อิสราเอลถล่มกาซาหลังออกคำสั่งอพยพ คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์สองคน
อิสราเอลออกคำสั่งอพยพในหลายพื้นที่ของกาซา ก่อนจะถล่มดินแดนปาเลสไตน์แห่งนี้ คร่าชีวิตอย่างน้อยสองคน แหล่งข่าวทางการแพทย์ระบุ
การโจมตีเมื่อวันพฤหัสบดีเป็นเหตุการณ์ล่าสุดในการยกระดับความรุนแรงของกองทัพอิสราเอล แม้จะมี "ข้อตกลงหยุดยิง" ที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลางเจรจาและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีที่แล้ว
อิบราฮิม อัลคาลิลี (Ibrahim al-Khalili) ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราที่รายงานจากเมืองกาซา ระบุว่ากองทัพอิสราเอลถล่มกาซาอย่างหนักหลังออกคำเตือนให้อพยพในสี่พื้นที่
"สิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือคำเตือนเหล่านี้ตามมาด้วยการโจมตีในพื้นที่เดียวกับที่บอกให้ประชาชนหนีไป" อัลคาลิลีกล่าว พร้อมเสริมว่าการโจมตีในเมืองกาซาก่อให้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่ทีมป้องกันพลเรือนยังคงพยายามดับอยู่
การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลทำลายบ้านเรือนในค่ายผู้ลี้ภัยบูเรจญ์ (Bureij) และจาบาเลีย (Jabalia) รวมถึงย่านไซตูน (Zeitoun) และตัลอัลฮาวา (Tal al-Hawa) ในเมืองกาซา
แหล่งข่าวจากโรงพยาบาลอัลอะห์ลี (al-Ahli Hospital) ระบุกับอัลจาซีราว่า การโจมตีอีกครั้งของอิสราเอลที่ถล่มอาคารในย่านไซตูน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองกาซา ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน
"สำหรับครอบครัวที่นี่ คำสั่งอพยพมีความหมายมากกว่าแค่การย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง มันหมายถึงการทิ้งที่พักพิงใดก็ตามที่พวกเขาหามาได้ มักเกิดขึ้นตอนกลางคืนท่ามกลางความตื่นตระหนก โดยหลายคนถูกบังคับให้ออกมาอยู่กลางถนนเพราะไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ" อัลคาลิลีกล่าว
สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของอิสราเอลในกาซาคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปแล้วอย่างน้อย 73,311 คน ตามข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่น รวมถึงมากกว่า 1,185 คนนับตั้งแต่ "ข้อตกลงหยุดยิง" เมื่อเดือนตุลาคม 2025 (พ.ศ. 2568)
การโจมตีของอิสราเอลเกิดขึ้นในขณะที่แผนการของสหรัฐฯ สำหรับกาซา ซึ่งรวมถึงการส่งกองกำลังรักษาความปลอดภัยระหว่างประเทศและการจำกัดพื้นที่ กำลังชะงักงัน
บาดร์ อับเดลอัตตี (Badr Abdelatty) รัฐมนตรีต่างประเทศอียิปต์ เรียกร้องให้มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เร่งส่งกองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ (International Stabilization Force หรือ ISF) เข้าไปในกาซา ระหว่างการหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กรุงมะนิลาเมื่อวันพฤหัสบดี
แถลงการณ์จากกระทรวงต่างประเทศอียิปต์ระบุว่า อับเดลอัตตีย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดใช้งานคณะกรรมการที่รับผิดชอบบริหารกาซาโดยเร็ว เพื่อช่วยควบคุมความตึงเครียดและฟื้นฟูเสถียรภาพในภูมิภาค
การเรียกร้องของอียิปต์เกิดขึ้นพร้อมกับรายงานของสื่ออิสราเอลที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่โมร็อกโก 30 นายได้เดินทางเยือนกาซาเพื่อเตรียมส่งกำลังพลเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ISF
โมร็อกโกประกาศเมื่อเดือนนี้ว่าจะส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตั้งโรงพยาบาลสนามในกาซา
วิกฤตด้านมนุษยธรรมยังดำเนินต่อไป
แม้จะมี "ข้อตกลงหยุดยิง" แต่สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซายังคงยากลำบาก
การวิเคราะห์ล่าสุดจากหน่วยงานสหประชาชาติพบว่า ประชาชนราว 1.4 ล้านคน หรือ 67% ของประชากรกาซา ยังคงเผชิญ "ภาวะขาดแคลนอาหารรุนแรงระดับวิกฤตหรือแย่กว่านั้น" คือไม่มีอาหารเพียงพอต่อการดำรงชีวิต ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 1.6 ล้านคนเมื่อสิ้นปีที่แล้ว
รอสส์ สมิธ (Ross Smith) ผู้อำนวยการฝ่ายเตรียมพร้อมและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินของโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (UN World Food Programme) บอกกับอัลจาซีราว่า "สถานการณ์ในกาซายังไม่ดีขึ้นเลย"
"มันยังคงเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่สิ้นหวัง" สมิธกล่าว
"เราจึงต้องให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้คนในกาซาอย่างต่อเนื่อง ต้องสนับสนุนการเข้าถึงด้านมนุษยธรรมเพื่อไปให้ถึงผู้คนในพื้นที่ และต้องให้เงินทุนสนับสนุนปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมเหล่านั้นต่อไป ทั้งสามสิ่งนี้สำคัญมากในการช่วยเหลือผู้คน" เขากล่าว
ในขณะเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศอังกฤษเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการจำกัดความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสำหรับประชาชนในกาซา
"กาซายังคงเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารระดับวิกฤต การป้องกันความอดอยากไม่ควรเป็นเกณฑ์วัดความสำเร็จ" แถลงการณ์จากรัฐบาลชุดใหม่ของนายกรัฐมนตรีแอนดี้ เบิร์นแฮม (Andy Burnham) ระบุ
กระทรวงต่างประเทศอังกฤษยังระบุว่า ข้อจำกัดความช่วยเหลือของอิสราเอล "กำลังผลักดันให้เกิดโรคระบาด ปัญหาขาดแคลนน้ำ และทำลายระบบสาธารณสุข"
tag:#Gaza #Israel #Palestine #Ceasefire #กาซา #มนุษยธรรม #ตะวันออกกลาง #UN #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #FarangThai