ไฟป่าอันตรายแค่ไหน และเราจะหยุดไม่ให้มันเลวร้ายลงได้อย่างไร
ไฟป่ารุนแรงหลังคลื่นความร้อนติดต่อกันหลายระลอกได้บีบให้ผู้คนหลายหมื่นคนทั่วยุโรปตอนใต้ต้องอพยพออกจากบ้าน ขณะที่ไฟป่ารุนแรงในแคนาดาและสหรัฐฯ ก็ปล่อยควันหนาปกคลุมเมืองใหญ่หลายแห่ง
ไฟป่าอันตรายถึงชีวิตแค่ไหน
ไฟป่าคร่าชีวิตคนโดยตรงหลายร้อยคนในแต่ละปี แม้จะดูรุนแรงน่ากลัว แต่ยอดผู้เสียชีวิตยังต่ำกว่าน้ำท่วมที่คร่าชีวิตคนนับพัน และคลื่นความร้อนที่คร่าชีวิตคนนับแสน
แต่เมื่อนับรวมผลกระทบจากควันไฟด้วยแล้ว ตัวเลขความสูญเสียกลับพุ่งสูงขึ้นมาก งานวิจัยล่าสุดประเมินว่ามลพิษทางอากาศจากไฟป่าคร่าชีวิตคนถึง 1.5 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี ควันพิษสามารถลอยไปไกลถึงขนาดที่ควันจากไฟป่าในออสเตรเลียเคยไปรบกวนอเมริกาใต้ ส่วนควันจากไฟป่าแคนาดาซึ่งมักปกคลุมเมืองต่างๆ ในสหรัฐฯ เป็นประจำ ก็เคยลอยไปทำให้อากาศในยุโรปแย่ลงเช่นกัน เมื่อปีที่แล้ว งานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่าควันไฟป่าจากแคนาดาเป็นสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรถึง 22,000 คนในยุโรปเมื่อปี ค.ศ. 2023 (พ.ศ. 2566) จากยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด 82,000 คนทั่วโลก
อะไรเป็นสาเหตุของไฟป่า
ไฟป่าเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากธรรมชาติอย่างฟ้าผ่า โครงสร้างพื้นฐานที่ชำรุดอย่างสายไฟฟ้าขาด หรือพฤติกรรมไม่ระวังของมนุษย์ ไฟป่ารุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลายครั้งเริ่มจากคนสูบบุหรี่ทิ้งก้นบุหรี่ นักท่องเที่ยวที่ดับกองไฟไม่สนิท และแม้แต่คนลอบวางเพลิงโดยเจตนา
แต่ประกายไฟเหล่านั้นจะลุกลามเป็นไฟเล็กหรือไฟใหญ่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ไฟต้องการเชื้อเพลิงที่ร้อนและแห้งในการลุกไหม้ และจะลุกลามเร็วขึ้นเมื่อมีลมแรง
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อไฟป่าอย่างไร
มลพิษจากเชื้อเพลิงฟอสซิลทำให้โลกร้อนขึ้นประมาณ 1.3 องศาเซลเซียส เพิ่มความเสี่ยงที่อากาศร้อนจัดจะเปลี่ยนป่าไม้และทุ่งหญ้าให้กลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ในบางภูมิภาคอย่างเมดิเตอร์เรเนียน ภาวะโลกร้อนยังทำให้เกิดภัยแล้งที่ทำให้พืชพรรณแห้งเหี่ยวเร็วขึ้น
นักวิทยาศาสตร์พบว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ไฟป่าที่เกิดขึ้นในปีนี้ในหลายพื้นที่ เช่น แคลิฟอร์เนีย เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย มีโอกาสเกิดมากขึ้น บางกรณีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากสภาพอากาศสุดขั้วที่ช่วยให้ไฟลุกลามง่ายขึ้น

ไฟป่ากำลังรุนแรงขึ้นจริงหรือไม่
แม้โลกจะร้อนขึ้น แต่พื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาไหม้กลับลดลง เพราะมนุษย์เปลี่ยนพื้นที่ธรรมชาติที่เคยลุกไหม้ได้อิสระให้กลายเป็นฟาร์มหรือเมือง โดยเฉพาะในแอฟริกาช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งช่วยหยุดการลุกลามของไฟได้ แบบจำลองล่าสุดพบว่าการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและปัจจัยจากมนุษย์อื่นๆ ทำให้พื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ลดลง 19.1 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 (พ.ศ. 2443) ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลับทำให้เพิ่มขึ้น 15.8 เปอร์เซ็นต์ สรุปแล้วลดลงสุทธิเพียง 3.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ไฟป่าจะเกิดบ่อยขึ้นหรือไม่
สภาพอากาศที่เอื้อต่อไฟป่ารุนแรงมีแนวโน้มเลวร้ายลงเมื่อโลกร้อนขึ้นเรื่อยๆ งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าดัชนีสภาพอากาศเสี่ยงไฟป่าสองตัวชี้ไปในทิศทางเดียวกันคือจำนวนวันที่มีความเสี่ยงไฟป่าสูงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น
ภายในสิ้นศตวรรษนี้ พื้นที่ที่ถูกไฟไหม้รวมทั้งหมดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ แม้ในสถานการณ์ที่มองโลกในแง่ดีที่สุดสำหรับการลดมลพิษคาร์บอน ตามงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง และในสถานการณ์เลวร้ายที่สุด ตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

เราจะปรับตัวรับมือกับไฟป่าได้อย่างไร
อันตรายที่ไฟป่าก่อต่อผู้คนและทรัพย์สินสามารถลดลงได้อย่างมากด้วยการจัดการพื้นที่ดินให้ดีขึ้น เช่น การสร้างแนวกันไฟเพื่อหยุดการลุกลาม การหยุดการตั้งถิ่นฐานใหม่ในพื้นที่เสี่ยงไฟป่า และแม้แต่การส่งฝูงแพะเข้าไปกินพืชที่ขึ้นรกในพื้นที่เกษตรที่ถูกทิ้งร้าง
ในบางพื้นที่ นักดับเพลิงกำลังทดลองเทคนิคการจุดไฟเผาพื้นที่โดยตั้งใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อเพลิงสะสมจนนำไปสู่ไฟป่าครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติดั้งเดิมของชนพื้นเมืองในออสเตรเลียและอเมริกาเหนือมานาน ที่ผู้เชี่ยวชาญไฟป่ายุโรปเริ่มนำมาปรับใช้
การจัดการป่าไม้ที่ดีขึ้นจะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่
ไม่ใช่ทางออกเดียว การทิ้งร้างพื้นที่ดินและการดับไฟเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เชื้อเพลิงสะสมจนไฟป่าในบางพื้นที่ของสหรัฐฯ และเมดิเตอร์เรเนียนลุกลามกลายเป็นไฟป่าขนาดใหญ่ได้ แต่ในแคนาดา ไฟป่าส่วนใหญ่เกิดในป่าเขตหนาวที่ไม่เคยถูกจัดการโดยมนุษย์มาก่อน ไฟเหล่านี้กำลังทวีความรุนแรงขึ้นจากอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่สูงขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของสภาพอากาศไฟป่ารุนแรง
เราจะดูแลความปลอดภัยของตัวเองอย่างไรเมื่อเกิดไฟป่า
หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงไฟป่า ควรวางแผนล่วงหน้าก่อนเกิดภัยพิบัติ เช่น กำหนดเส้นทางหนีภัยที่ปลอดภัยและที่พักพิงใกล้เคียง รวมถึงเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า หน่วยดับเพลิงบางแห่งแนะนำให้สร้างพื้นที่ปลอดภัยรอบบ้าน โดยกำจัดใบไม้และวัสดุติดไฟง่ายออกไป
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าควรอพยพทันทีเมื่อทางการแจ้งเตือน หรือแม้แต่เมื่อบ้านของคุณตกอยู่ในความเสี่ยงแต่ยังไม่มีการแจ้งเตือนมา เพื่อหลีกเลี่ยงควันพิษ ควรปิดหน้าต่างให้มิดชิดและใช้หน้ากากป้องกันการหายใจ
tag:#Wildfires #ClimateCrisis #Europe #Canada #ไฟป่า #สิ่งแวดล้อม #ภาวะโลกร้อน #WorldNews #มลพิษ #FarangThai