ส.ว.รีพับลิกันหลายคนรุมวิจารณ์ข้อตกลงอิหร่านของทรัมป์ ปธน.สวนกลับเรียกพวกวิจารณ์ว่า 'คนโง่'
รีพับลิกันแตกแถว รุมจวกข้อตกลงอิหร่านของทรัมป์ ปธน.สวนกลับเรียก 'คนโง่'
ข้อตกลงยุติสงครามกับอิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญเสียงคัดค้านอย่างหนัก ไม่ใช่จากฝ่ายตรงข้าม แต่จากภายในพรรครีพับลิกันของเขาเอง ทั้งแกนนำสายความมั่นคงและกลุ่มสื่ออนุรักษนิยม โดยจุดที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดคือการยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านและแผนกองทุนฟื้นฟูมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ทรัมป์ตอบโต้ผู้วิจารณ์ว่าเป็น "คนโง่"
วอชิงตัน — แม้ทรัมป์จะพยายามผลักดันข้อตกลงยุติสงครามกับอิหร่านในฐานะชัยชนะ แต่กลับต้องเจอแรงต้านจากคนในพรรคเดียวกัน เมื่อบรรดาแกนนำรีพับลิกันในสภาคองเกรส รวมถึงบุคคลสำคัญสายความมั่นคง พากันแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน และบางรายถึงขั้นประณาม
บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทรัมป์ลงนาม ได้เริ่มนับถอยหลัง 60 วันเพื่อเดินหน้าเจรจาข้อตกลงสุดท้ายเกี่ยวกับอนาคตของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน แม้ฝ่ายสนับสนุนจะย้ำว่านี่ยังไม่ใช่ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ แต่ประเด็นการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการขายน้ำมันของอิหร่าน และแผนจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่านมูลค่าสูงถึง 3 แสนล้านดอลลาร์ ก็กลายเป็นชนวนวิจารณ์ทันที
ส.ว.โรเจอร์ วิกเกอร์ จากรัฐมิสซิสซิปปี ประธานคณะกรรมาธิการกองทัพประจำวุฒิสภา ระบุว่ากองทุน 3 แสนล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูอิหร่าน "แม้จะไม่ได้ใช้เงินภาษีของชาวอเมริกัน แต่ก็ทำให้เงินที่อิหร่านเคยได้รับภายใต้ข้อตกลงสมัยประธานาธิบดีโอบามาปี 2015 ดูเล็กน้อยไปเลย" ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวคือฉบับที่ทรัมป์เคยถอนตัวออกมาในสมัยแรกของเขา
เสียงคัดค้านครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาละเอียดอ่อน เพราะเหลือเวลาไม่ถึง 5 เดือนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ที่พรรครีพับลิกันกำลังเสี่ยงจะรักษาเสียงข้างมากอันบางเฉียดไว้ไม่ได้
ทรัมป์เรียกผู้วิจารณ์ว่า 'คนโง่'
ความเห็นของวิกเกอร์ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว.หลายคนที่เคยหนุนสงครามนี้ตั้งแต่แรก โดย ส.ว.เท็ด ครูซ จากเท็กซัส กล่าวเฉือดเฉือนว่า "ประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าการมอบเงินหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับพวกคลั่งศาสนาที่อยากฆ่าคุณ เป็นความคิดที่แย่อย่างยิ่ง ผมหวังว่าเราจะไม่ทำแบบนั้น"
ด้านทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social เรียกผู้วิจารณ์ว่าเป็น "คนโง่" และยืนยันว่าข่าวที่ว่าสหรัฐฯ จะจ่ายเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์ให้อิหร่านนั้นเป็น "ข่าวปลอม" พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ จะไม่ออกเงินส่วนนี้ "สิ่งที่สหรัฐฯ จะได้มีแค่ความสำเร็จ ราคาน้ำมันที่ถูกลง และชัยชนะ"
ข้อกังวลเรื่องเงิน
เมื่อบันทึกความเข้าใจถูกส่งถึงสภาคองเกรส ส.ว.รีพับลิกันหลายคนระบุว่ายังมีคำถามค้างคาใจ โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไขทางการเงิน จอห์น ทูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา และ ส.ว.ไมค์ ราวด์ส ต้องการความชัดเจนว่ามาตรการป้องกันไม่ให้เงินไหลไปสนับสนุนการก่อการร้ายจะถูกบังคับใช้อย่างไร เพราะ "ตอนนี้เงินจำนวนมากกำลังจะไหลเข้าอิหร่าน"
อย่างไรก็ตาม ยังมี ส.ว.บางส่วนที่ใกล้ชิดกับนโยบาย "America First" ของทรัมป์ที่เลือกจะให้โอกาส โดย ส.ว.โรเจอร์ มาร์แชล จากแคนซัส ชี้ว่าข้อตกลงนี้มีเงื่อนไขสำคัญที่ "รับประกันว่าอิหร่านจะไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์" ขณะที่ จอห์น เฟลมมิง ผู้สมัคร ส.ว.จากลุยเซียนา มองว่าทรัมป์กำลังใช้ยุทธวิธี "พูดเบา ๆ แต่ถือไม้เรียวไว้" คือยื่นความช่วยเหลือ แต่ก็พร้อมจะโจมตีอิหร่านอีกหากไม่ทำตามข้อตกลง
เสียงเตือนจากสาย MAGA
ฝ่ายสื่ออนุรักษนิยมซึ่งเป็นฐานเสียงเหนียวแน่นของทรัมป์ก็ออกมาเตือนเช่นกัน มาร์ก เลวิน นักจัดรายการวิทยุสายขวา เสนอให้ชะลอข้อตกลงไปก่อนจนกว่าจะผ่านการเลือกตั้งกลางเทอม "เราควรค่อย ๆ ถ่วงเวลาศัตรู สะสมอาวุธยุทโธปกรณ์และน้ำมันสำรอง กดราคาน้ำมันลง ผ่านการเลือกตั้งกลางเทอมไปก่อน แล้วค่อยจัดการพวกเขา"
ขณะที่ ลอรา ลูมเมอร์ อินฟลูเอนเซอร์สายขวา ตั้งคำถามผ่าน X ว่า "ใครเป็นคนป้อนข้อมูลข่าวกรองที่บิดเบือนและเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายอิสลามให้ประธานาธิบดี" ส่วนอดีตรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ก็กล่าวว่าข้อตกลงนี้ "มีกลิ่นอายของการประนีประนอมแบบยอมจำนน ผมไม่ไว้ใจอิหร่าน"
จุดร่วมของผู้วิจารณ์ทุกคน ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์กับทรัมป์อย่างไร คือความไม่ไว้วางใจระบอบการปกครองอิหร่านอย่างฝังลึก
ที่มา : Associated Press