เผยข้อความลับ เฟาซีเคยเตือนความเสี่ยงแท้งจากวัคซีนโควิด ทั้งที่พูดต่อสาธารณะว่าไม่มีปัญหา
ดร.แอนโทนี เฟาซี (Anthony Fauci) เคยแสดงความกังวลเป็นการส่วนตัวว่าวัคซีนโควิด-19 (COVID-19) อาจ "มีความเป็นไปได้ในทางทฤษฎี" ที่จะเชื่อมโยงกับการแท้งบุตรในหญิงตั้งครรภ์ ทั้งที่เขาเคยยืนยันต่อสาธารณะว่าไม่มี "สัญญาณอันตราย" สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ตามข้อความส่วนตัวที่เพิ่งถูกเปิดเผยออกมา
"ผมสอบถามเพิ่มเติมอีกหน่อยแล้วเจอประเด็นที่คุณควรรู้ไว้" เฟาซีเขียนไว้ในข้อความเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2021 (พ.ศ. 2564) ถึง ดร.โรแชล วาเลนสกี (Rochelle Walensky) ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ในขณะนั้น และวิเวก มูร์ธี (Vivek Murthy) ศัลยแพทย์ใหญ่แห่งสหรัฐฯ
"เนื่องจากหลายคนมีอาการไซโตไคน์สตอร์มและมีไข้รุนแรงหลังฉีดเข็มที่สอง เรื่องนี้ในทางทฤษฎีอาจเชื่อมโยงกับการแท้งบุตรในไตรมาสแรกได้" เฟาซีซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ (NIAID) ระบุเพิ่มเติม
เฟาซี วาเลนสกี และมูร์ธี ได้หารือกันว่าวัคซีนอาจมีความเสี่ยงต่อผู้หญิงที่รับวัคซีนสองเข็มในช่วงต้นหรือช่วงปลายของการตั้งครรภ์หรือไม่
วาเลนสกีตอบกลับเฟาซีว่าประเด็นเรื่องไตรมาสแรกที่เขาหยิบยกขึ้นมานั้น "เป็นข้อสังเกตที่ดีมาก โดยเฉพาะหลังฉีดเข็มที่สอง"
ไม่กี่วันต่อมา ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เฟาซีให้สัมภาษณ์ในไลฟ์สตรีมถาม-ตอบกับวารสารสมาคมการแพทย์อเมริกัน (JAMA) ว่าองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) "พบว่าจนถึงตอนนี้ และเราต้องระมัดระวัง แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณอันตรายเกี่ยวกับหญิงตั้งครรภ์"
หลายเดือนต่อมา ที่ปรึกษาด้านการแพทย์ระดับสูงของทำเนียบขาวสมัยรัฐบาลไบเดน (Biden) ยังกล่าวอีกว่า "ผู้หญิงหลายหมื่นคนที่ CDC ติดตามผล ซึ่งฉีดวัคซีนขณะตั้งครรภ์ ไม่มีสัญญาณใด ๆ เลยว่าจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้ฉีด...ค่อนข้างชัดเจนว่าหญิงตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีน"
ข้อความอื่น ๆ ระหว่างเฟาซี มูร์ธี และวาเลนสกี ยังแสดงให้เห็นว่าทั้งสามกำลังชั่งน้ำหนักความเสี่ยงจากการฉีดวัคซีนเทียบกับความเสี่ยงจากไวรัสซาร์ส-โควี-2 (SARS-CoV-2) ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคโควิด-19
มูร์ธียังระบุด้วยว่าเขา "แปลกใจที่เห็นองค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์ที่ชัดเจนว่าไม่แนะนำให้ใช้วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) ในหญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่"
"นั่นเป็นแถลงการณ์ที่รุนแรง และอาจสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ได้มาก" เขาบอกกับเฟาซีและวาเลนสกีในข้อความเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2021 (พ.ศ. 2564)

ข้อความเหล่านี้ถูกเปิดเผยโดยวุฒิสมาชิกแรนด์ พอล (Rand Paul) จากรัฐเคนตักกี และรอน จอห์นสัน (Ron Johnson) จากรัฐวิสคอนซิน สังกัดพรรครีพับลิกัน โดยคัดมาจากข้อความกว่า 34,000 ข้อความ และข้อความเสียงอีก 522 รายการ ที่คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของวุฒิสภาได้รับจากโทรศัพท์มือถือของทางราชการที่เฟาซีเคยใช้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตามข้อมูลของวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวมีรายชื่อผู้ติดต่อเพียงสามรายเท่านั้น แต่ "ยังเร็วเกินไป" ที่จะสรุปว่ามีการลบข้อมูลใด ๆ ออกไปหรือไม่
ก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน พอลได้ส่งเรื่องให้ดำเนินคดีกับเฟาซี จากกรณีที่อดีตหัวหน้า NIAID ปฏิเสธที่จะให้การต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ
เมื่อถูกถามว่าได้หารือเรื่องการดำเนินคดีนี้กับอัยการสูงสุด ท็อดด์ แบลนช์ (Todd Blanche) หรืออัยการเขตกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จีนีน ปีร์โร (Jeanine Pirro) หรือไม่ ประธานาธิบดีทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า "ผมยังไม่ได้พูดคุยกับพวกเขาเรื่องนั้นเลย"
เฟาซีใช้สิทธิตามบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญข้อที่ห้า (Fifth Amendment) เพื่อปฏิเสธไม่ให้การในระหว่างการไต่สวนเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม เกี่ยวกับการรับมือโรคระบาดโควิด-19 และงานวิจัยที่เรียกว่า "gain of function" ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหรัฐฯ
พอลยังกล่าวหาเฟาซีและทีมงานว่าอาจมีการลบบันทึกของทางราชการที่อาจสำคัญต่อการสืบหาต้นตอของโควิด-19
หลังการไต่สวน พอลและจอห์นสันประกาศว่าได้รับสำเนานิติวิทยาศาสตร์จากโทรศัพท์ของทางราชการของเฟาซีมาตรวจสอบ และระบุว่าอีเมลที่พบก่อนหน้านี้แสดงหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับสูงของสหรัฐฯ เคยขอให้ลบบันทึกบางส่วน
หนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงเหล่านั้นคือ ดร.ทอม ชิมาบุคุโระ (Tom Shimabukuro) อดีตผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยการสร้างภูมิคุ้มกันของ CDC ซึ่งจอห์นสันกล่าวหาว่าเคยลบอีเมลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนโควิด
"เราเชิญแอนโทนี เฟาซี มาให้สัมภาษณ์แบบมีการถอดเทปแล้ว" จอห์นสันกล่าวในรายการ "America Reports" ทางช่องฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) เมื่อวันจันทร์ "เขาเคยบอกว่าเขาไม่กลัวการตรวจสอบของสภาคองเกรส เขาบอกว่าพร้อมพูดคุยกับคณะกรรมาธิการตรวจสอบใด ๆ ก็ตาม เพราะไม่มีอะไรต้องปิดบัง เราก็เลยจะให้โอกาสนั้นกับเขา"
"พูดตรง ๆ" จอห์นสันเสริม "เขาเป็นคนเดียวที่จะตอบคำถามพวกนี้ได้ ดังนั้นเราจะให้โอกาสเขาอีกครั้ง เราเชิญเขาแล้ว ทนายความของเขาก็ติดต่อเรามาแล้ว ถ้าพวกเขาไม่จัดการเรื่องนี้ด้วยความสมัครใจ ผมจะออกหมายเรียกตัวเขา"
tag:#AnthonyFauci #วัคซีนโควิด #COVID19 #สหรัฐฯ #RandPaul #RonJohnson #สาธารณสุข #DonaldTrump #การเมืองสหรัฐฯ #WorldNews #FarangThai