WHO เผยการระบาดของฮันตาไวรัสจากเรือสำราญพุ่งเป็น 11 ราย

WHO เผยการระบาดของฮันตาไวรัสจากเรือสำราญพุ่งเป็น 11 ราย

ปารีส — หญิงชาวฝรั่งเศสที่ติดเชื้อในเหตุระบาดของฮันตาไวรัส (hantavirus) บนเรือสำราญ มีอาการวิกฤตและกำลังได้รับการรักษาด้วยปอดเทียม แพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยที่โรงพยาบาลในกรุงปารีสเปิดเผยเมื่อวันอังคาร โดยจำนวนผู้ป่วยจากการระบาดครั้งนี้แตะ 11 รายแล้ว ในจำนวนนี้ได้รับการยืนยัน 9 ราย

มีผู้เสียชีวิตจากเรือสำราญลำนี้ 3 คน รวมถึงคู่สามีภรรยาชาวดัตช์ ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเชื่อว่าเป็นกลุ่มแรกที่สัมผัสเชื้อระหว่างเดินทางในอเมริกาใต้

ผู้ป่วยหญิงชาวฝรั่งเศสที่เข้ารับการรักษาในปารีส มีอาการรุนแรงจนเกิดปัญหาที่ปอดและหัวใจที่คุกคามชีวิต ดร. ซาเวียร์ เลสกูร์ (Xavier Lescure) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อของโรงพยาบาลบิชาต (Bichat Hospital) กล่าว

เขาระบุว่าผู้ป่วยอยู่ในเครื่องช่วยชีวิตที่สูบเลือดผ่านปอดเทียม เพื่อเติมออกซิเจนก่อนส่งกลับเข้าร่างกาย โดยหวังว่าเครื่องจะช่วยลดแรงกดบนปอดและหัวใจ เพื่อให้อวัยวะมีเวลาฟื้นตัว เลสกูร์เรียกการรักษานี้ว่าเป็น "ขั้นตอนสุดท้ายของการดูแลแบบประคับประคอง"

หลังการอพยพผู้โดยสารและลูกเรือจำนวนมากเสร็จสิ้น เรือ MV Hondius ตอนนี้กำลังเดินทางกลับไปยังเนเธอร์แลนด์ เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ

ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าผู้ป่วยที่ยืนยันแล้วและที่ต้องสงสัย พบเฉพาะในกลุ่มผู้โดยสารและลูกเรือของเรือสำราญเท่านั้น

"ในขณะนี้ ยังไม่มีสัญญาณว่าเรากำลังเห็นจุดเริ่มต้นของการระบาดในวงกว้าง" เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่ WHO กล่าว และเสริมว่า "แต่แน่นอนว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ และเมื่อพิจารณาจากระยะฟักตัวที่ยาวของไวรัส ก็มีความเป็นไปได้ที่เราจะพบผู้ป่วยเพิ่มในสัปดาห์ข้างหน้า"

ผู้ป่วยรายล่าสุดที่ได้รับการยืนยันคือผู้โดยสารชาวสเปนที่ตรวจพบเชื้อหลังถูกอพยพออกจากเรือ ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขสเปนเมื่อวันอังคาร โดยผู้ป่วยถูกกักตัวที่โรงพยาบาลทหารในกรุงมาดริด

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่านี่เป็นการระบาดของฮันตาไวรัสบนเรือสำราญครั้งแรก ขณะที่ยังไม่มีวิธีรักษาหรือวัคซีนสำหรับฮันตาไวรัส WHO ระบุว่าการตรวจพบและรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิต

อาร์เจนตินาส่งผู้เชี่ยวชาญสอบสวนต้นตอการระบาด

กระทรวงสาธารณสุขอาร์เจนตินาเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์จะถูกส่งไปในไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อสอบสวนต้นกำเนิดของการระบาด

คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ที่ WHO ระบุว่าเป็นผู้โดยสารเรือสำราญกลุ่มแรกที่ติดเชื้อฮันตาไวรัส ใช้เวลาหลายเดือนในอาร์เจนตินาและประเทศเพื่อนบ้านในอเมริกาใต้ ก่อนขึ้นเรือสำราญ ทั้งคู่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่อาร์เจนตินาเปิดเผยว่า ทั้งสองคนได้ไปทัวร์ดูนกซึ่งรวมถึงการแวะที่บ่อขยะ ที่นั่นอาจสัมผัสกับสัตว์ฟันแทะที่นำพาเชื้อ กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าทีมจะตรวจสอบบ่อขยะและสถานที่อื่นๆ ที่ทั้งคู่เคยไป ซึ่งพบหนูที่เป็นพาหะของไวรัส แม้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดที่เรือสำราญออกเดินทางจะได้คัดค้านทฤษฎีว่าการระบาดเริ่มต้นที่นั่น

การอพยพ MV Hondius เสร็จสมบูรณ์

ผู้โดยสารทั้งหมด 87 คนและลูกเรือ 35 คน ถูกพาขึ้นฝั่งที่เมืองเตเนริเฟ โดยบุคลากรที่สวมชุดป้องกันเต็มตัวและหน้ากากช่วยหายใจ ในปฏิบัติการที่วางแผนอย่างละเอียดและสิ้นสุดเมื่อคืนวันจันทร์

เครื่องบิน 2 ลำเดินทางถึงเมืองไอนด์โฮเฟนทางตอนใต้ของเนเธอร์แลนด์ในคืนวันจันทร์ โดยพาผู้โดยสารชาวดัตช์รวมถึงผู้โดยสารจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และลูกเรือจากฟิลิปปินส์ ทุกคนถูกกักตัว ตามข้อมูลของรัฐบาลดัตช์

ลูกเรือบางส่วนยังอยู่บนเรือและตั้งเส้นทางมุ่งหน้าสู่เมืองท่ารอตเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ ผู้ให้บริการเรือ Oceanwide Expeditions เปิดเผย

ฮันตาไวรัสมักแพร่กระจายจากมูลของสัตว์ฟันแทะ และไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คนได้ง่าย แต่ไวรัสแอนดีส (Andes virus) ที่ตรวจพบในการระบาดบนเรือสำราญครั้งนี้ อาจแพร่จากคนสู่คนได้ในกรณีหายาก อาการต่างๆ ได้แก่ ไข้ หนาวสั่น และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มักแสดงออกระหว่าง 1 ถึง 8 สัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ

เทดรอส ของ WHO แนะนำว่าผู้โดยสารที่กลับบ้านควรกักตัวต่อ ไม่ว่าจะที่บ้านหรือในสถานที่อื่น เป็นเวลา 42 วัน เขาเสริมว่า WHO ไม่สามารถบังคับใช้แนวทางได้ และแต่ละประเทศอาจจัดการกับการติดตามผู้โดยสารที่ไม่มีอาการต่างกัน

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดัตช์ถูกกักตัว

พนักงาน 12 คนของโรงพยาบาลในเนเธอร์แลนด์ ที่กำลังรักษาผู้โดยสารจากเรือ Hondius ต้องกักตัว 6 สัปดาห์ หลังจัดการของเหลวจากร่างกายอย่างไม่ถูกต้อง ศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัย Radboud ระบุในแถลงการณ์เมื่อคืนวันจันทร์

"ความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ" โรงพยาบาลระบุ แต่ขอให้พนักงานทั้ง 12 คนกักตัวเชิงป้องกันเพื่อ "ความปลอดภัย"

โรงพยาบาลในเมืองไนเมเคิน ทางตะวันออกของประเทศ ได้รับผู้โดยสาร 1 คนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จากเที่ยวบินอพยพที่ลงจอดในเนเธอร์แลนด์ และต่อมาผู้โดยสารคนนั้นตรวจพบเชื้อฮันตาไวรัส

เลือดและปัสสาวะจากผู้ป่วยควรจะถูกจัดการ "ตามขั้นตอนที่เข้มงวดกว่านี้" โรงพยาบาลระบุ

ที่มา : Associated Press

tag:#Hantavirus #ฮันตาไวรัส #WHO #CruiseShip #การระบาด #สุขภาพ #MVHondius #PublicHealth #Outbreak #ข่าวต่างประเทศ #FarangThai

อ่านเพิ่มเติม

ช่วยคนงานรอดชีวิตได้ 2 คน จากอุโมงค์โรงไฟฟ้าเนปาลที่น้ำท่วม หวั่นยังมีผู้ติดค้างอีกนับร้อย

ข่าวรอบโลก

ช่วยคนงานรอดชีวิตได้ 2 คน จากอุโมงค์โรงไฟฟ้าเนปาลที่น้ำท่วม หวั่นยังมีผู้ติดค้างอีกนับร้อย

ทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลือคนงานสองคนออกมาจากอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำในเนปาลที่ประสบภัยน้ำท่วมได้สำเร็จ และยังได้ยินเสียงคนข้างในเพิ่มเติม 9 วันหลังน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มครั้งใหญ่ทำให้คนงานหลายร้อยคนติดค้างอยู่ในโครงการพลังงานหลายแห่งบนเทือกเขาหิมาลัย กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล

By Gossip Girl!!!
ทำไมสัญญาณเตือนธารน้ำแข็งถล่มในเนปาลถึงตรวจจับได้ยาก

ข่าวรอบโลก

ทำไมสัญญาณเตือนธารน้ำแข็งถล่มในเนปาลถึงตรวจจับได้ยาก

ธารน้ำแข็งถล่มที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งร้ายแรงในเขตหิมาลัยของเนปาลและทิเบต เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่จริงแล้วมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว ผู้เชี่ยวชาญระบุ แต่ระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนฉุกเฉินในภูมิภาคนี้ยั

By Gossip Girl!!!
นักพากย์เสียงอังกฤษของ Eren Yeager ยอมทำขากรรไกรหลุด เพื่อถ่ายทอดฉากทรยศสุดคลาสสิกใน Attack on Titan

ข่าวรอบโลก

นักพากย์เสียงอังกฤษของ Eren Yeager ยอมทำขากรรไกรหลุด เพื่อถ่ายทอดฉากทรยศสุดคลาสสิกใน Attack on Titan

คำเตือน: เนื้อหาต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องสำคัญของ Attack on Titan ไบรซ์ เพเพนบรูก (Bryce Papenbrook) นักพากย์เสียงภาษาอังกฤษของเอเรน เยเกอร์ (Eren Yeager) เผยว่าเขายอมทำขากรรไกรหลุดจริงๆ เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ในหนึ่งในฉากที่เข้มข้นที่สุดของ Attack on Titan ให้สมจริงที่สุด ซี

By Gossip Girl!!!
นายกฯ สเปนแจง ยังไม่มี 'หลักฐานหนักแน่น' โมร็อกโกวางแผนดันผู้อพยพเข้าเซวตา

ข่าวรอบโลก

นายกฯ สเปนแจง ยังไม่มี 'หลักฐานหนักแน่น' โมร็อกโกวางแผนดันผู้อพยพเข้าเซวตา

นายกรัฐมนตรีสเปน เปโดร ซานเชซ (Pedro Sanchez) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่ายังไม่มี "หลักฐานหนักแน่น" ที่ชี้ว่าโมร็อกโก (Morocco) วางแผนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ผู้อพยพจำนวนมากทะลักเข้าสู่เซวตา (Ceuta) เมื่อเดือนกรกฎาคม แม้จะมีรายงานของตำรวจที่ระบุถึงความบกพร่องหลายประการของกองกำลังความมั

By Gossip Girl!!!