ผู้นำสูงสุดอิหร่านเตือน สหรัฐฯ จะได้ บทเรียนที่ไม่มีวันลืม หากยังโจมตีต่อ
ผู้นำสูงสุดของอิหร่านออกโรงเตือนว่าสหรัฐอเมริกาจะได้รับ "บทเรียนที่ไม่มีวันลืม" จากน้ำมือของเตหะรานและพันธมิตรในภูมิภาค พร้อมกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสองประเทศครั้งแล้วครั้งเล่า
แถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรในนามของโมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) ถูกอ่านผ่านโทรทัศน์ของรัฐเมื่อวันเสาร์ โดยผู้นำสูงสุดระบุว่าการที่วอชิงตันละเมิด MoU ที่ลงนามเมื่อเดือนที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าลายเซ็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) นั้น "ไร้ค่าและไม่มีผลบังคับใช้โดยสิ้นเชิง"
"การละเมิดข้อตกลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยซาตานผู้ยิ่งใหญ่ พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นอีกครั้งว่าลายเซ็นของประธานาธิบดีอเมริกาตอนนี้ไร้ค่าและไม่มีผลบังคับใช้โดยสิ้นเชิง และการข่มขู่ การครองอำนาจ กับความป่าเถื่อน คือองค์ประกอบที่แยกไม่ออกจากหลักความเชื่อและหลักปฏิบัติของอเมริกา" แถลงการณ์ระบุ
"ในเมื่อศัตรูอเมริกากำลังพยายามจุดชนวนสงคราม เพื่อรับต้นทุนที่หนักขึ้นและความอัปยศที่มากขึ้น มันควรรู้ไว้ว่าชาติอิหร่านอันเป็นที่รักและแนวร่วมต่อต้านมีบทเรียนที่ไม่มีวันลืมรออยู่" แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติม
สหรัฐฯ ยกระดับการโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงในสัปดาห์นี้ โดยพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ทั้งสะพาน ทางรถไฟ และโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล ขณะที่เตหะรานตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในคูเวตได้สำเร็จ จนทางการที่นั่นต้องขอให้ประชาชนประหยัดไฟฟ้า
สงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลทำกับอิหร่าน ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถูกมองว่าเป็นเรื่องความอยู่รอดของประเทศในสายตาผู้นำระดับสูงของอิหร่าน และเตหะรานยังไม่แสดงท่าทีว่าจะยอมตามข้อเรียกร้องที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของรัฐบาลทรัมป์ ขณะที่ประเทศในภูมิภาคยังคงผลักดันให้ยุติความขัดแย้งอยู่เบื้องหลัง
คาเมเนอีระบุว่าสหรัฐฯ ได้ "เผยโฉมหน้าที่แท้จริง" ออกมาแล้ว ทั้ง "ความหลอกลวง ความไร้เหตุผล ความไม่น่าไว้ใจ และความชั่วร้าย" เขาเรียกร้องให้ชาวอิหร่านไว้ใจผู้นำในการปกป้องประเทศ พร้อมขอให้ประชาชน "ตื่นตัว" และ "กระตือรือร้น" ขณะที่การสู้รบยังยืดเยื้อ
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีรายงานว่ากลุ่มฮูตี (Houthis) ในเยเมนอาจปิดช่องแคบบับ อัล-มันเดบ (Bab al-Mandeb) ประตูสู่ทะเลแดง เพื่อสนับสนุนอิหร่านซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญ ซึ่งจะยิ่งทำให้ตลาดพลังงานโลกปั่นป่วน เงินเฟ้อสูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันให้ทรัมป์ต้องหยุดการโจมตี
สงครามครั้งนี้ไม่เป็นที่นิยมอย่างมากในสหรัฐฯ และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อชาวอเมริกัน
MoU ที่มีกาตาร์และปากีสถานเป็นคนกลาง และลงนามกันเมื่อเดือนที่แล้ว มีเป้าหมายเพื่อสร้างเงื่อนไขให้สงครามยุติลงอย่างถาวร แต่นับจากนั้นทั้งเตหะรานและวอชิงตันต่างประกาศว่าข้อตกลง "จบแล้ว" หลังกล่าวหากันไปมาว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ละเมิด
tag:#อิหร่าน #Iran #MojtabaKhamenei #DonaldTrump #สหรัฐ #สงคราม #ตะวันออกกลาง #Houthis #คูเวต #WorldNews #FarangThai