ICC ปลดคาริม ข่าน พ้นอัยการสูงสุด คดีล่วงละเมิดทางเพศ
สมาชิกศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court - ICC) ลงมติปลด คาริม ข่าน (Karim Khan) ออกจากตำแหน่งอัยการสูงสุด หลังพบว่าเขามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศต่อเจ้าหน้าที่หญิงรุ่นน้องในองค์กร ข่านปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่มีต่อตัวเขามาโดยตลอด
ข่านได้รับเลือกเป็นอัยการสูงสุดคนที่สามของ ICC เมื่อปี 2021 (พ.ศ. 2564) และถูกสั่งพักงานเมื่อเดือนที่แล้ว การลงมติปลดเขาผ่านด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 82 เสียง
หน่วยงานกำกับดูแลของศาลระบุเมื่อเดือนมิถุนายนว่า ข่าน "ละเมิดหน้าที่อย่างร้ายแรงและมีความประพฤติมิชอบร้ายแรง" จากการมีความสัมพันธ์ทางเพศที่ไม่เหมาะสมกับเจ้าหน้าที่หญิงรุ่นน้อง และพยายามขัดขวางไม่ให้เธอยื่นเรื่องร้องเรียน
ข่านปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดมาตลอด ทนายความของเขาระบุว่าจะต่อสู้คดี "ในประเด็นความชอบด้วยกฎหมายและความเป็นธรรมของคำตัดสิน ผ่านทุกช่องทางกฎหมายที่มีอยู่" ขณะที่ยังไม่ชัดเจนว่าเขาเหลือช่องทางกฎหมายใดบ้างหลังถูกปลด
หลังการลงมติ ICC ออกแถลงการณ์ "รับทราบ" คำตัดสินของที่ประชุมสมัยพิเศษของสมัชชารัฐภาคี (Assembly of States Parties) ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 125 ประเทศสมาชิกที่ร่วมลงมติปลดข่าน
"ศาลจะยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ครอบคลุม และให้เกียรติซึ่งกันและกันสำหรับบุคลากรทุกคน" แถลงการณ์ของ ICC ระบุ
กระบวนการทั้งหมดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชะตากรรมของอัยการเพียงคนเดียว แต่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าศาลอาชญากรรมสงครามถาวรแห่งเดียวของโลก การสอบสวนกรณีความประพฤติมิชอบทำให้องค์กรตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก เกิดความแตกแยกภายใน และเกิดขึ้นพร้อมกับความพยายามอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการบั่นทอนและทำลาย ICC ทั้งองค์กร
ฝ่ายที่สนับสนุนศาลกังวลว่าองค์กรจะอ่อนแอลงและรับมือกับภัยคุกคามระดับโลกที่ร้ายแรงที่สุดได้ยากขึ้น
ข่าน ทนายความชื่อดังชาวอังกฤษ ลาพักงานโดยสมัครใจเพื่อต่อสู้คดีนี้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 (พ.ศ. 2568) และยังคงถูกพักใบอนุญาตว่าความในสหราชอาณาจักร หลังคณะกรรมการมาตรฐานเนติบัณฑิต (Bar Standards Board) สั่งพักชั่วคราวระหว่างการสอบสวนของตนเอง
เขาไม่สามารถเข้าร่วมการลงมติที่จัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์กได้ เนื่องจากถูกห้ามเข้าสหรัฐฯ ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลทรัมป์ (Trump) สืบเนื่องจากการที่ ICC สอบสวนข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงครามของเจ้าหน้าที่อิสราเอลในฉนวนกาซา (Gaza)
ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ความขัดแย้งนี้ไม่น่าจบลงง่ายๆ คำตัดสินครั้งนี้เป็นผลจากกระบวนการที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ซึ่งทำให้ศาลตกอยู่ภายใต้การจับตามองอย่างเข้มข้น
ย้อนไปเดือนพฤษภาคม 2024 (พ.ศ. 2567) มีบุคคลที่สามรายงานข้อกล่าวหาต่อ ICC ว่าข่านมีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศต่อเจ้าหน้าที่หญิงรายหนึ่ง กลไกกำกับดูแลอิสระของศาล (Independent Oversight Mechanism - IOM) เปิดการสอบสวน แต่คดีถูกปิดในเวลาต่อมาหลังผู้เสียหายปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกระบวนการ
ฝ่ายวิจารณ์กระบวนการนี้มองว่าการสอบสวนดำเนินการผิดพลาด จนบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อ IOM ขณะที่ผู้สอบสวนสรุปในตอนนั้นว่าหลักฐานไม่เพียงพอที่จะยืนยันข้อกล่าวหา
การร้องเรียนครั้งที่สองเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2024 (พ.ศ. 2567) ก่อนคดีถูกโอนไปยังสำนักงานบริการกำกับดูแลภายในของสหประชาชาติ (UN Office of Internal Oversight Services - OIOS) ซึ่งเปิดการสอบสวนที่ครอบคลุมกว่าเดิม ทั้งข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศและการใช้อำนาจโดยมิชอบ
การสอบสวนดังกล่าวใช้เวลาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 (พ.ศ. 2567) ถึงธันวาคม 2025 (พ.ศ. 2568) และรวบรวมหลักฐานและคำให้การมากกว่า 5,000 หน้า ก่อนถูกส่งต่อให้คณะผู้พิพากษาสามคนพิจารณาว่าพฤติกรรมของข่านเข้าข่ายความประพฤติมิชอบร้ายแรง ความประพฤติมิชอบระดับเบา หรือไม่มีความผิดใดๆ
ข้อกล่าวหาทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงที่ ICC เผชิญแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนักอยู่แล้ว สหรัฐฯ คว่ำบาตรข่านหลังเขายื่นขอหมายจับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) และอดีตรัฐมนตรีกลาโหม โยอาฟ กัลลันต์ (Yoav Gallant) จากข้อกล่าวหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับสงครามในกาซา
ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อศาลมีความเป็นปฏิปักษ์มากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อต้นเดือนนี้ สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการ "ทั้งรัฐบาล" เพื่อทำลาย ICC "ทีละส่วน" โดยมองว่าเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตยของอเมริกา พร้อมขู่ใช้มาตรการห้ามวีซ่า อายัดทรัพย์สิน และกดดันทางการทูตต่อพันธมิตรให้ถอนตัวจากศาลหรือปฏิเสธเขตอำนาจศาลเหนือพลเมืองของตน
สหรัฐฯ รัสเซีย และอิสราเอล ไม่ได้เป็นสมาชิก ICC แต่ศาลยังสามารถใช้อำนาจตัดสินคดีที่พลเมืองของประเทศเหล่านี้ก่อขึ้นในดินแดนของรัฐสมาชิก ICC ได้
tag:#ICC #KarimKhan #ศาลอาญาระหว่างประเทศ #อิสราเอล #กาซา #สหรัฐฯ #Netanyahu #ล่วงละเมิดทางเพศ #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #FarangThai