โดรนอิหร่านถล่มสนามบินคูเวต ดับ 1 บาดเจ็บกว่า 60 ราย กระทบเที่ยวบินทั่วอ่าว
วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2568 กองกำลังอิหร่านส่งโดรนโจมตีอาคารผู้โดยสารของสนามบินนานาชาติคูเวต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งราย ซึ่งเป็นชาวอินเดีย และมีผู้บาดเจ็บอีก 63 คน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากสนามบินเปิดให้บริการอีกครั้งหลังปิดมานานหลายเดือนเพราะสงคราม
สนามบินเปิดได้ไม่ถึงอาทิตย์ก็ถูกถล่ม
สนามบินนานาชาติคูเวตเพิ่งเปิดประตูต้อนรับผู้โดยสารอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน หลังจากต้องปิดให้บริการยาวนานนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 จากการโจมตีอิหร่านร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอล แต่สนามบินเปิดได้เพียงสองวัน โดรนของอิหร่านก็บินเข้าถล่มอาคารผู้โดยสารจนเสียหายหนัก
กระทรวงกลาโหมคูเวตระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านได้กว่าหนึ่งโหลก่อนถึงเป้าหมาย แต่ส่วนหนึ่งยังคงฝ่าแนวป้องกันเข้ามาได้ หลังเกิดเหตุ สนามบินสั่งหยุดดำเนินการชั่วคราวก่อนจะเปิดอาคารสำรองให้สายการบินคูเวต แอร์เวย์ส (Kuwait Airways) กลับมาบินได้ในช่วงบ่าย ขณะที่สายการบินอื่นยังไม่สามารถใช้งานได้
คูเวตตอบโต้ด้วยการขับไล่นักการทูตอิหร่านสองคนออกนอกประเทศ และออกแถลงการณ์ว่าจะ "ไม่ยินยอมหรือยอมรับ" การโจมตีในลักษณะนี้เด็ดขาด
สหรัฐฯ สวนกลับ ตีเป้าทหารอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ
ฝั่งสหรัฐฯ ยืนยันว่ากองทัพได้ยิงโดรนที่มุ่งเข้าหาทหารอเมริกันในคูเวตตกหลายลำ รวมถึงขีปนาวุธอิหร่านสองลูกที่แตกสลายกลางอากาศก่อนถึงเป้า นอกจากนี้กองกำลังสหรัฐฯ และบาห์เรนยังร่วมกันสกัดขีปนาวุธที่มุ่งเป้าบาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองเรือที่ห้าของกองทัพเรือสหรัฐฯ (U.S. 5th Fleet)
เป็นการตอบโต้ สหรัฐฯ ส่งกองกำลังโจมตีสถานีควบคุมภาคพื้นดินของกองทัพอิหร่านบนเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ในช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านออกมาประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็น "การรุกรานที่ละเมิดสัญญาหยุดยิง" โดยอ้างว่ามีหอสื่อสารถูกทำลาย
การเจรจาหยุดยิงใกล้ล่มสลาย
สถานการณ์สงครามที่ดำเนินมาสี่เดือนแล้วนี้ยิ่งซับซ้อนขึ้น เมื่อสำนักข่าวฟาร์ส (Fars) และทัสนิม (Tasnim) ของอิหร่านรายงานว่าคณะนักเจรจาของอิหร่านได้ระงับการติดต่อกับคนกลางไกล่เกลี่ยแล้ว โดยอิหร่านยืนยันว่าจะยังไม่กลับมาพูดคุยจนกว่าจะมีการหยุดยิงที่แท้จริงในเลบานอนก่อน
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวทันที โดยระบุว่ารายงานเหล่านั้น "เป็นเท็จและคลาดเคลื่อน" และยืนกรานว่าการเจรจายังดำเนินอยู่
ทรัมป์ด่าเนทันยาฮู "บ้า" แต่ย้ำสัมพันธ์ดี
ในช่วงเวลาเดียวกัน ทรัมป์ยังยอมรับในพอดแคสต์ว่าตนเรียกนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ว่า "บ้า" ระหว่างโทรศัพท์คุยกันต้นสัปดาห์ เพราะ "รู้สึกหงุดหน่ิดนิดหน่อย" ที่สงครามของอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ (Hezbollah) ในเลบานอนกำลังเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาสงบศึกกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ย้ำว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเนทันยาฮูยังคงดีอยู่ ส่วนเนทันยาฮูก็ยืนยันว่าทั้งคู่มี "เป้าหมายร่วมกัน" แม้บางครั้งจะ "ไม่เห็นพ้องในยุทธวิธี"
ราคาน้ำมันสั่นคลอน ผลกระทบลามทั่วโลก
อิหร่านยังคงครองการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดในโลก ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่านต่อเนื่อง ราคาเชื้อเพลิงทั่วโลกยังทรงสูงอยู่ และผลกระทบของสงครามครั้งนี้ได้กระจายออกไปไกลเกินกว่าตะวันออกกลาง ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนพลังงานในหลายภูมิภาคทั่วโลก
สรุปสาระสำคัญ
- โดรนอิหร่านโจมตีสนามบินนานาชาติคูเวต เสียชีวิต 1 (ชาวอินเดีย) บาดเจ็บ 63 คน
- สนามบินเพิ่งเปิดใหม่ได้ 2 วันหลังปิดมานานเพราะสงคราม
- คูเวตขับนักการทูตอิหร่าน 2 คน
- สหรัฐฯ โจมตีสถานีทหารอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้
- อิหร่านระงับการติดต่อทีมไกล่เกลี่ย ทรัมป์ปฏิเสธ บอกการเจรจายังดำเนินอยู่
- ทรัมป์ยอมรับด่าเนทันยาฮูว่า "บ้า" แต่ย้ำสัมพันธ์ยังดี
ที่มา : AP News
tag:#อิหร่าน #Kuwait #สงครามอิหร่าน #DonaldTrump #อิสราเอล #Hezbollah #StraitOfHormuz #ข่าวต่างประเทศ #ตะวันออกกลาง #สงคราม #WorldNews #FarangThai