โศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ครอบครัวเหยื่อต้องยืนยันศพคนรักเองในโรงเก็บศพชั่วคราว

โศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ครอบครัวเหยื่อต้องยืนยันศพคนรักเองในโรงเก็บศพชั่วคราว

โศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ครอบครัวเหยื่อต้องยืนยันศพคนรักเองในโรงเก็บศพชั่วคราว

แผ่นดินไหวคู่ที่เขย่าเวเนซุเอลาทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 2,600 ราย จนระบบสาธารณสุขและการจัดการศพในพื้นที่ลาไกวราล่มสลาย เจ้าหน้าที่จำต้องดัดแปลงโกดังท่าเรือให้กลายเป็นโรงเก็บศพชั่วคราว ครอบครัวผู้สูญเสียนับสิบต้องรอคอยหลายชั่วโมงกลางแดดจ้า เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์คนที่ตนรักด้วยตัวเอง ท่ามกลางความเจ็บปวดและความหวาดหวั่น

ฉากซ้ำ ๆ ที่โรงเก็บศพชั่วคราว

ที่ "ลอส ซิโลส" (Los Silos) โกดังเก็บสินค้าของท่าเรือในเมืองลาไกวรา ซึ่งถูกเปลี่ยนสภาพเป็นโรงเก็บศพเฉพาะกิจ ภาพเดิม ๆ เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ครอบครัวจำนวนมากที่ใช้เวลาหลายวันตระเวนตามหาคนหายทั้งในโรงพยาบาล ศูนย์พักพิง และซากปรักหักพัง ต้องมานั่งรอต่ออีกหลายชั่วโมงเพียงเพื่อยืนยันการเสียชีวิต

เก้าวันหลังเกิดแผ่นดินไหว โครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่แทบไม่เหลือ ศพจำนวนมากจึงถูกนำไปวางไว้กลางแจ้งหรือในเต็นท์ชั่วคราว เจ้าหน้าที่ติดอาวุธจากกองทัพโบลิวาร์คอยควบคุมการเข้าออกสถานที่ ขณะที่ในบริเวณนั้นเงียบงัน ไม่มีใครพูดจา บางคนนั่งเหม่อลอย บางคนก้มดูโทรศัพท์

"ฉันกลัวสิ่งที่จะได้เห็นข้างใน แต่มันเป็นทางเดียวที่จะยุติความทรมานนี้" หญิงคนหนึ่งกล่าวก่อนเดินผ่านประตูเข้าไป เธอตามหาหลานชายมาเกือบสัปดาห์ "ฉันหาเขาทุกที่แล้ว ทั้งในตึก ในโรงพยาบาล ถามทุกคนแล้ว แต่ไม่มีใครรู้อะไรเลย"

กระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์อันแสนทรมาน

ภายในอาคาร กลิ่นศพเน่าเป็นสิ่งแรกที่โจมตีประสาทสัมผัส หลายคนเอามือปิดปาก บางคนสวมหน้ากากผ้าซึ่งช่วยได้เพียงเล็กน้อย ไม่กี่นาทีต่อมาหลายคนก็เริ่มชินและหยุดแสดงปฏิกิริยา ศพหลายร้อยศพถูกห่อด้วยถุงพลาสติกวางเรียงกันตากแดด เรียงตามลำดับเวลาที่กู้ร่างขึ้นมา ท่ามกลางอากาศร้อนจัด การเน่าเปื่อยจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ครอบครัวต้องเลือกหนึ่งในสองทาง คนที่คิดว่าจะจดจำคนรักได้จากเสื้อผ้าจะถูกพาไปยังอีกโซนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ต้องไปเผชิญกับจอโทรทัศน์สองจอ ที่ฉายภาพศพกว่า 1,000 ภาพวนไปอย่างไม่รู้จบ หลายภาพบวมพอง ผิวคล้ำ หรือมีบาดแผล ทำให้ยากต่อการจดจำ

ครอบครัวต้องเพ่งหาร่องรอยใด ๆ ที่อาจช่วยระบุตัวคนที่ตนรัก ไม่ว่าจะเป็นรอยสัก กำไล เสื้อผ้า หรือสิ่งของจากบ้าน เจ้าหน้าที่สองคนคอยเลื่อนภาพบนไอแพดและซูมเข้าไปที่ฟัน รอยสัก หรือแผลเป็น ในมุมหนึ่งหญิงคนหนึ่งร้องไห้โฮเมื่อจำลูกชายได้จากผ้าห่มเปื้อนฝุ่น ขณะที่ผู้หญิงแปลกหน้าอีกคนเข้ามาโอบกอดปลอบใจ

เสียงจากผู้สูญเสีย

ลิเลียนา กอนซาเลซ วัย 60 ปี ชาวเมืองกาเทีย ลา มาร์ เดิมทีมาตามหาป้า แต่กลับพบว่าต้องยืนยันศพหลานชายวัย 37 ปีจากรอยสักแทน "มันเหมือนหนังสยองขวัญ" เธอกล่าว "เขาไม่มีอยู่ในรายชื่อ ฉันต้องมานั่งดูภาพเอง... ฉันเคยเห็นตอนแม่ฉันตาย แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกันเลย"

โมเดสตา อาเลมัน วัย 56 ปี เดินทางจากเมืองการายากามาตามหามาติลเด พี่สาว ซึ่งอาศัยอยู่ในย่านปลายากรันเด หนึ่งในพื้นที่ที่เสียหายหนักที่สุด "พวกเขาบอกเราว่าไม่มีผู้รอดชีวิต" เธอเล่า พร้อมเสริมว่าอาสาสมัครได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากในอาคาร "แต่ไม่มีใครช่วยพวกเขาออกมาได้" โมเดสตาเลือกที่จะไม่เข้าไปในโรงเก็บศพ ปล่อยให้ญาติคนอื่นจัดการแทน เพราะบางที การไม่เห็นอาจดีกว่า

เจสสิกา โซโต วัย 42 ปี นั่งรออยู่หน้าทางเข้าลอส ซิโลส มาสองวัน เพื่อรอรับร่างลูกสาววัย 15 ปีและหลานสาววัย 3 ขวบ ที่ติดอยู่ในอพาร์ตเมนต์หลังแผ่นดินไหว ร่างทั้งสองเพิ่งถูกกู้ขึ้นมาเมื่อวันอังคาร เกือบหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง "พวกเขาให้เรารอแล้วรออีก ทั้งเอกสาร ทั้งรถบรรทุก ไม่รู้อะไรอีกสารพัด" เธอกล่าว "ศพถูกวางในโลงตากแดดมาตั้งแต่เมื่อวาน ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากรอและวางใจในพระเจ้า"

ขั้นตอนที่ยืดเยื้อ

กระบวนการทั้งหมดอาจกินเวลาหลายชั่วโมง เมื่อระบุตัวศพได้แล้ว จะมีการเก็บลายนิ้วมือหากทำได้ ก่อนนำร่างใส่โลง แล้วจึงเริ่มดำเนินเอกสารมรณบัตร ซึ่งเป็นเอกสารจำเป็นให้สถานประกอบการจัดงานศพมารับร่างไปได้ ที่ปลายด้านหนึ่งของสถานที่มีเต็นท์ให้บริการฌาปนกิจฟรี ส่วนอีกด้านผู้เชี่ยวชาญนิติเวชใช้บันทึกทางทันตกรรมช่วยพิสูจน์อัตลักษณ์ศพที่จดจำได้ยาก

ลิเลียนาเล่าว่าเธอตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่าต้องพิสูจน์ศพหลานด้วยตัวคนเดียว "แต่เมื่อเห็นฉันเป็นแบบนั้น เจ้าหน้าที่สองคนก็พาฉันไปหาร่างเขา ช่วยฉันเพื่อไม่ให้ทรมานมากเกินไป ขอบคุณพระเจ้า เพราะในยามแบบนั้น การได้รู้สึกถึงมือของใครสักคนมันดีจริง ๆ" อย่างไรก็ตาม ป้าของเธอยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง และเธอหวั่นว่าอาจต้องกลับมาที่โรงเก็บศพอีกครั้งเพื่อผ่านกระบวนการทั้งหมดนี้ซ้ำอีก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวคู่ในเวเนซุเอลาทะลุ 2,600 ราย
  • โกดังท่าเรือ "ลอส ซิโลส" ในเมืองลาไกวราถูกดัดแปลงเป็นโรงเก็บศพชั่วคราว
  • ระบบในพื้นที่ล่มจนต้องวางศพกลางแจ้งและในเต็นท์ ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนที่เร่งการเน่าเปื่อย
  • ครอบครัวต้องพิสูจน์อัตลักษณ์ผ่านภาพศพกว่า 1,000 ภาพที่ฉายวนบนจอโทรทัศน์
  • ผู้เชี่ยวชาญใช้รอยสัก เสื้อผ้า และบันทึกทางทันตกรรมช่วยระบุตัวเหยื่อ

tag:#แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา #เวเนซุเอลา #ลาไกวรา #ภัยพิบัติ #โรงเก็บศพ #Venezuela #VenezuelaEarthquake #LaGuaira #Earthquake #Disaster

Source: BBC

อ่านเพิ่มเติม

พบกับชาวคิวบาที่ติดค้างอยู่ในเม็กซิโก จากแคมเปญเนรเทศของโดนัลด์ ทรัมป์

ข่าวรอบโลก

พบกับชาวคิวบาที่ติดค้างอยู่ในเม็กซิโก จากแคมเปญเนรเทศของโดนัลด์ ทรัมป์

ปาเลงเก เม็กซิโก – ในบ้านมืดครึ้มที่ซ่อนตัวอยู่ในถนนตันทางตอนใต้ของเม็กซิโก ชายชาวคิวบาสามคนใช้เวลาแต่ละวันดูหนังฮอลลีวูด เล่นโดมิโน และรวบรวมเงินเหรียญเพื่อซื้ออาหาร ริการ์โด สคัล เดลกาโด (Ricardo Scull Delgado), เออร์เนสโต เปเรซ แชปแมน (Ernesto Perez Chapman) และลาซาโร

By Gossip Girl!!!
รัฐสภาฝรั่งเศสเตรียมผ่านร่างกฎหมายอนุญาตการช่วยเหลือให้ตายอย่างสงบ

ข่าวรอบโลก

รัฐสภาฝรั่งเศสเตรียมผ่านร่างกฎหมายอนุญาตการช่วยเหลือให้ตายอย่างสงบ

ปารีส (AP) — สภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศสเตรียมผ่านร่างกฎหมายขั้นสุดท้ายในวันพุธนี้ ซึ่งจะให้สิทธิ์ผู้ใหญ่ที่ป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่หายได้รับยาให้ตายอย่างสงบ นับเป็นจุดสิ้นสุดของการถกเถียงเรื่องการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายมานานหลายปี สภาล่างคาดว่าจะอนุมัติมาตรการนี

By Gossip Girl!!!
ชาวซีเรียมองแง่ดีแต่ยังระมัดระวัง หลังการยกเลิกคว่ำบาตรจุดความหวังทางเศรษฐกิจ

ข่าวรอบโลก

ชาวซีเรียมองแง่ดีแต่ยังระมัดระวัง หลังการยกเลิกคว่ำบาตรจุดความหวังทางเศรษฐกิจ

ดามัสกัส ซีเรีย – สำหรับชาวซีเรียหลายคน หลายทศวรรษภายใต้การปกครองของตระกูลอัล-อัสซาด ตั้งแต่ฮาเฟซ อัล-อัสซาด (Hafez al-Assad) ระหว่างปี 1971-2000 จนถึงบุตรชาย บาชาร์ (Bashar) ระหว่างปี 2000-2024 เต็มไปด้วยการกดขี่จากรัฐ และในที่สุดก็นำไปสู่สงครามกลางเมืองนานกว่าทศวรรษ แต่หนึ่งในมรดกที่สำคั

By Gossip Girl!!!
ทรัมป์พบนายกฯ อิรักที่ทำเนียบขาว ให้คำมั่น 'ข้อตกลงมากมาย'

ข่าวรอบโลก

ทรัมป์พบนายกฯ อิรักที่ทำเนียบขาว ให้คำมั่น 'ข้อตกลงมากมาย'

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีอิรัก อาลี อัล-ไซดี (Ali al-Zaidi) พบกันที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยผู้นำทั้งสองให้คำมั่นจะกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของอิรัก การประชุมเมื่อวั

By Gossip Girl!!!