อิหร่านปฏิเสธคำอ้างของทรัมป์ ยันไม่มีเจรจากับสหรัฐฯ
โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ระบุว่าจะมีการเจรจากับอิหร่านเกิดขึ้น โดยยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีการพูดคุยใดๆ ระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคุกรุ่นต่อเนื่อง ทั้งในอิหร่าน เลบานอน และทะเลแดง
อิหร่านยันไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ
เอสมาอิล บาเกอี (Esmaeil Baghaei) โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน แถลงต่อผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์เมื่อวันจันทร์ว่า อิหร่านไม่ได้อยู่ระหว่างการเจรจาใดๆ กับสหรัฐฯ ในขณะนี้ ซึ่งขัดแย้งโดยตรงกับคำกล่าวอ้างของทรัมป์เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ว่าจะมีการเจรจากับอิหร่านเกิดขึ้นในวันถัดไป ข้อมูลนี้รายงานโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters)
บาเกอีระบุว่า ไม่มีแผนจะรับคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ หรือส่งคณะผู้แทนอิหร่านไปเจรจาแต่อย่างใด โดยขณะนี้อิหร่านให้ความสำคัญกับการเจรจากับ โอมาน (Oman) เกี่ยวกับประเด็น ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เป็นหลัก
"ตอนนี้เรากำลังจะไปถึงความเข้าใจร่วมกันในเรื่องเส้นทางที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ ไม่ใช่เส้นทางเหนือหรือเส้นทางใต้ แต่เป็นเส้นทางที่เคารพสิทธิอธิปไตยของทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติเรา" บาเกอีกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่าน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน แอร์ ฟอร์ซ วัน (Air Force One) ว่าเขาตัดสินใจชะลอคำสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ตามคำร้องขอของชาติพันธมิตรอ่าวอาหรับ ได้แก่ กาตาร์ (Qatar) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates) และ ซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) รวมถึงหลังจากได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (Crown Prince Mohammed bin Salman)
"ผมถามมกุฎราชกุมารว่า 'คุณอยากให้เราทำแบบไหน อยากให้เราลงมือหรือไม่' เขาตอบว่าพวกเขาอยากได้ข้อตกลงมากกว่าการโจมตี เพราะไม่มีใครรู้ว่าการโจมตีแบบนี้จะนำไปสู่อะไร" ทรัมป์กล่าว
อิหร่านประหารชีวิตสองคนข้อหาสอดแนมให้อิสราเอล
สื่อของรัฐอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ประหารชีวิตบุคคลสองคนเมื่อวันจันทร์ ในข้อหาจารกรรมและให้ความร่วมมือกับ อิสราเอล (Israel) ตามรายงานของรอยเตอร์
โอมิด เบห์ซาด (Omid Behzad) และ ปูเรีย ซัฟวัต (Pouria Safvat) ถูกกล่าวหาว่าส่งพิกัดสถานที่ทางทหารและความมั่นคงให้อิสราเอล พร้อมทั้งภาพถ่ายและข้อมูลต่างๆ ทั้งในช่วงความขัดแย้งล่าสุดที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ และในช่วงสงครามสั้นๆ เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ตามรายงานของสำนักข่าวมิซาน (Mizan) ซึ่งเป็นสื่อของฝ่ายตุลาการอิหร่าน
แหล่งข่าวที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ทางทหารของอิสราเอลเปิดเผยกับรอยเตอร์เมื่อเดือนมีนาคมว่า อิสราเอลใช้ข้อมูลข่าวกรองจากสายลับภาคพื้นดินในการโจมตีจุดตรวจที่ควบคุมโดย กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps) ในความขัดแย้งรอบปัจจุบัน
ฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) รายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า อิหร่านได้ประหารชีวิตประชาชนอย่างน้อย 50 คนในช่วงสี่เดือนที่ผ่านมา ด้วยข้อหาความมั่นคงแห่งชาติที่คลุมเครือ รวมถึงเยาวชนอายุ 18 และ 19 ปีหลายราย ทั้งนี้เมื่อเดือนมกราคม ทางการอิหร่านได้ปราบปรามความไม่สงบทั่วประเทศด้วยการสังหารผู้ประท้วงหลายพันคน
รายงานชี้ กองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดฟอสฟอรัสในเลบานอนใต้
สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (National News Agency) ซึ่งเป็นสื่อของรัฐ รายงานว่ากองกำลังอิสราเอลทิ้งกระสุนฟอสฟอรัสในช่วงกลางคืนที่เมือง ยารูน (Yaroun) และ ฮารูน (Haroun) รวมถึงเมือง บินต์จเบล (Bint Jbeil) จนเกิดไฟไหม้ในสวนมะกอกและป่าสน
องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) ระบุว่า กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศจำกัดการใช้ฟอสฟอรัสขาวเนื่องจากคุณสมบัติที่ก่อให้เกิดไฟลุกไหม้รุนแรง แม้จะสามารถใช้ได้อย่างถูกกฎหมายในบางกรณี แต่ห้ามใช้ยิงใส่หรือใกล้พื้นที่ชุมชนพลเรือนหรือโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนโดยเด็ดขาด
กองทัพอิสราเอล (IDF) ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความเห็นในเรื่องนี้
นอกจากกระสุนฟอสฟอรัสแล้ว กองกำลังอิสราเอลยังได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศในช่วงหลังตีหนึ่งเล็กน้อยตามเวลาท้องถิ่นวันจันทร์ บริเวณชานเมือง นาบาตีเยห์ อัล-เฟากา (Nabatieh al-Fawqa) ตามรายงานของสำนักข่าวดังกล่าว
สำนักข่าวเดียวกันยังรายงานว่า โดรนของอิสราเอลทิ้งระเบิดเสียงลงที่เมือง บูยูต อัล-ซัยยาด (Bouyout al-Sayyad) ด้วยเช่นกัน
เรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบียแล่นผ่านทะเลแดงได้แม้มีการปิดล้อม
ข้อมูลที่รอยเตอร์รวบรวมและเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันสองลำที่บรรทุกน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียสามารถแล่นผ่าน ช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb strait) ได้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะมีการประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่ม ฮูตี (Houthis) ซึ่งอยู่ฝ่ายเดียวกับอิหร่าน ตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ Kpler ระบุว่า มีเรือขนส่งสินค้าทั้งหมด 18 ลำผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบเมื่อวันอาทิตย์ ลดลงจาก 27 ลำเมื่อวันเสาร์ และ 28 ลำเมื่อวันศุกร์
เรือสองลำ ได้แก่ เรือบรรทุกน้ำมันขนาดซูเอซแมกซ์ชื่อ เลสวอส (Lesvos) ที่บรรทุกน้ำมันดิบซาอุดีอาระเบีย 1 ล้านบาร์เรล และเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษชื่อ เดช ไวภาว (Desh Vaibhav) ที่บรรทุกน้ำมันดิบซาอุดีอาระเบียอีก 1 ล้านบาร์เรล ได้แล่นออกจากทะเลแดงโดยปิดระบบระบุตัวตนอัตโนมัติ (AIS) ตามข้อมูลที่เปิดเผย
กลุ่มฮูตีของ เยเมน (Yemen) ซึ่งควบคุมกรุง ซานา (Sana'a) และแนวชายฝั่งทะเลแดงส่วนใหญ่ ประกาศเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมว่าจะปิดล้อมเรือของซาอุดีอาระเบีย เปิดแนวรบใหม่ต่อสหรัฐฯ และพันธมิตรในสงครามต่อต้านอิหร่าน และนับตั้งแต่นั้นมากลุ่มฮูตีก็อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียหลายครั้ง
สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดในหลายแนวรบพร้อมกัน ทั้งความขัดแย้งโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน การปะทะในเลบานอนใต้ และการปิดล้อมเส้นทางเดินเรือสำคัญในทะเลแดง โดยยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าทุกฝ่ายจะกลับสู่โต๊ะเจรจาได้เมื่อใด
ที่มา : The Guardian
tag:#อิหร่าน #DonaldTrump #สหรัฐฯ #StraitOfHormuz #อิสราเอล #เลบานอน #ตะวันออกกลาง #Houthis #ซาอุดีอาระเบีย #สงคราม #WorldNews #FarangThai