โลกร้อนคุกคามนาขั้นบันไดมรดกโลกยูเนสโกของฟิลิปปินส์
เมื่อแสงแรกของวันสาดส่อง หมู่บ้านบาตัดในจังหวัดอีฟูเกา ประเทศฟิลิปปินส์ เริ่มตื่นขึ้นท่ามกลางหน้าผาสูงตระหง่านที่โอบล้อมนาขั้นบันไดรูปทรงคล้ายอัฒจันทร์ ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก (UNESCO)
อาปู เพ็นเน็ง ผู้อาวุโสชาวอีฟูเกาที่เป็นเจ้าของผืนนาผืนใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน เดินอย่างมั่นใจไปตามทางแคบและชันในชุมชนที่ตั้งอยู่บนความสูง 1,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล
เขาสวมผ้าเตี่ยว ผ้าคลุมไหล่ และเครื่องประดับศีรษะแบบดั้งเดิม เพื่อร่วมพิธี "ทานิก" (Tanig) พิธีกรรมยามเช้าก่อนเริ่มการเก็บเกี่ยว ที่ลานบ้านใกล้แถวกระท่อม ผู้หญิงในหมู่บ้านหลายสิบคนมารวมตัวกันสำหรับขบวน "บูลโลกัน จิ มุนโบโตห์" (Bullogan chi Munbotoh) ซึ่งเป็นขบวนแห่ไปยังจุดเก็บเกี่ยว
ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้า นาขั้นบันไดอายุนับร้อยปีก็ปรากฏให้เห็นเต็มตา ราวกับไหลลงมาจากฟากฟ้า ต้นข้าวพันธุ์ติเนาวน (Tinawon) ที่เปียกน้ำค้างจากสายฝนเมื่อคืนก่อน ระยิบระยับราวกับก้อนทองคำที่รอการเก็บเกี่ยว
แต่ท่ามกลางความงดงามนั้น กลับมีร่องรอยของดินและก้อนหินที่ถล่มลงมากลางผืนนา

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซูเปอร์ไต้ฝุ่นฝุงหว่อง (Fung-wong) ก่อให้เกิดดินถล่มจนมีผู้เสียชีวิต 2 คน และทำลายคลองชลประทานเก่าแก่นับร้อยปีที่ใช้ส่งน้ำเข้านา พื้นที่นาเสียหายราว 2.2 เฮกตาร์ (5.4 เอเคอร์) กระทบเกษตรกรกว่า 150 ราย
"มันคือครั้งที่เลวร้ายที่สุดที่เราเคยเจอ" อาปู เพ็นเน็ง กล่าวอย่างสงบ พลางชี้ไปยังผืนดินที่ถูกทำลายป่าเหนือนาขั้นบันได มองจากระยะไกลราวกับถูกฟาดด้วยใบมีดยักษ์
ซากปรักหักพังกลายเป็นเครื่องเตือนใจชาวบ้านถึงความรุนแรงของสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
บาตัดเคยเผชิญดินถล่มมาแล้วในปี 2011, 2023 และ 2025 (พ.ศ. 2554, 2566 และ 2568) และด้วยภัยคุกคามใหม่จากปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" (Super El Nino) ที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นและก่อให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วและฝนตกหนักผิดปกติ ชาวอีฟูเกาต่างวิตกว่าความเสียหายจะเกิดซ้ำอีก

ทั่วโลก ราว 80% ของแหล่งมรดกโลกยูเนสโกกำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะโลกร้อน ตามผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Nature เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 (พ.ศ. 2568)
ผลการศึกษาระบุว่าแหล่งมรดกโลกในประเทศรายได้ต่ำและปานกลางได้รับการสนับสนุนด้านการอนุรักษ์น้อยที่สุด ทำให้เปราะบางต่อสภาพภูมิอากาศรุนแรงยิ่งขึ้น โดยในเขตมรสุมเขตร้อน สภาพเหล่านี้รวมถึงคลื่นความร้อนทำลายสถิติ ภัยแล้งยืดเยื้อ และฝนที่เทลงมาอย่างฉับพลัน ไม่ต่างจากที่เกิดขึ้นกับบาตัดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025
"โลกร้อนกำลังซ้ำเติมสถานการณ์หน้างานให้เลวร้ายลงจริงๆ" มาร์ลอน มาร์ติน (Marlon Martin) ทนายความและหัวหน้าองค์กรอนุรักษ์นาขั้นบันไดอีฟูเกา หรือ SITMO กล่าว
มาร์ตินอธิบายว่า เพื่อให้นาขั้นบันไดคงสภาพมั่นคง ดินต้องรักษาความชื้นในระดับหนึ่งตลอดทั้งปี แต่เพราะช่วงแล้งที่เกิดถี่ขึ้น ทำให้ดินแตกร้าวลึก เสี่ยงต่อการกัดเซาะมากขึ้น
"เมื่อฝนตกลงมาอย่างฉับพลัน น้ำจะซึมเข้าไปตามรอยแตกเร็วเกินไป จนเกิดการกัดเซาะ" และอาจถึงขั้นดินถล่ม เขาเตือนว่าซูเปอร์เอลนีโญมีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก

สตีฟ บักไก (Steve Baccay) หัวหน้าสำนักงานเกษตรและสิ่งแวดล้อมประจำจังหวัดอีฟูเกา ระบุว่าต้องใช้เงินราว 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับงานฟื้นฟูในบาตัดหลังเหตุดินถล่มเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
นับแต่เกิดภัยพิบัติ ชาวบ้านบาตัดรวมตัวกันหลายครั้งเพื่อทำงานอาสาสมัครที่เรียกว่า "บาชัง" (bachang) เพื่อซ่อมแซมคลองชลประทานที่พังเสียหาย
กระทรวงสวัสดิการสังคมและแรงงานยังให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินด้านอาหารและเงินสดแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ แต่ความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากรัฐบาลกลางคงต้องรอถึงปีงบประมาณหน้า
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องใหม่ และมาร์ตินบอกว่าชาวอีฟูเกาปรับตัวรับมือมานานหลายศตวรรษด้วยเทคนิควิศวกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อปกป้องนาขั้นบันได แต่หากบาตัดจะต้องรับมือกับสภาพอากาศที่รุนแรงและถี่ขึ้นเรื่อยๆ ก็จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง

สำหรับเฮ็ปโปกและครอบครัว นาขั้นบันไดไม่ใช่แค่แหล่งทำมาหากิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์และวิถีชีวิต การจัดเทศกาลเก็บเกี่ยวข้าวประจำปีคือวิธีที่เขาให้เกียรติบรรพบุรุษ และย้ำ "คำสาบานศักดิ์สิทธิ์" ที่จะอนุรักษ์นาขั้นบันไดไว้ให้คนรุ่นหลัง
ในพิธีทานิกก่อนเก็บเกี่ยว เฮ็ปโปกเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดพร้อมกับอาปู เพ็นเน็ง ขณะที่อาปู บูยา นาดยุก (Apu Buy-a Nadyug) นักบวชประจำเผ่าที่ชาวบ้านเรียกว่า "มุมบากี" (Mumbaki) นำพิธีกรรม รวมถึงการรินและดื่มไวน์ข้าวสด

นั่งคุกเข่าอยู่ข้างรูปแกะสลักไม้คู่ที่เรียกว่า "บูลุล" (Bulul) ซึ่งเป็นตัวแทนของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวอีฟูเกา อาปู บูยา นาดยุก วัยแปดสิบกว่าปี สวดบทกลอนขอพรและความคุ้มครองสำหรับการเก็บเกี่ยว
ด้วยความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสอีกคน อาปู เพ็นเน็ง นำการเชือดไก่เพื่อบูชาบรรพบุรุษและวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของชาวอีฟูเกา
ในช่วงท้ายของพิธีกรรมที่กินเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงนี้ มุมบากี อาปู บูยา นาดยุก ตรวจดูไส้ไก่ และประกาศว่าปีนี้จะเป็นอีกปีแห่ง "การเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์"
จากนั้นอาปู เพ็นเน็ง และเฮ็ปโปก นำการตีฆ้องเพื่อเฉลิมฉลองและเปิดฉากการเก็บเกี่ยวอันแสนรื่นเริง

ชั่วขณะหนึ่ง ความกังวลของชาวบาตัดถูกกลบด้วยเสียงฆ้องที่ดังกึกก้อง สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
อาปู เพ็นเน็ง เดินต่อไปยังผืนนาของตัวเองเพื่อเก็บเกี่ยว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของชุมชน สีหน้าของเขายังคงเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจขณะมองไปยังทิวทัศน์รอบด้านของบาตัด
จากระยะไกล ยอดเขาอามูยาโอ (Mount Amuyao) สูง 2,702 เมตร ยอดเขาสูงอันดับ 10 ของประเทศ ตั้งตระหง่านเหนือบาตัด ราวกับเฝ้าปกป้องจากภัยธรรมชาติ
"เราจะผ่านมันไปให้ได้" อาปู เพ็นเน็ง กล่าว

tag:#ฟิลิปปินส์ #นาขั้นบันได #UNESCO #โลกร้อน #อีฟูเกา #ดินถล่ม #เอลนีโญ #มรดกโลก #เกษตรกร #WorldNews #FarangThai