ไฟป่าถล่มฝรั่งเศส-สเปน บังคับอพยพกว่า 250,000 คน เจ้าหน้าที่ยังสู้ไฟไม่หยุด
มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งราย และประชาชนมากกว่า 250,000 คนต้องอพยพหนีออกจากพื้นที่ทางตะวันตกของยุโรปเมื่อวันเสาร์ หลังไฟป่าที่ควบคุมไม่ได้ยังคงลุกลามอย่างหนักในสเปน (Spain) และฝรั่งเศส (France)
เถ้าถ่านสีดำปกคลุมระเบียงหลังคาบ้านทางตอนเหนือของใจกลางกรุงมาดริด (Madrid) เมืองหลวงของสเปน ซึ่งประชาชน 70,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่ และถูกบังคับให้ปิดหน้าต่างบ้านตลอดเวลาเพราะกลิ่นควันที่ระคายคอ
มีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายในเมืองมานิเซส (Manises) ของสเปน ตามข้อมูลจากทางการท้องถิ่น
"น่าเสียใจที่ไฟป่าได้คร่าชีวิตคนไปหนึ่งราย" สภาเมืองมานิเซสระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X
เปโดร ซานเชซ (Pedro Sanchez) นายกรัฐมนตรีสเปน ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสอบเขตไฟป่าใกล้กรุงมาดริด กล่าวว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดคือ "การรักษาชีวิตคน" พร้อมเตือนว่ายังมีการต่อสู้ที่ "ซับซ้อน" รออยู่ข้างหน้า รัฐบาลของเขาประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ
ซานเชซระบุว่าปีนี้ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่ป่าไปแล้ว 130,000 เฮกตาร์ในสเปน เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยรายปีที่ 100,000 เฮกตาร์ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เขากล่าวว่าสภาพอากาศที่ดีขึ้นในวันเสาร์เปิด "โอกาส" ให้ทีมดับเพลิงควบคุมสถานการณ์ได้
"เรายังต้องเผชิญช่วงเวลาที่ซับซ้อนอีกหลายชั่วโมงข้างหน้า เพราะแม้อุณหภูมิจะลดลงแล้ว แต่เรายังไม่รู้แน่ชัดว่าทิศทางลมจะเปลี่ยนไปอย่างไร หรือจะแรงแค่ไหน" เขากล่าว
ฮาเกอลีน วิยาฟรังกา (Jacqueline Villafranca) หญิงวัย 38 ปีชาวเปรูที่อพยพมายังมาดริดตั้งแต่วันศุกร์พร้อมสามีและลูกสาวสองคน เล่าว่าตอนที่ควันไฟเข้าปกคลุมหมู่บ้านนาบาลากาเมยา (Navalagamella) ของเธอ "ฉันคิดว่าทุกอย่างกำลังจะไหม้หมด ทั้งบ้านและทุกสิ่งทุกอย่าง"
"ที่นี่หายใจได้ปกติแล้ว เมื่อวานนี้มันแทบทนไม่ไหว" เธอกล่าวขณะนั่งอยู่ในโรงยิมที่ถูกดัดแปลงเป็นศูนย์พักพิง
ลุยส์ (Luis) ช่างเทคนิคด้านโสตทัศน์ ซึ่งใช้เวลาทั้งบ่ายช่วยอพยพชาวบ้านจากหมู่บ้านเปลาโยส เด ลา เปรซา (Pelayos de la Presa) ก่อนได้รับคำสั่งให้อพยพตัวเองด้วย เป็นหนึ่งในผู้ที่หนีออกจากเมืองชานเมืองแห่งหนึ่ง
"ตอนแรกผมร้องไห้ เพราะที่นั่นคือที่ที่ผมเติบโตมา แต่ตอนนี้กลายเป็นความรู้สึกโกรธและจำยอมมากกว่า เพราะไม่มีอะไรที่เราทำได้ ตราบใดที่เรายังไม่ได้รับอนุญาตให้กลับไปดูว่าจะเจออะไรบ้าง" เขาบอกกับสำนักข่าว AFPTV
ไฟป่าในสเปนและฝรั่งเศสลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งจัดที่เลวร้ายลงจากคลื่นความร้อนต่อเนื่องที่ทั้งสองประเทศเผชิญมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ภัยแล้งรุนแรงขึ้น และทำให้เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเกิดถี่และรุนแรงมากขึ้น ยุโรปถือเป็นทวีปที่ร้อนขึ้นเร็วที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ในฝรั่งเศส ไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ไปแล้วเกือบ 242,000 เอเคอร์ ซึ่ง โลรองต์ นูเนซ (Laurent Nunez) รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส ระบุว่าเป็น "สถิติทางประวัติศาสตร์" ที่ใหญ่กว่าพื้นที่กรุงปารีสเกือบ 10 เท่า มีประชาชนอย่างน้อย 197,000 คนต้องอพยพในฝรั่งเศสจากเหตุไฟป่าครั้งนี้ ซึ่งนูเนซระบุว่า "น่าจะ" เป็นการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในยามสงบที่ประเทศเคยเผชิญ
พื้นที่ป่าที่ถูกไฟไหม้ทั่วกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปในปีนี้ถือว่ามากเป็นอันดับสองเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ ตามข้อมูลดาวเทียมจากระบบข้อมูลไฟป่าแห่งยุโรป (European Forest Fire Information System)
ไฟป่าครั้งใหญ่ในทั้งสองประเทศลุกไหม้ต่อเนื่องมาแล้วสองถึงสามวัน จนทำให้นักดับเพลิงหลายร้อยนายที่ทำงานต่อสู้กับไฟตลอด 24 ชั่วโมงเริ่มอ่อนล้า

เซบาสเตียง เลอกอร์นู (Sébastien Lecornu) นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส บรรยายว่าไฟป่าครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และไฟป่าในแคว้นฌีรงด์ (Gironde) รุนแรงจนก่อให้เกิดกระแสลมของตัวมันเอง
"ภารกิจสำคัญที่สุดของเราชัดเจน คือการปกป้องชีวิตประชาชน" เขาโพสต์ในโซเชียลมีเดีย พร้อมระบุว่าคำสั่งอพยพ "ต้องได้รับการปฏิบัติตามโดยไม่ชักช้า"
"เราจะไม่เสี่ยงใด ๆ เมื่อเป็นเรื่องความปลอดภัยของชาวฝรั่งเศส" เขากล่าวเสริม
เอมมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ส่งกำลังทหาร 1,000 นายไปช่วยนักดับเพลิงใกล้เมืองบอร์กโดซ์ (Bordeaux) และในวันเสาร์รัฐบาลของเขาสั่งให้เครื่องบินลำเลียงทางทหาร A400M เข้าร่วมกับฝูงบินขนาดเล็กที่กำลังฉีดน้ำดับไฟอยู่แล้ว
เครื่องบิน A400M ที่ได้รับการดัดแปลง สามารถปล่อยสารหน่วงไฟได้ถึง 20 ตัน ถือเป็นการดัดแปลงเชิงทดลองที่เพิ่งเสร็จสิ้นการเตรียมการและทดสอบ
หัวหน้าหน่วยดับเพลิงกรุงปารีสเปิดเผยกับ AFP เมื่อวันเสาร์ว่า มีนักดับเพลิงจากเมืองหลวงราว 100 นายถูกส่งไปช่วยงานทางตะวันตกเฉียงใต้ เพิ่มเติมจากนักดับเพลิง 45 นายและรถดับเพลิงหกคันที่ส่งไปก่อนหน้านี้แล้ว

สเปนและฝรั่งเศสยังได้ร้องขอและได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบเครื่องบินจากประเทศอื่น ๆ ในยุโรปด้วย
อิตาลีระบุว่าได้ส่งเครื่องบินดับเพลิงชนิดตักน้ำแคนาแดร์ (Canadair) สองลำไปยังสเปน ขณะที่หน่วยป้องกันพลเรือนของสเปนระบุว่ากำลังรอเครื่องบินอีกสองลำจากกรีซในวันเสาร์ เพื่อสมทบกับเครื่องบินจากเนเธอร์แลนด์และโปรตุเกสที่ประจำการอยู่ในสเปนแล้ว
ฝรั่งเศสกำลังรอเครื่องบินดับเพลิงชนิดบรรทุกน้ำสองลำจากโครเอเชีย รวมถึงเครื่องบินอีกสองลำจากโปรตุเกส และเฮลิคอปเตอร์ขนส่งหนักแบล็กฮอว์ก (Black Hawk) สองลำจากสาธารณรัฐเช็กและสโลวาเกีย
"มันน่าประทับใจและน่ากลัวไปพร้อมกัน" โลรองต์ โมเรตติ (Laurent Moretti) ผู้อาศัยในเมืองอาแรส (Arès) ของฝรั่งเศส บอกกับสำนักข่าวเอพี (Associated Press) "การอพยพขนาดนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สิ่งที่เราหวังจริง ๆ คือให้นักดับเพลิงควบคุมสถานการณ์ได้โดยเร็ว"

ทางการระบุว่านักดับเพลิงชาวฝรั่งเศสได้รับบาดเจ็บหลายสิบคน แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในทั้งสองประเทศ
มีการตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินในโรงเรียนและโรงยิมทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส สำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่ยังไม่รู้ว่าจะกลับไปเจออะไรบ้าง
"เราไม่มีที่ให้พักพิงเลย" แคโรไลน์ ลาร์โรด (Caroline Larrode) วัย 49 ปี ซึ่งหนีออกจากบ้านในเมืองโซโมส (Saumos) มายังโรงเก็บของขนาดใหญ่ในบอร์กโดซ์ที่รองรับผู้อพยพจากพื้นที่อ่าวอาร์กาชง (Arcachon Basin) กล่าว พร้อมพาแมวสามตัวมาด้วย
นูอาลา เคลลี (Nuala Kelly) นักท่องเที่ยวชาวไอริชวัย 75 ปี กล่าวว่าเธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
"ไม่เคย ไม่เคย ไม่เคยเลยจริง ๆ ทั้งที่ฉันเดินทางไปมาแล้วทั่วโลกและเจอสถานการณ์สารพัดรูปแบบ" เธอบอกกับ AFP ที่ศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่ของบอร์กโดซ์ซึ่งตอนนี้รองรับผู้คนหลายพันคน
ผู้จัดงานแข่งขันตูร์เดอฟรองซ์ (Tour de France) ประกาศว่าจะย่นระยะทางของสเตจสุดท้ายในวันอาทิตย์ เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่า
"ด้วยความสามัคคีของชาติต่อพื้นที่และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เราตัดสินใจปรับเส้นทางของสเตจสุดท้ายจากตัวรีถึงปารีส" ผู้จัดงานระบุในแถลงการณ์
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขฝรั่งเศสเปิดเผยเมื่อต้นสัปดาห์ว่า มีผู้เสียชีวิตในฝรั่งเศสเมื่อเดือนก่อนมากกว่าปกติถึง 5,700 คน ท่ามกลางคลื่นความร้อนครั้งประวัติศาสตร์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของยอดผู้เสียชีวิตทั่วประเทศ จากอุณหภูมิที่ทำสถิติสูงสุดในเดือนมิถุนายนและต้นเดือนกรกฎาคม
ในอิตาลี เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินหลายพันคนกำลังต่อสู้กับไฟป่าหลายจุดในเกาะซิซิลี (Sicily) และแคว้นคาลาเบรีย (Calabria) ซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายหนึ่งระบุว่ามีผู้ลอบวางเพลิงใช้วิธีผูกผ้าชุบสารไวไฟไว้ที่หางแมวจรจัดเพื่อให้ไฟลุกลามออกไป
tag:#ไฟป่า #Wildfire #สเปน #Spain #ฝรั่งเศส #France #Bordeaux #Madrid #โลกร้อน #ภัยพิบัติ #WorldNews #FarangThai