เจมส์ เมดิสัน รู้ทางแก้พิษเผด็จการโควิดของหมอฟาวซีมาตั้งแต่ต้น
แอนโทนี ฟาวซี (Anthony Fauci) อดีตข้าราชการสาธารณสุขที่กลายเป็นหน้าตาของการรับมือโควิด-19 ที่ล้มเหลวของสหรัฐฯ เข้าให้การต่อสภาคองเกรส (Congress) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแทบไม่ใช่การให้การจริง เพราะเขาอ้างสิทธิ์ตามบทแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 5 (Fifth Amendment) ปฏิเสธตอบคำถามมากกว่า 100 ครั้ง
นี่คือการท้าทายเจตจำนงของสภาคองเกรสอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สำหรับคนที่ได้รับการอภัยโทษจากประธานาธิบดีไปแล้วอย่างเต็มรูปแบบ สภาคองเกรสควรลงมติให้ฟาวซีมีความผิดฐานหมิ่นสภา
การเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือดในวุฒิสภาเมื่อวันพุธ เกิดขึ้นหลังจากที่วุฒิสมาชิกรัฐเคนตักกี้ แรนด์ พอล (Rand Paul) เปิดเผยข้อความบางส่วนจากไดอารีของฟาวซีที่สร้างความตกใจไปก่อนหน้านี้
ข้อความเหล่านั้นเผยให้เห็นชายคนหนึ่งที่หมกมุ่นอยู่กับภาพลักษณ์ของตัวเองที่กำลังโด่งดัง
ฟาวซียังมีข้อสงสัยส่วนตัวอย่างลึกซึ้งต่อประเด็นสำคัญหลายเรื่องในยุคโควิด เช่น ที่มาของไวรัสที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ ทั้งที่ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ (National Institute of Allergy and Infectious Diseases) มายาวนาน เขากลับแสดงออกต่อสาธารณชนที่หวาดกลัวว่ามั่นใจในทุกเรื่อง
กล่าวโดยสรุป สัปดาห์ที่ผ่านมาวาดภาพให้เห็นชายผู้กระหายอำนาจ ราวกับตัวร้ายในหนังเจมส์ บอนด์ ที่เป็นตัวแทนของฝันร้ายยุคโควิดสำหรับคนจำนวนมาก
การที่ฟาวซีสอนชาวอเมริกันให้เงียบแล้ว "เชื่อในวิทยาศาสตร์" คือความผิดพลาดแบบวิทยาศาสตร์นิยม เพราะเขานำวิทยาศาสตร์ไปปนกับผลประโยชน์สาธารณะที่ควรเป็นหน้าที่ของนักการเมืองที่แท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น การครองอำนาจเบ็ดเสร็จด้านชีวการแพทย์ในยุคโควิดของฟาวซีเพียงคนเดียว ยังเป็นบทสรุปของโครงการขยายอำนาจรัฐราชการที่ดำเนินมานานนับศตวรรษ ซึ่งเสริมอำนาจให้ชนชั้นนำในวอชิงตันเหนือวิจารณญาณของประชาชน
แต่ไม่ใช่ชาวอเมริกันทุกคนที่ต้องอยู่ใต้คำสั่งของฟาวซีที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาและเอื้อประโยชน์ทางการเมืองเท่ากันหมด
ต้องขอบคุณบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งประเทศ เพราะระบบสหพันธรัฐ (federalism) ช่วยลดภาระของ "ลัทธิฟาวซี" ให้กับชาวอเมริกันจำนวนมากที่โชคดีอาศัยอยู่ในรัฐที่ผู้นำทางการเมืองกล้าท้าทายอำนาจนิยมด้านชีวการแพทย์ในยุคโควิด
ผู้เขียนเองย้ายไปอยู่รัฐฟลอริดา (Florida) เมื่อปี 2021 (พ.ศ. 2564) ส่วนหนึ่งเพราะวิธีที่ผู้ว่าการรัฐ รอน เดอซานติส (Ron DeSantis) รับมือกับโควิด-19
เดอซานติสพร้อมด้วยผู้นำพรรครีพับลิกันในสภานิติบัญญัติรัฐฟลอริดา รับมือกับการระบาดใหญ่ได้อย่างกล้าหาญ
ในช่วงที่ความเผด็จการแบบเสื้อกาวน์ขาวครองเมือง และชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยอมทำตามผู้ที่พูดในนาม "วิทยาศาสตร์" เดอซานติสศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองและสรุปว่าฝ่ายที่คัดค้านแนวคิดกระแสหลัก อย่างเจย์ ภัฏจารยะ (Jay Bhattacharya) และมาร์ติน คูลดอร์ฟฟ์ (Martin Kulldorff) ผู้เขียนคำประกาศเกรตแบร์ริงตัน (Great Barrington Declaration) นั้นถูกต้อง เพราะโควิด-19 ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการเข้มงวดขนาดที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญชีวการแพทย์เรียกร้อง
ด้วยเหตุนี้ ฟลอริดาภายใต้เดอซานติสจึงเปิดร้านอาหาร บาร์ และชายหาดเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2020 (พ.ศ. 2563) ก่อนที่รัฐบาลกลางจะเห็นว่าปลอดภัยพอจะทำแบบนั้นเสียอีก
ฟลอริดาภายใต้เดอซานติสยังกำหนดให้โรงเรียนต้องเปิดสอนแบบเรียนในห้องเรียนตั้งแต่ภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วงปี 2020
ฟลอริดาภายใต้เดอซานติสยังสั่งห้ามรัฐบาลท้องถิ่น โรงเรียน และภาคธุรกิจเอกชนบังคับฉีดวัคซีนโควิด-19 ในฤดูใบไม้ร่วงปี 2021
รัฐฟลอริดาเปิดกว้างและมีเสรีภาพมากกว่ารัฐอื่นใดในยุคโควิด
จากเรื่องนี้ ฟาวซีเรียกเดอซานติสว่าเป็น "ความน่าอับอายอย่างสิ้นเชิง" ในไดอารีที่เพิ่งถูกเปิดเผย
แต่สุดท้ายคนที่โดนหักหน้ากลับเป็นฟาวซีเอง
ในช่วงปีวิกฤตของการระบาดใหญ่ระหว่างปี 2020 ถึง 2022 รัฐฟลอริดาซึ่งเป็นศัตรูของแนวคิดฟาวซี กลับมีอัตราการเสียชีวิตจากโควิดที่ปรับตามอายุแล้วต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วประเทศอย่างมาก
ที่น่าสังเกตคือรัฐสีน้ำเงินหลายแห่งที่ใช้มาตรการล็อกดาวน์และปิดโรงเรียนอย่างเข้มงวด เช่น นิวยอร์ก (New York) และนิวเจอร์ซีย์ (New Jersey) กลับมีผลลัพธ์ที่แย่กว่ามาก
ชาวอเมริกันยังโหวตด้วยเท้าของตัวเองด้วย โดยฟลอริดามีจำนวนประชากรย้ายเข้าสุทธิต่อปีมากที่สุดในช่วงเดือนกรกฎาคม 2020 ถึงกรกฎาคม 2021 ตามข้อมูลของสำนักสำมะโนประชากรสหรัฐฯ (US Census Bureau)
ฟลอริดา รัฐที่เคยเป็นตัวชี้ขาดผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2000 ด้วยคะแนนเพียง 537 เสียง ปัจจุบันมีผู้ว่าการรัฐจากพรรครีพับลิกันที่ชนะการเลือกตั้งซ้ำด้วยคะแนน 19.4% และพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากเด็ดขาดในสภานิติบัญญัติทั้งสองสภาของรัฐ
ทั้งหมดนี้คงไม่เกิดขึ้น หากฟลอริดาไม่ตั้งทีมแพทย์ของตัวเองขึ้นมาและไม่ฟังฟาวซีกับรัฐบาลกลาง
ฟลอริดาไม่ได้แค่พิสูจน์ตัวเองต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังพิสูจน์วิสัยทัศน์เรื่องระบบสหพันธรัฐของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งประเทศด้วย
การปกครองแบบราชการรวมศูนย์จากเมืองหลวงที่ใช้มาตรฐานเดียวกับทุกที่ ไม่สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญและวิถีชีวิตแบบอเมริกัน
ดังที่เจมส์ เมดิสัน (James Madison) เขียนไว้ใน The Federalist ฉบับที่ 45 ว่า "อำนาจที่จะยังคงอยู่กับรัฐบาลมลรัฐนั้นมีมากมายและไม่ถูกจำกัดขอบเขต"
ผู้พิพากษาศาลฎีกา หลุยส์ ดี. แบรนไดส์ (Louis D. Brandeis) เคยกล่าวไว้อย่างน่าจดจำในความเห็นแย้งของศาลฎีกาเมื่อปี 1932 (พ.ศ. 2475) ว่า "หนึ่งในข้อดีของระบบสหพันธรัฐคือ มลรัฐเดียวที่กล้าหาญอาจกลายเป็นห้องทดลอง หากประชาชนของรัฐนั้นเลือกที่จะทดลองแนวทางสังคมและเศรษฐกิจใหม่ ๆ โดยไม่ก่อความเสี่ยงต่อส่วนอื่นของประเทศ"
นั่นคือสิ่งที่ฟลอริดาภายใต้เดอซานติสทำสำเร็จ
ส่วนฟาวซีตอนนี้เหลือเพียงการใช้กลยุทธ์ทางกฎหมายที่ไร้ทางออกและอาการโวยวายฟูมฟาย
ก็ได้แต่หวังว่าอาการโวยวายน่าสมเพชเหล่านั้นจะพาเขาเข้าคุกในไม่ช้า
ที่มา : New York Post
tag:#AnthonyFauci #โควิด19 #RonDeSantis #ฟลอริดา #JamesMadison #สหรัฐ #การเมืองสหรัฐ #สภาคองเกรส #ความเห็น #WorldNews #FarangThai