เฟดคงดอกเบี้ยไว้เหมือนเดิม แต่ 3 กรรมการโหวตให้ขึ้นดอกเบี้ย

เฟดคงดอกเบี้ยไว้เหมือนเดิม แต่ 3 กรรมการโหวตให้ขึ้นดอกเบี้ย

เฟดเดอรัล รีเซิร์ฟ (Federal Reserve) หรือธนาคารกลางสหรัฐ ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่เดิม ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผู้กำหนดนโยบายเชื่อว่าเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลง แม้ว่าต้นทุนพลังงานจะสูงขึ้นจากสงครามในอิหร่านก็ตาม

นี่เป็นครั้งที่ห้าติดต่อกันแล้วที่ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในกรอบเป้าหมาย 3.5% ถึง 3.75% โดยครั้งล่าสุดที่กรรมการเฟดโหวตปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยคือเมื่อเดือนธันวาคม 2025 (พ.ศ. 2568) ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25 จุด

แม้เฟดจะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่กรรมการ 3 คนจากทั้งหมด 12 คนในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน หรือ FOMC (Federal Open Market Committee) กลับโหวตคัดค้าน ความเห็นแตกต่างในระดับนี้ถือว่าไม่ปกตินักสำหรับคณะกรรมการชุดนี้ นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทมองว่าสะท้อนให้เห็นว่ากรรมการบางคนอยากให้เฟดลงมือขึ้นดอกเบี้ยตอนนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ

เคย์ เฮก (Kay Haigh) หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้และบริหารสภาพคล่องระดับโลกของโกลด์แมน แซคส์ แอสเซท แมเนจเมนต์ (Goldman Sachs Asset Management) ให้ความเห็นทางอีเมลหลังการประกาศมติว่า "เฟดดูเหมือนกำลังหมดความอดทนกับเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย ทั้งที่ตัวเลขล่าสุดออกมาค่อนข้างเย็นลง ความรู้สึกแบบสายเหยี่ยวที่เพิ่มขึ้นในคณะกรรมการ ซึ่งเห็นได้จากคะแนนคัดค้าน 3 เสียงต่อการคงดอกเบี้ยในวันนี้ น่าจะยิ่งถูกกระตุ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลาง"

กรรมการที่โหวตคัดค้านทั้งสามคน ได้แก่ เบธ แฮมแม็ก (Beth Hammack) ประธานธนาคารกลางสาขาคลีฟแลนด์ นีล แคชคารี (Neel Kashkari) ประธานธนาคารกลางสาขามินนีแอโพลิส และลอรี เค. โลแกน (Lorie K. Logan) ประธานธนาคารกลางสาขาดัลลาส

"ศึกในครอบครัว"

"ผมขอให้มีการถกเถียงกันแบบเข้มข้นในครอบครัว แล้วผมก็ได้แบบนั้นจริงๆ" เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานเฟด กล่าวระหว่างแถลงข่าวหลังการประกาศมติ เขาบรรยายถึงบรรยากาศการถกเถียงที่ดุเดือดในหมู่กรรมการ โดยระบุว่าประเด็นหลักที่แบ่งความเห็นคือวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ราคาสินค้าลดลง

"การถกเถียงครั้งนี้ไม่ใช่แค่พิธีกรรมตามธรรมเนียมเลย" เขากล่าวเสริม

ในแถลงการณ์นโยบายที่ประกาศมติอัตราดอกเบี้ย เฟดระบุว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวในอัตราที่มั่นคง แม้จะมีความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าเงินเฟ้อยังคงดื้อรั้นไม่ยอมลดลงง่ายๆ

"เงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของคณะกรรมการ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัญหาด้านอุปทานที่ทำให้ราคาสินค้าในบางภาคส่วนปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงภาคพลังงาน" FOMC ระบุในแถลงการณ์

การคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง หรือที่เรียกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมข้ามคืนระหว่างธนาคาร เป็นไปตามที่นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า หลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนแสดงให้เห็นว่าราคาสินค้าผู้บริโภคเริ่มชะลอตัว

มาร์ก แซนดี (Mark Zandi) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของมูดี้ส์ อนาลิติกส์ (Moody's Analytics) ให้สัมภาษณ์กับซีบีเอส นิวส์ (CBS News) ก่อนหน้าการประกาศมติว่า "เมื่อเกิดปัญหาด้านอุปทานแบบสงครามอิหร่านนี้ ตามตำราแล้วไม่ควรขึ้นดอกเบี้ย เว้นแต่การคาดการณ์เงินเฟ้อจะเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเงินเฟ้อแบบนี้จะไม่ฝังรากลึกและจะคลี่คลายไปเองเมื่อปัญหาด้านอุปทานหมดไป ผมคิดว่าข้อโต้แย้งนี้ยังคงมีน้ำหนักอยู่"

วอร์ชยังทำให้นักลงทุนเดาทางไม่ถูก

ระหว่างแถลงข่าว วอร์ชย้ำถึงความมุ่งมั่นของ FOMC ในการรักษาเสถียรภาพราคา โดยระบุว่ากรรมการเฟด "จะไม่ลังเลที่จะลงมือ" เพื่อสกัดเงินเฟ้อ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ได้ให้เบาะแสใดๆ เกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต

"ถ้าเงินเฟ้อยังคงสูงต่อเนื่องตลอดช่วงที่เราคาดการณ์ไว้ อัตราดอกเบี้ยก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของทางออก" เขากล่าวกับผู้สื่อข่าว "แต่ผมไม่อยากบอกว่ามันเป็นทางออกเดียว"

ก่อนหน้านี้วอร์ชเคยแสดงจุดยืนว่าอยากให้เฟดสื่อสารกับสาธารณะน้อยลง ซึ่งต่างจากแนวทางของประธานเฟดคนก่อนๆ จนทำให้นักลงทุนบางส่วนกังวลว่าการที่ธนาคารกลางให้แนวทางน้อยลงอาจสร้างความผันผวนในตลาด

"ผมเข้าใจว่าตลาดอยากได้การคาดการณ์และความคิดเห็นแบบต่อเนื่องจากคณะกรรมการชุดนี้ แต่สำหรับเราแล้ว เราต้องดูปฏิกิริยาของตลาดต่อสถานการณ์จริงแบบตรงไปตรงมาและไม่ผ่านการปรุงแต่ง" วอร์ชกล่าว

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นเล็กน้อยหลังเฟดประกาศมติ ก่อนจะร่วงลงอย่างรวดเร็วและปิดตลาดในแดนลบอย่างชัดเจนในวันเดียวกัน ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 113 จุด หรือ 1.5% ปิดที่ 7,316 จุด ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ร่วงลง 1,153 จุด หรือ 2.2% ส่วนดัชนีแนสแดค คอมโพสิต (Nasdaq Composite) ร่วงลง 1.7%

นักวิเคราะห์ระบุว่าในช่วงแรกนักลงทุนโล่งใจที่เฟดเลือกไม่ขึ้นดอกเบี้ย แต่ความรู้สึกนั้นก็เปลี่ยนไปหลังการแถลงข่าวของวอร์ชที่แทบไม่ให้เบาะแสเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต

การขึ้นดอกเบี้ยรอบใหม่มีโอกาสเกิดขึ้นหรือไม่

เฟดยังมีโอกาสปรับขึ้นต้นทุนการกู้ยืมในช่วงปลายปีนี้ หากเงินเฟ้อซึ่งยังคงสูงกว่าเป้าหมายรายปีที่ 2% ของธนาคารกลาง กลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง

ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นในเดือนนี้ จากความตึงเครียดที่กลับมาปะทุอีกครั้งในตะวันออกกลาง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วราคาน้ำมันเฉลี่ยทั่วสหรัฐพุ่งทะลุ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกก็เคยพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลชั่วคราว

ไบรอัน เธเรียน (Brian Therien) นักวิเคราะห์อาวุโสของเอ็ดเวิร์ด โจนส์ (Edward Jones) ให้ความเห็นทางอีเมลก่อนการประชุมเฟดว่า "โอกาสที่จะเห็นการขึ้นดอกเบี้ยกำลังเพิ่มขึ้นในมุมมองของเรา โดยเฉพาะถ้าความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อและราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อไป อย่างไรก็ตาม หากการหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านนำไปสู่การสงบศึกที่ยาวนานขึ้นและราคาน้ำมันลดลง แนวโน้มเงินเฟ้อก็อาจกลับมาสมดุลมากขึ้น"

เกรกอรี ดาโค (Gregory Daco) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ EY-Parthenon กล่าวว่ากระแสความนิยมด้านปัญญาประดิษฐ์ก็เป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันต้นทุนของชิปหน่วยความจำ เครื่องใช้ไฟฟ้า และค่าไฟฟ้าให้สูงขึ้น

"คำถามสำคัญคือจะเกิดอะไรขึ้นในตะวันออกกลาง นั่นจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเงินเฟ้อโดยรวม" เขากล่าวกับซีบีเอส นิวส์

ดาโคมองว่าเฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน หากเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง

นักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สประเมินโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุดในการประชุมครั้งถัดไปเดือนกันยายนไว้ที่ประมาณ 53%

ประธานาธิบดีทรัมป์ (Donald Trump) เรียกร้องให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาโดยตลอด และเคยกดดันเจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) อดีตประธานเฟดซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ลดต้นทุนการกู้ยืมเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ล่าสุดทรัมป์เรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยอีกครั้งเมื่อวันอังคาร โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน (Air Force One) ว่า "เราควรมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดในโลก"

CBS News

tag:#FederalReserve #KevinWarsh #ดอกเบี้ย #เงินเฟ้อ #DonaldTrump #ตลาดหุ้นสหรัฐ #สงครามอิหร่าน #เศรษฐกิจสหรัฐ #ราคาน้ำมัน #Economy #FarangThai

อ่านเพิ่มเติม

ทรัมป์ประกาศดีล 'ประวัติศาสตร์' สหรัฐฯ คุมน้ำมันเวเนซุเอลา 65,000 ล้านบาร์เรล

ข่าวในอเมริกา

ทรัมป์ประกาศดีล 'ประวัติศาสตร์' สหรัฐฯ คุมน้ำมันเวเนซุเอลา 65,000 ล้านบาร์เรล

โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่าสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับเวเนซุเอลา (Venezuela) ในการเข้าควบคุมปริมาณสำรองน้ำมันที่พิสูจน์แล้วมากกว่า 65,000 ล้านบาร์เรลของประเทศดังกล่าว "ดีลประวัติศาสตร์นี้ทำให้ปริมาณสำรองน้ำมันของอเมริกาเพิ

By Gossip Girl!!!
ไมโล ยานโนปูลอส นักวิจารณ์ฝ่ายขวาจัดชื่อดัง ถูก ICE จับกุมเตรียมส่งกลับประเทศ

ข่าวในอเมริกา

ไมโล ยานโนปูลอส นักวิจารณ์ฝ่ายขวาจัดชื่อดัง ถูก ICE จับกุมเตรียมส่งกลับประเทศ

ไมโล ยานโนปูลอส (Milo Yiannopoulos) นักวิจารณ์การเมืองฝ่ายขวาจัดชาวอังกฤษ ถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ หรือ ICE (Immigration and Customs Enforcement) ควบคุมตัวไว้แล้ว และกำลังรอการส่งกลับประเทศ ยานโนปูลอส วัย 41 ปี อดีตบรรณาธิการเว็บไซต์ไบรต์บาร์ตนิวส์

By Gossip Girl!!!
วัยรุ่นนิวยอร์กและแม่ 1 ใน 90 ชาวอเมริกันสูญหายในน้ำท่วมเนปาล

ข่าวในอเมริกา

วัยรุ่นนิวยอร์กและแม่ 1 ใน 90 ชาวอเมริกันสูญหายในน้ำท่วมเนปาล

ชาวอเมริกัน 90 คนสูญหาย หลังเหตุน้ำท่วมครั้งร้ายแรงที่ชายแดนเนปาล-จีน กวาดล้างหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจนหายไป เชคาร์ อัครวาล (Shekhar Agrawal) นั่งอยู่ที่บ้าน โทรศัพท์ไปหาเบอร์แล้วเบอร์เล่า หวังว่าสักครั้งจะได้เบาะแสเกี่ยวกับที่อยู่ของน้

By Gossip Girl!!!
โรคหัดระบาดหนักในดินแดนอามิชเพนซิลเวเนีย กลุ่มเสี่ยงผวาเสี่ยงติดเชื้อ

ข่าวในอเมริกา

โรคหัดระบาดหนักในดินแดนอามิชเพนซิลเวเนีย กลุ่มเสี่ยงผวาเสี่ยงติดเชื้อ

โรคหัดกำลังแพร่ระบาดเข้าไปในพื้นที่ที่คนกลุ่มเปราะบาง ซึ่งไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ ต้องใช้ชีวิต ทำงาน หรือเรียนหนังสืออยู่ ลูกชายของบริทานี นิโคล สปอนเนนเบิร์ก (Brittany Nicole Sponenberg) อยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิดที่เมืองแดนวิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย

By Gossip Girl!!!