"แพ้เนื้อสัตว์เพราะโดนเห็บกัด" รู้จัก "อัลฟา-กัล ซินโดรม" ภัยเงียบที่กำลังพบมากขึ้น
"แพ้เนื้อสัตว์เพราะโดนเห็บกัด" รู้จัก "อัลฟา-กัล ซินโดรม" ภัยเงียบที่กำลังพบมากขึ้น
หลายคนรู้ว่าเห็บเป็นพาหะนำโรคร้าย แต่ยังมีอีกภัยที่คนรู้จักน้อยกว่า นั่นคือ "อัลฟา-กัล ซินโดรม" อาการแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ถูกกระตุ้นจากการถูกเห็บกัด ผู้ป่วยอาจมีผื่นลมพิษ ท้องเสีย และคันหลังกินเนื้อหรือผลิตภัณฑ์นมแม้เพียงเล็กน้อย โรคนี้กำลังพบมากขึ้นเรื่อย ๆ และล่าสุดมียาตัวแรกที่ได้รับอนุมัติให้ใช้รักษาแล้ว
โรคนี้คืออะไรและเกิดจากอะไร
ต่างจากโรคจากเห็บอื่น ๆ ที่เกิดจากแบคทีเรียหรือไวรัส อัลฟา-กัล ซินโดรม เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองแบบภูมิแพ้ต่อน้ำตาลชนิดหนึ่งที่ชื่อ "อัลฟา-กัล" (alpha-gal)
น้ำตาลชนิดนี้พบในเนื้อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่ แต่ไม่พบในมนุษย์หรือสัตว์ตระกูลไพรเมต และยังพบในน้ำลายของเห็บบางชนิดด้วย ปกติแล้วการกินน้ำตาลนี้เข้าไปไม่เป็นอันตราย แต่เมื่อเห็บกัดทะลุผิวหนัง มันจะนำน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง กระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีที่เรียนรู้ที่จะจดจำและโจมตีน้ำตาลอัลฟา-กัล
ดร. สก็อตต์ คอมมินส์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา อธิบายว่า "ผิวหนังเป็นช่องทางที่ดีเยี่ยมในการสร้างปฏิกิริยาภูมิแพ้ ถ้าทุกอย่างเกิดผ่านการกินอย่างที่เรากินสเต็กหรือบาร์บีคิว เราคงไม่แพ้" ทั้งนี้ ผู้ที่สร้างแอนติบอดีแล้วมักมีอาการแพ้รุนแรงไม่กี่ชั่วโมงหลังกินเนื้อหรือนม แต่กว่าอาการจะปรากฏอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน และมักรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ทำไมจึงพบผู้ป่วยมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะทั้งบุคลากรการแพทย์และประชาชนตื่นตัวและรู้จักโรคนี้มากขึ้น แต่จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นยังสะท้อนการขยายถิ่นที่อยู่ของ "เห็บโลนสตาร์" (lone star tick) ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของโรคนี้ในสหรัฐฯ เดิมพบมากในภาคตะวันออกและภาคใต้ แต่ปัจจุบันถูกพบในพื้นที่ใหม่ ๆ รวมถึงแถบเกรตเลกส์และไกลไปทางเหนือถึงรัฐแมสซาชูเซตส์
นักวิจัยยังกังวลว่าเห็บชนิดอื่นอาจแพร่โรคนี้เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ ผลศึกษาปี 2023 ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ประเมินว่ามีชาวอเมริกันราว 450,000 คนที่อาจเป็นโรคนี้
เมื่อไรควรไปตรวจ และตรวจอย่างไร
ผู้ป่วยมักไปพบแพทย์หลังมีอาการน่ากังวล เช่น ผื่นลมพิษ เวียนศีรษะ หายใจลำบาก ริมฝีปาก คอ ลิ้น หรือเปลือกตาบวม บางรายอาจมีแค่อาการทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
การวินิจฉัยอาศัยทั้งผลตรวจเลือดหาแอนติบอดี อาการ และประวัติของผู้ป่วย เช่น เคยถูกแมลงกัดเร็ว ๆ นี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผลตรวจเลือดเพียงอย่างเดียวเชื่อถือไม่ได้เต็มร้อย เพราะบางคนที่ผลเป็นบวกก็ไม่ได้เป็นโรคจริง และผลตรวจอาจผิดพลาดได้ ดร. คอมมินส์ ย้ำว่าต้องดูอาการจริงประกอบด้วยเสมอ เพราะวงการภูมิแพ้มีปัญหาเรื่องผลบวกลวงค่อนข้างมาก
อาหารอะไรที่ต้องเลี่ยง
แพทย์มักแนะนำให้ผู้ป่วยเลี่ยงเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ และเนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ บางคนยังกินผลิตภัณฑ์นมอย่างนม ชีส เนยได้ ส่วนผู้ที่แพ้รุนแรงมากอาจต้องเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมจากสัตว์ เช่น เจลาติน ที่พบในมาร์ชเมลโลว์และเยลลีกัมมี่ นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายยังต้องระวังอุปกรณ์การแพทย์บางชนิด เช่น ลิ้นหัวใจเทียมที่ทำจากชิ้นส่วนวัวหรือหมู
ข่าวดีคือ "เนื้อสัตว์" ยังพอกินได้ในบางกรณี เช่น เนื้อไก่ ไก่งวง และไข่ ปลอดภัยทั้งหมด ส่วนอาหารทะเลก็ไม่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังมีข้อยกเว้นหายากคือ เนื้อจากหมูที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้ไม่ผลิตอัลฟา-กัล (เรียกว่าหมู "GalSafe") ซึ่งได้รับอนุมัติจาก FDA ตั้งแต่ปี 2020
เป็นแล้วหายได้ไหม และรักษาอย่างไร
ในบางคนอาการแพ้สามารถจางหายไปได้หลังผ่านไปหลายปี ดร. คอมมินส์ พบว่าเกิดขึ้นกับผู้ป่วยราว 15-20% แต่สิ่งสำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกเห็บกัดซ้ำ
ด้านการรักษา ในปี 2024 FDA อนุมัติยาฉีดชื่อ "โซแลร์" (Xolair) สำหรับอาการแพ้อาหารหลายชนิด รวมถึงอัลฟา-กัล ซินโดรม แม้ยานี้จะไม่ทำให้โรคหายขาด แต่ช่วยลดความรุนแรงของอาการแพ้เมื่อเผลอรับเนื้อสัตว์เข้าไป ยาตัวนี้ถูกอนุมัติครั้งแรกเมื่อกว่า 20 ปีก่อนสำหรับผู้ป่วยหอบหืดที่ควบคุมยาก โดยทำงานด้วยการลดการหลั่งสารเคมีที่ก่อการอักเสบและปฏิกิริยาภูมิแพ้ ทั้งนี้ นักวิจัยยังหวังจะศึกษายาตัวอื่นเพิ่มเป็นทางเลือกในอนาคต
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- อัลฟา-กัล ซินโดรม คืออาการแพ้เนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เกิดจากการถูกเห็บกัด ไม่ใช่ติดเชื้อ
- ต้นเหตุหลักในสหรัฐฯ คือ "เห็บโลนสตาร์" ที่ขยายถิ่นกว้างขึ้น
- อาการ: ผื่นลมพิษ ท้องเสีย คัน หายใจลำบาก ปาก/คอ/ลิ้นบวม มักเกิดไม่กี่ชั่วโมงหลังกิน
- ต้องเลี่ยง: เนื้อวัว หมู แกะ และบางคนต้องเลี่ยงนมและเจลาติน
- กินได้: ไก่ ไก่งวง ไข่ และอาหารทะเล
- ราว 450,000 คนในสหรัฐฯ อาจเป็นโรคนี้ (CDC ปี 2023)
- ยาตัวแรกที่อนุมัติคือ "โซแลร์" (Xolair) ช่วยลดความรุนแรงแต่ไม่หายขาด
ที่มา : AP