ผู้หญิงกาซาเผชิญอุปสรรคทางกฎหมายในการหย่าร้างท่ามกลางสงคราม
โซแฮร์ อัล-บอร์ดานี (Sohair al-Bordani) หญิงชาวปาเลสไตน์ที่ต้องพลัดถิ่นและใช้ชีวิตอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยนูเซย์รัต (Nuseirat) กลางฉนวนกาซา พยายามดูแลลูกทั้งสี่คนท่ามกลางสงครามที่โหมกระหน่ำรอบตัวเธอ
แม้เธอจะรอดชีวิตมาได้ แต่ชีวิตแต่งงานที่ยาวนานถึง 10 ปีของเธอกลับไปไม่รอด อัล-บอร์ดานี วัย 30 ปี เล่าว่าการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างเธอกับอดีตสามีทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่สงครามเริ่มต้นในปี 2023 เพราะความเครียดจากการมีชีวิตอยู่ในกาซาถ่วงทับพวกเขาไว้
แต่อัล-บอร์ดานีเจอปัญหา สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของอิสราเอลในกาซา ซึ่งคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 73,000 ราย ได้ทำลายระบบบริหารของฉนวนกาซาในหลายด้าน รวมถึงระบบกฎหมาย
หากต้องการหย่าร้างผ่านคำสั่งศาลพร้อมสิทธิเรียกร้องทางการเงินที่พึงมี เธอต้องยื่นเรื่องต่อศาลศาสนาและพิสูจน์คดีของตัวเอง เธอบอกว่าเริ่มดำเนินคดีตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 แต่ด้วยความล่าช้าของกระบวนการยุติธรรมที่เกิดจากสงคราม คดีจึงยืดเยื้อออกไปเรื่อย ๆ
ด้วยเหตุนี้ อัล-บอร์ดานีจึงเลือกทางเลือกที่รวดเร็วกว่าอย่าง คูลุอ์ (khulu) การหย่าที่ฝ่ายภรรยาเป็นผู้ริเริ่ม ซึ่งมักต้องแลกด้วยการสละสิทธิ์ทางการเงิน ในกรณีของเธอ นั่นหมายถึงการคืนสินสอดให้อดีตสามี และสละเงินช่วยเหลือที่เธอควรได้รับ
"ฉันยอมสละทุกอย่าง เพราะการได้สิทธิ์ของตัวเองในสถานการณ์แบบนี้มันยากเกินไป" อัล-บอร์ดานีกล่าว "ฉันแค่อยากหาความสงบและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ให้ห่างไกลจากทุกอย่างที่เคยเจอมาในช่วงเวลานั้น"
ความล่าช้าทางกฎหมาย
เรื่องราวของอัล-บอร์ดานีสะท้อนประสบการณ์ของผู้หญิงกาซาอีกจำนวนมาก ที่ต้องติดอยู่ระหว่างคดีความที่ล่าช้าและสงครามที่ตัดขาดการเข้าถึงระบบยุติธรรม ทำให้การตัดสินใจที่ควรกำหนดอนาคตของพวกเธอต้องค้างคาไว้ จนกว่าสถานการณ์จะเอื้อให้ศาลกลับมาทำงานได้เต็มรูปแบบ
คดีเกี่ยวกับสถานะบุคคลบางส่วน รวมถึงคดีหย่าร้าง ได้เข้าสู่ศาลศาสนาของกาซาซึ่งดูแลเรื่องเหล่านี้แล้ว
ตามข้อมูลของชีค ฮัสซัน อัล-โจโจ (Hassan al-Jojo) ประธานสภาสูงสุดฝ่ายตุลาการชะรีอะฮ์แห่งกาซา ศาลรับพิจารณาคดีหย่าร้างมากกว่า 8,700 คดี นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2023 จนถึงปลายเดือนพฤษภาคม
ทั้งนี้ยังไม่นับความท้าทายมากมายที่ศาลต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่ออาคารศาล และการขาดแคลนผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่
อัล-โจโจกล่าวเพิ่มเติมว่าศาลได้กลับมาดำเนินงานตุลาการเกือบเต็มรูปแบบแล้ว โดยบริการยังคงดำเนินต่อไปแม้ในช่วงที่อาคารศาลต้องปิดทำการ
แต่เขาก็ชี้ว่าศาลยังคงดำเนินงานด้วยทรัพยากรที่จำกัดอย่างมาก แต่ละศาลมีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว ขณะที่ไฟฟ้าดับซ้ำ ๆ ขาดแคลนเอกสารสิ่งพิมพ์ และไม่มีอุปกรณ์สำนักงานพื้นฐาน ล้วนส่งผลกระทบต่อการทำงาน
"บริการจำเป็น รวมถึงการแต่งงานและการหย่าร้าง และกระบวนการอื่น ๆ ที่ประชาชนต้องการ ไม่เคยหยุดชะงัก" อัล-โจโจกล่าว "แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการรักษาบริการให้ดำเนินต่อไปได้ มากกว่าการพัฒนาให้ดีขึ้น"
ผลกระทบที่น่ากังวล
แต่ตัวเลขการหย่าร้างเพียงอย่างเดียวไม่ได้สะท้อนผลกระทบทั้งหมดของสงครามที่มีต่อครอบครัว ความล่าช้าในการเข้าถึงระบบกฎหมายทำให้ผู้หญิงอย่างอัล-บอร์ดานีไม่สามารถเรียกร้องสิทธิ์ของตนหลังการแยกทางได้ โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร ค่าเลี้ยงดูคู่สมรสและบุตร และเงินอื่น ๆ ที่ภรรยาควรได้รับตามปกติ
โมฮัมหมัด อัล-ตะลา (Mohammad al-Talaa) ทนายความในกาซา ระบุว่าสงครามส่งผลกระทบอย่างมากต่อการทำงานของสถาบันตุลาการ ทำให้การไต่สวนหลายพันคดีต้องเลื่อนออกไป และคดีจำนวนมากถูกระงับ
เขาเสริมว่าเอกสารและแฟ้มคดีนับพันสูญหายไปจากการทิ้งระเบิดของอิสราเอลและการทำลายสำนักงาน ทำให้ยากที่จะพิสูจน์สิทธิ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะในคดีแพ่งและคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน
ส่วนคดีสถานะบุคคล อัล-ตะลาชี้ว่าการระงับการทำงานของแผนกบังคับคดีในศาล ทำให้ผู้หญิงที่ควรได้รับเงินช่วยเหลือไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินตามสิทธิ์ และยังส่งผลกระทบต่อคดีสิทธิ์เยี่ยมและดูแลบุตร ทำให้พ่อแม่บางคนไม่สามารถปฏิบัติตามคำตัดสินเรื่องการติดต่อกับลูกได้
ปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องกฎหมายเท่านั้น อัล-ตะลาอธิบายว่าความล่าช้าต่อเนื่องในคดีหย่าร้างและแยกทางทำให้ผู้หญิงบางคนติดอยู่ในชีวิตแต่งงานที่พวกเธอต้องการหลุดพ้น และยังขัดขวางไม่ให้พวกเธอก้าวต่อไปในชีวิต ขณะที่ความล่าช้าในการเข้าถึงเงินที่ควรได้รับก็เพิ่มภาระให้ครอบครัว และการที่คดีเกี่ยวกับบุตรไม่ได้รับการคลี่คลายก็เพิ่มความเครียดทางจิตใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นอกเหนือจากบาดแผลจากสงครามเอง
ซูอาด อัล-นาอามี (Suad al-Naami) ไม่ต้องการทนติดอยู่ในสภาวะไม่แน่นอนเช่นนี้ จึงตัดสินใจหย่าแบบคูลุอ์ แม้จะต้องแลกกับการสละสิทธิ์ที่การหย่าโดยคำสั่งศาลจะมอบให้เธอ
หญิงวัย 22 ปีคนนี้แต่งงานได้เพียง 5 เดือน แต่เมื่อความขัดแย้งกับอดีตสามีทวีความรุนแรงขึ้น เธอจึงตัดสินใจแยกทาง
"ฉันไม่เคยคิดว่าชีวิตแต่งงานของฉันจะเริ่มต้นแบบนี้" อัล-นาอามีกล่าว "ฉันหวังว่าเราจะมีบ้านและชีวิตที่มั่นคง แต่การพลัดถิ่นและการใช้ชีวิตในเต็นท์ทำให้ทุกอย่างยากขึ้นไปอีก"
สำหรับหญิงสาวคนนี้ คำมั่นสัญญาของการเริ่มต้นใหม่ ท่ามกลางความหายนะรอบตัวในกาซา ยังดีกว่าคดีความที่ยืดเยื้อ
"การสละสิทธิ์ของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ฉันรู้สึกว่าการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายที่ยาวนานและรอคอยเป็นปี ๆ จะยิ่งเพิ่มความทุกข์ทรมานให้ฉันมากขึ้น" อัล-นาอามีกล่าว "ฉันแค่อยากยุติความขัดแย้งและเริ่มต้นใหม่ เพราะการอยู่ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยปัญหาในสถานการณ์แบบนี้ยากกว่าการตัดสินใจแยกทางเสียอีก"
tag:#กาซา #ปาเลสไตน์ #Gaza #ผู้หญิง #หย่าร้าง #สิทธิสตรี #สงคราม #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #HumanRights #FarangThai