เรือขนส่งสินค้าถูก 'วัตถุปริศนา' โจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ
หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษ UKMTO (United Kingdom Maritime Trade Operations) เปิดเผยเมื่อเช้าวันอังคารว่า เรือขนส่งสินค้าลำหนึ่งถูก "วัตถุปริศนา" โจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) นอกชายฝั่งโอมาน (Oman) โดยยังไม่มีรายละเอียดเรื่องความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาค หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ระบุเมื่อวันจันทร์ว่าการเจรจากับอิหร่าน (Iran) ยังคงดำเนินต่อไป แม้ฝ่ายเตหะรานจะปฏิเสธ พร้อมเตือนว่านี่คือ "โอกาสสุดท้ายก่อนถูกตัดหัว" ของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้
เรือขนส่งสินค้าลำดังกล่าวยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ โดยรายงานว่า "ถูกวัตถุปริศนาโจมตี" ขณะนี้ทางการกำลังสอบสวนหาสาเหตุ UKMTO ระบุว่าเหตุเกิดห่างจากเมืองอัลคาซับ (Al Khasab) ของโอมานไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 20 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 37 กิโลเมตร
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ และเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่อิหร่านเคยขู่จะปิดกั้นหลายครั้งในอดีตท่ามกลางความขัดแย้งกับชาติตะวันตก
สำหรับความเคลื่อนไหวสำคัญเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ระบุว่าตัดสินใจระงับคำสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ตามคำร้องขอของชาติพันธมิตรในอ่าวอาหรับ ได้แก่ กาตาร์ (Qatar) ซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates)
ด้านอิสราเอล (Israel) ได้แจ้งความกังวลต่อสหรัฐฯ เกี่ยวกับแผนสันติภาพในฉนวนกาซา (Gaza) ที่ทรัมป์ยกย่องว่าเป็นความสำเร็จ หลังกลุ่มฮามาส (Hamas) ประกาศว่าตกลงเรื่องการปลดอาวุธแล้ว โดยสำนักงานของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลนี้เมื่อวันจันทร์
ขณะเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศอิหร่านออกมาปฏิเสธว่าขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาใด ๆ กับสหรัฐฯ แต่ยอมรับว่ามีการพูดคุยกับโอมานในประเด็นการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซและความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงเปราะบาง โดยทุกฝ่ายจับตาดูว่าเหตุการณ์เรือถูกโจมตีล่าสุดจะส่งผลต่อทิศทางการเจรจาและเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างไรต่อไป
tag:#StraitOfHormuz #อิหร่าน #Iran #DonaldTrump #สหรัฐฯ #Oman #ตะวันออกกลาง #ความมั่นคงทางทะเล #น้ำมัน #Gaza #WorldNews #FarangThai