจเรียกคืนผักกาดหอมไอซ์เบิร์กที่ปลูกในเม็กซิโกตอนกลางทั้งหมดออกจากตลาดโดยสมัครใจ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางระบุว่ายังพบกลุ่มการระบาดหลายกลุ่มของโรคนี้เกิดขึ้นพร้อมกันในสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังคงสนับสนุนให้ประชาชนรับประทานผักผลไม้สดต่อไป ควบคู่กับการป้องกันความเสี่ยงในการติดเชื้อ
"เรายังคงแนะนำว่าผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเลี่ยงผักกาดหอม แต่ควรล้างที่บ้านและลอกใบชั้นนอกออก" คัมเมเยอร์กล่าว "ส่วนผักผลไม้ชนิดอื่น ให้แช่เย็นไว้ ตัดส่วนที่ช้ำออก และปรุงสุกเมื่อทำได้ นี่ยังคงเป็นคำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน"
ปฏิกิริยาของประชาชนต่อการระบาด
ผลสำรวจของซีบีเอสนิวส์ (CBS News) เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พบว่าชาวอเมริกัน 4 ใน 10 คนซื้อหรือรับประทานผักผลไม้น้อยลงเพราะกังวลเรื่องปรสิตชนิดนี้
ซีบีเอสนิวส์ยังพบว่ายอดขายผักกาดหอมในซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงจำนวนลูกค้าที่เข้าใช้บริการร้านอาหารและเครือร้านฟาสต์ฟู้ดหลายแห่งที่มีเมนูยอดนิยมใส่ผักกาดหอม ลดลงนับตั้งแต่การระบาดเริ่มขึ้น
tag:#Cyclosporiasis #Michigan #CDC #โรคระบาด #อาหารปนเปื้อน #ผักกาดหอม #TacoBell #สุขภาพ #Canada #HealthNews #USNews #FarangThai