ผู้ตั้งถิ่นฐานอิสราเอลถล่มโรงงานปาเลสไตน์ หวังบีบแรงงานออกจากพื้นที่
ความรุนแรงจากผู้ตั้งถิ่นฐานอิสราเอลกำลังคุกคามเศรษฐกิจปาเลสไตน์ที่เปราะบางอยู่แล้วให้ทรุดหนักลงไปอีก หลังไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่เชื่อว่ามาจากฝีมือของผู้ตั้งถิ่นฐาน ได้เผาทำลายต้นมะกอกและพื้นที่เกษตรกรรมในเขตเวสต์แบงก์ (West Bank) ที่ถูกยึดครอง
ไฟไหม้เกิดขึ้นใกล้โรงงานอะลูมิเนียมอัล-โอมารี ในหมู่บ้านเอน ซินิยา (Ein Siniya) ทางเหนือของรามัลลาห์ (Ramallah) เมื่อเช้าวันจันทร์ ก่อนลุกลามครอบคลุมพื้นที่ต้นมะกอกยืนต้นกว่า 50 ดูนัม (ราว 12.3 เอเคอร์) และสร้างความเสียหายแก่ลานโรงงานอุตสาหกรรมแห่งนี้ด้วย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางแคมเปญของกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานที่มุ่งเป้าโจมตีเศรษฐกิจเวสต์แบงก์ ทั้งพื้นที่เกษตรและภาคอุตสาหกรรม เพื่อบีบให้ชาวปาเลสไตน์ต้องอพยพออกจากพื้นที่ แหล่งข่าวเปิดเผยกับอัลจาซีรา (Al Jazeera)
อิหม่าด คาเตอร์ (Emad Khater) หัวหน้าสภาท้องถิ่นเอน ซินิยา ให้สัมภาษณ์ว่าพบผู้ตั้งถิ่นฐานจากเนินเขาอาตารา (Atara) อยู่ใกล้โรงงานก่อนไฟจะลุกไหม้ และเมื่อเกิดเหตุ ทหารอิสราเอลยังกันไม่ให้ชาวบ้านและคนงานเข้าไปดับไฟอีกด้วย
"นี่เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีอย่างเป็นระบบที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในเอน ซินิยา ทั้งการวางเพลิงต้นไม้ บ้านเรือน รถยนต์ รวมถึงเหตุขโมยทรัพย์สินและทำร้ายร่างกายประชาชนและคนงานในโรงงาน" คาเตอร์กล่าว
ตามข้อตกลงออสโล (Oslo Accords) เอน ซินิยาอยู่ในพื้นที่บี ซึ่งควรอยู่ภายใต้การปกครองพลเรือนของปาเลสไตน์ และการดูแลความปลอดภัยร่วมกันระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์

อับดุล ซามัด อับดุล อาซิซ (Abdul Samad Abdul Aziz) เจ้าของโรงงานในเอน ซินิยา เล่าว่าชาวอิสราเอลจากถิ่นฐานที่ตั้งขึ้นอย่างผิดกฎหมายได้บุกเข้าไปในพื้นที่โรงงานช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และจุดไฟเผาเครื่องจักรหนัก เครื่องบดหินได้รับความเสียหายอย่างหนักจนประเมินมูลค่าความเสียหายได้ถึง 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ
กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานยังตั้งด่านบนถนนที่มุ่งสู่พื้นที่โรงงาน พร้อมนำปศุสัตว์เข้ามาหลังไล่คนเลี้ยงแกะชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ออกไป อับดุล อาซิซระบุว่านับตั้งแต่ผู้ตั้งถิ่นฐานเข้ามาในพื้นที่ ยานพาหนะและสำนักงานของโรงงานถูกโจมตีต่อเนื่อง "ด้วยเป้าหมายที่จะจำกัดการดำเนินงานของโรงงาน และบีบให้เจ้าของต้องย้ายออกไป"
คาลิด อัล-ซาอิร (Khaled al-Zaarir) จากเมืองอัส-ซามู (as-Samu) ทางใต้ของเฮบรอน (Hebron) เผยว่ามีผู้ตั้งถิ่นฐานราว 30 คนบุกโจมตีโรงงานอุตสาหกรรมของเขาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม หลังถูกกลุ่มดังกล่าวขู่ฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รถขุดเครื่องกล 2 คัน เครื่องตัดหิน 3 เครื่อง รถแทรกเตอร์ 3 คัน และสำนักงานรักษาความปลอดภัยได้รับความเสียหายจากการโจมตีครั้งนี้ อัล-ซาอิรกล่าว

ไฟที่ผู้ตั้งถิ่นฐานจุดขึ้นทำให้เครื่องจักรหนักกว่าร้อยละ 90 "ไม่สามารถซ่อมแซมได้" และสร้างผลกระทบต่อคน 55 คนที่พึ่งพารายได้จากโรงงานแห่งนี้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
เศรษฐกิจที่ถูกบั่นทอนจนหมดแรง
มุอัยยัด อาฟานะห์ (Moayad Afanah) นักเศรษฐศาสตร์ ระบุว่าโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่บีและพื้นที่ซีของเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง กำลังถูกกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานโจมตี "อย่างเป็นขบวนการและตั้งใจ" โดยเหตุโจมตีโรงงานผลิตนมอัล-จูไนดี (al-Junaidi) ในพื้นที่ตุลคาร์ม (Tulkarem) เมื่อไม่นานนี้ก็ดูจะเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มนี้เช่นกัน
"มูลค่าความเสียหายทางการเงินมหาศาลมาก การเผารถแทรกเตอร์หรือรถขุดเพียงคันเดียวทำให้นักลงทุนสูญเงินหลายแสนเชเกล [หลายหมื่นดอลลาร์] ซึ่งท้ายที่สุดก็บั่นทอนเศรษฐกิจปาเลสไตน์ให้หมดแรงลงเรื่อยๆ และทำให้ทรัพยากรกับโรงงานต่างๆ ร่อยหรอไป" อาฟานะห์กล่าวกับอัลจาซีรา "การโจมตีเหล่านี้จึงประสบความสำเร็จในการสร้างบรรยากาศที่ไล่นักลงทุนและผู้คนออกไป"
เขาเตือนว่าการก่อวินาศกรรมภาคอุตสาหกรรมปาเลสไตน์อย่างจงใจของผู้ตั้งถิ่นฐาน กำลังทำให้วิกฤตเศรษฐกิจในเวสต์แบงก์ที่มีอัตราว่างงานสูงถึงร้อยละ 29 อยู่แล้วยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
อามีร์ ดาวูด (Amir Dawoud) เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมาธิการต่อต้านการตั้งถิ่นฐานและกำแพงกั้น (Colonization and Wall Resistance Commission หรือ CRRC) ระบุว่าองค์กรของเขาบันทึกเหตุโจมตีจากผู้ตั้งถิ่นฐานได้ถึง 798 ครั้งในเดือนกรกฎาคมเดือนเดียว แบ่งเป็นเหตุทำลายทรัพย์สินและปรับพื้นที่ 440 ครั้ง การยึดและขโมยทรัพย์สิน 67 ครั้ง และการทำลายหรือวางยาพิษต้นไม้ถึง 5,027 ต้น
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ผู้ตั้งถิ่นฐานได้ตั้งเต็นท์ใกล้โรงงานปูนซีเมนต์ในไตเบห์ (Taybeh) ส่วนวันที่ 16 สิงหาคม กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานเข้าโจมตีเครื่องตัดหินในซินญิล (Sinjil) ตัดสายไฟและขโมยแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูงไป
ดาวูดเตือนว่าความเสียหายลักษณะนี้อาจทำให้ครอบครัวหลายสิบครอบครัวต้องสูญเสียรายได้ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีเป้าหมายเพื่อควบคุมที่ดินในเวสต์แบงก์และบีบให้ชาวปาเลสไตน์ต้องออกจากบ้านเรือนของตัวเอง
"การก่อการร้ายของผู้ตั้งถิ่นฐานทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน คือสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยตรง และสร้างบรรยากาศบีบบังคับที่ผลักดันให้ชาวปาเลสไตน์ต้องถอยออกจากที่ดิน เปิดทางให้การขยายและควบคุมของฝ่ายอาณานิคมเดินหน้าต่อไปได้" เขากล่าวเสริม
tag:#Israel #Palestine #WestBank #ผู้ตั้งถิ่นฐาน #ความรุนแรง #เศรษฐกิจปาเลสไตน์ #วางเพลิง #เวสต์แบงก์ #ข่าวต่างประเทศ #ตะวันออกกลาง #WorldNews #FarangThai