ทำไมอังกฤษเผชิญวิกฤตเรือนจำ ท่ามกลางศึกปล่อยตัวฆาตกรฆ่าตำรวจ

ทำไมอังกฤษเผชิญวิกฤตเรือนจำ ท่ามกลางศึกปล่อยตัวฆาตกรฆ่าตำรวจ

นักโทษที่ฆ่าตำรวจแอนดรูว์ ฮาร์เปอร์ (Andrew Harper) เกือบมีสิทธิ์เข้าโครงการปล่อยตัวก่อนกำหนด ขณะที่ระบบเรือนจำของอังกฤษกำลังเข้าใกล้จุดล่มสลาย

แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ตกอยู่ในศึกโต้เถียงเรื่องโครงการปล่อยตัวนักโทษก่อนกำหนด ซึ่งมีเป้าหมายลดความแออัดในเรือนจำของอังกฤษและเวลส์ ประเด็นนี้จุดกระแสความโกรธแค้นในหมู่ประชาชน หลังมีการเปิดเผยว่าฆาตกรสองในสามคนที่สังหารตำรวจฮาร์เปอร์อาจได้รับประโยชน์จากแผนดังกล่าว

ภายใต้พระราชบัญญัติการลงโทษปี 2026 (Sentencing Act 2026) ซึ่งผ่านสภาในสมัยเคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) อดีตนายกรัฐมนตรี นักโทษในอังกฤษและเวลส์ที่รับโทษจำคุกแบบกำหนดระยะเวลาแน่นอนจะได้รับการปล่อยตัวเร็วที่สุดตั้งแต่รับโทษไปเพียงหนึ่งในสามของกำหนดโทษ เพื่อคลายความแออัด โดยโครงการนี้มีกำหนดเริ่มในเดือนตุลาคมปีนี้

ระบบเรือนจำในสกอตแลนด์และไอร์แลนด์เหนือมีอำนาจบริหารแยกต่างหาก แต่ในอังกฤษและเวลส์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมส่วนกลาง

เบิร์นแฮมพูดอะไรเกี่ยวกับเรือนจำนับตั้งแต่ขึ้นเป็นนายกฯ

เบิร์นแฮมซึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนก่อน หลังสตาร์เมอร์ถูกขับพ้นตำแหน่งเพียงสองปีหลังชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลาย ได้สั่งระงับโครงการปล่อยตัวก่อนกำหนดเพื่อทบทวน หลังเกิดกระแสต่อต้านจากประชาชนเมื่อทราบว่านักโทษคดีข่มขืนและล่วงละเมิดเด็กบางรายอาจได้รับการปล่อยตัว ครอบครัวของตำรวจฮาร์เปอร์ผู้ล่วงลับซึ่งถูกสังหารเมื่อปี 2019 (พ.ศ. 2562) ก็ออกมาประท้วงเช่นกัน

ฮาร์เปอร์เสียชีวิตหลังถูกรถที่ฆาตกรทั้งสองคนขับหลบหนีจากเหตุลักทรัพย์ลากไปตามถนน ทั้งสองถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา

หลังการทบทวนดังกล่าว เบิร์นแฮมประกาศเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมว่า พระราชบัญญัติการลงโทษจะไม่ครอบคลุมผู้กระทำผิดฐานข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศเด็กขั้นรุนแรง และความผิดฐานล่อลวงเด็กอีกต่อไป ทำให้จำนวนนักโทษที่เข้าเกณฑ์ปล่อยตัวก่อนกำหนดลดลงเหลือประมาณ 5,000 คน จากเดิมที่คาดว่าจะมี 6,000 คน อย่างไรก็ตาม ข้อยกเว้นดังกล่าวไม่รวมถึงผู้ที่ถูกตัดสินว่าฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา รวมถึงข้อหาอื่น ๆ

เบิร์นแฮมยังเลื่อนวันเริ่มโครงการออกไปหนึ่งเดือนเป็นเดือนตุลาคม และประกาศเพิ่มการควบคุมดูแลผู้ที่ได้รับการปล่อยตัว พร้อมทั้งเพิ่มการสนับสนุนผู้เสียหาย

หากเพิ่มข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาเข้าไปในรายการข้อยกเว้นเพื่อสกัดการปล่อยตัวฆาตกรของตำรวจฮาร์เปอร์ จะทำให้มีนักโทษราว 1,000 คนถูกระงับสิทธิ์ปล่อยตัวก่อนกำหนดไปด้วย ตามการประเมินของสื่ออังกฤษ

แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้เพิ่มข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาต่อเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเข้าในรายการข้อยกเว้น แต่ข้อหานี้ไม่ใช่ความผิดที่มีกำหนดไว้เฉพาะ และรัฐบาลระบุว่าการแก้ไขในลักษณะนี้ไม่สามารถทำได้ตามกฎหมาย

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าระบบเรือนจำของอังกฤษกำลังใกล้ล่มสลาย เนื่องจากมีอัตราการคุมขังสูงที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปตะวันตก และรัฐบาลชุดต่าง ๆ ต้องดิ้นรนหาทางออกที่ไม่เป็นที่นิยมมาโดยตลอดเพื่อคลี่คลายวิกฤตนี้

เบิร์นแฮมให้คำมั่นว่าจะรับฟังข้อกังวลต่าง ๆ แต่ท้ายที่สุดยืนยันว่าจะเดินหน้านโยบายนี้ต่อไป "ผมกำลังทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้" เขาเขียนบนแพลตฟอร์ม X "แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดทุกคนถูกปล่อยตัวก่อนกำหนด โดยไม่ทำให้ระบบเรือนจำล่มสลาย"

เกิดอะไรขึ้นกับตำรวจแอนดรูว์ ฮาร์เปอร์

ตำรวจฮาร์เปอร์ วัย 28 ปี จากวอลลิงฟอร์ด มณฑลออกซ์ฟอร์ดเชียร์ เสียชีวิตเมื่อปี 2019 (พ.ศ. 2562) เพียงสี่สัปดาห์หลังแต่งงาน ขณะกำลังไปตอบสนองรายงานเหตุลักทรัพย์ เมื่อวัยรุ่นสามคนหลบหนีจากที่เกิดเหตุขโมยรถควอดไบก์ในมณฑลเบิร์กเชียร์ ข้อเท้าของเขาติดอยู่ในบ่วงเชือกลากท้ายรถที่ใช้หลบหนี และถูกลากไปตามถนนในชนบทเป็นระยะทางกว่า 1.8 กม. จนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงแก่ชีวิต

อัลเบิร์ต โบเวอร์ส (Albert Bowers) และเจสซี โคล (Jessie Cole) สองในฆาตกรที่ถูกตัดสินว่าฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ถูกพิพากษาจำคุก 13 ปีเมื่อปี 2020 (พ.ศ. 2563) ตามกฎเกณฑ์ปกติ ทั้งคู่ต้องรับโทษอย่างน้อยสองในสามของกำหนดโทษก่อนจึงจะพิจารณาปล่อยตัวได้

แต่ภายใต้โครงการใหม่ ทั้งสองจะมีสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวในเดือนมิถุนายน 2027 (พ.ศ. 2570) ซึ่งเพิ่งผ่านไปเพียงครึ่งหนึ่งของกำหนดโทษเท่านั้น

ส่วนฆาตกรคนที่สาม เฮนรี ลอง (Henry Long) ได้รับโทษจำคุกนานกว่า ทำให้คดีของเขาต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการทัณฑ์บนก่อนจะได้รับการปล่อยตัว

ลิสซี ฮาร์เปอร์ (Lissie Harper) ภรรยาม่ายของตำรวจฮาร์เปอร์ เรียกร้องให้ปฏิเสธการปล่อยตัวโคลและโบเวอร์สก่อนกำหนด ขณะที่คริส บุชเนลล์ (Chris Bushnell) อดีตเจ้าหน้าที่สุนัขตำรวจที่อยู่ในที่เกิดเหตุ บอกกับสื่ออังกฤษว่าเขา "ตัวสั่น" เมื่อทราบว่าฆาตกรของตำรวจฮาร์เปอร์อาจเข้าเกณฑ์โครงการนี้

เด็บบี แอดแลม (Debbie Adlam) มารดาของฮาร์เปอร์ บอกกับบีบีซี (BBC) ว่าเธอรู้สึก "ปั่นป่วนใจ" กับรายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่โคลและโบเวอร์สจะได้รับการปล่อยตัวในปีหน้า

ประชาชนราว 900,000 คนลงชื่อในคำร้องคัดค้านการปล่อยตัวก่อนกำหนดของฆาตกรทั้งสอง และเมื่อวันพุธ ผู้บัญชาการตำรวจ 50 นายร่วมลงนามในจดหมายเรียกร้องให้เบิร์นแฮมใช้ทุกช่องทางตามกฎหมายเพื่อสกัดการปล่อยตัวดังกล่าว

นายกฯ เบิร์นแฮมตอบสนองต่อคดีนี้อย่างไร

แอนดี เบิร์นแฮมเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นให้สกัดการปล่อยตัวฆาตกรของตำรวจฮาร์เปอร์ และมีรายงานว่ากำลังหาทางดำเนินการอย่างจริงจัง

เบิร์นแฮมโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่าเข้าใจถึง "ความเจ็บปวด" ของครอบครัวฮาร์เปอร์อย่างเต็มที่ และระบุว่าโครงการนี้อาจบรรเทาได้ด้วยการเพิ่มพื้นที่เรือนจำในรูปแบบอื่น เช่น การเร่งส่งตัวผู้กระทำผิดชาวต่างชาติกลับประเทศ และปรับเรือนจำหญิงบางแห่งให้รองรับนักโทษชาย

"อย่างไรก็ตาม ผมตระหนักดีว่าแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ ก็ยังจะมีความกังวลจากผู้เสียหายจำนวนมากเกี่ยวกับผู้ที่ยังจะได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดจากความผิดอื่น ๆ" เบิร์นแฮมกล่าวเมื่อวันอังคาร

เขาเสริมว่า "มั่นใจ" ว่าจะสามารถสกัดการปล่อยตัวผู้กระทำผิดร้ายแรงที่สุด รวมถึงฆาตกรของตำรวจฮาร์เปอร์ได้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร

ทำไมอังกฤษถึงเผชิญวิกฤตเรือนจำ

เรือนจำในอังกฤษกำลังเข้าใกล้จุดแตกหัก ผู้เชี่ยวชาญระบุ ขณะที่จำนวนนักโทษยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สถาบันเพื่อการปกครอง (Institute for Government) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองอิสระของอังกฤษ ระบุว่าจำนวนนักโทษเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา แม้อัตราอาชญากรรมจะลดลง ส่วนใหญ่เป็นผลจากการกำหนดโทษจำคุกที่ยาวนานขึ้นและจำนวนผู้ถูกเรียกตัวกลับเข้าเรือนจำหลังปล่อยตัวที่เพิ่มขึ้น

ผลจากปัจจัยเหล่านี้ ทำให้เรือนจำชายในปัจจุบันเต็มถึง 97 เปอร์เซ็นต์ ตามข้อมูลของสถาบันดังกล่าว การสร้างเรือนจำใหม่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันเวลา เนื่องจากการสร้างเรือนจำแห่งใหม่จนเปิดใช้งานได้ใช้เวลาเฉลี่ยถึง 7 ปี และมักประสบความล่าช้า นอกจากนี้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรยังเป็นปัญหาเรื้อรังของเรือนจำอังกฤษมาอย่างยาวนาน

สถาบันดังกล่าวระบุว่าการรณรงค์สาธารณะที่เรียกร้องให้เพิ่มฐานความผิดใหม่หรือเพิ่มโทษจำคุกที่ยาวนานขึ้น ก็มีส่วนทำให้เกิดความแออัดเช่นกัน

เมื่อปี 2020 (พ.ศ. 2563) รัฐบาลพรรคอนุรักษนิยมภายใต้นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) เพิ่มระยะเวลาโทษจำคุกสำหรับความผิดร้ายแรงบางประเภทขึ้นหนึ่งในสาม และในปี 2022 (พ.ศ. 2565) รัฐบาลพรรคอนุรักษนิยมภายใต้นายกรัฐมนตรีริชี ซูนัค (Rishi Sunak) ก็ทำเช่นเดียวกันกับความผิดกลุ่มที่กว้างขึ้น ทั้งที่เรือนจำไม่มีขีดความสามารถเพียงพอรองรับจำนวนที่เพิ่มขึ้น

องค์กรการกุศลอิสระของอังกฤษ Prison Reform Trust ระบุว่าโทษจำคุกที่ยาวนานขึ้นต่อเนื่องหลายปี ผลักดันให้จำนวนนักโทษเข้าใกล้ขีดจำกัดของพื้นที่รองรับ

"วิกฤตในปัจจุบันเป็นผลจากรัฐบาลชุดต่าง ๆ ที่พึ่งพาการจำคุกมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่การเติบโตของจำนวนประชากรแซงหน้าการสร้างพื้นที่เรือนจำใหม่" อเล็กซ์ ฮิวสัน (Alex Hewson) เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายนโยบายและสื่อสารขององค์กรดังกล่าว บอกกับอัลจาซีรา

งานวิจัยขององค์กรพบว่าระหว่างปี 2024-2025 เรือนจำในอังกฤษและเวลส์เกือบสามในสี่ หรือ 72 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในภาวะแออัดเกินขนาด และมีผู้ต้องขังกว่า 21,600 คน หรือหนึ่งในสี่ของประชากรเรือนจำทั้งหมด ถูกคุมขังในสภาพแออัด

องค์กร The Howard League ซึ่งรณรงค์ด้านการปฏิรูปเรือนจำของอังกฤษ ระบุว่าความแออัดที่ผสานกับปัญหาขาดแคลนบุคลากรเรื้อรัง ทำให้เรือนจำไม่สามารถจัดกิจกรรมฟื้นฟูให้ผู้ต้องขังทุกคนได้ ส่งผลให้คนจำนวนมากถูกขังอยู่ในห้องขังที่แออัดนานถึง 23 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่มีอะไรทำ เพิ่มความเสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเอง ความรุนแรง และการกระทำผิดซ้ำ

รัฐบาลเบิร์นแฮมทำอะไรอยู่บ้าง

ภายใต้พระราชบัญญัติการลงโทษปี 2026 นักโทษที่รับโทษจำคุกมาตรฐานราว 5,000 คนจะเข้าเกณฑ์ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดที่ตั้งไว้เดิม

ตามกฎใหม่ นักโทษที่ทำความผิดไม่ร้ายแรงซึ่งเดิมต้องรับโทษ 40 หรือ 50 เปอร์เซ็นต์ของกำหนดโทษ จะมีสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวหลังรับโทษไปเพียงหนึ่งในสาม ส่วนกลุ่มที่สองซึ่งเดิมต้องรับโทษสองในสามก่อนปล่อยตัว จะได้รับการปล่อยตัวหลังรับโทษไปครึ่งหนึ่ง

การได้รับการปล่อยตัวไม่ได้หมายความว่าโทษจะสิ้นสุดลง ผู้ต้องโทษยังคงต้องรับโทษที่เหลือในชุมชนภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดโดยเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ และอาจถูกเรียกตัวกลับเข้าเรือนจำหากละเมิดเงื่อนไขเหล่านั้น

ฮิวสันจาก Prison Reform Trust ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าจะช่วยลดความต้องการพื้นที่เรือนจำได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

"เมื่อพื้นที่คาดว่าจะหมดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายนถึงพฤศจิกายน) จึงไม่มีทางเลือกง่าย ๆ ที่รอคอยอยู่" เขากล่าวเสริม

"ทางเลือกอื่น เช่น การจัดการกับจำนวนผู้ถูกเรียกตัวกลับที่เพิ่มขึ้น การลดการคุมขังระหว่างพิจารณาคดี หรือการใช้มาตรการทางเลือกในชุมชนแทนการคุมขังให้มากขึ้น ก็อาจช่วยได้ แต่ไม่มีวิธีใดที่จะแก้ปัญหาได้ทันทีในระดับที่จำเป็น" ฮิวสันกล่าวต่อ

"ในระยะยาว ทางออกที่ยั่งยืนเพียงทางเดียวคือระบบยุติธรรมที่สงวนการจำคุกไว้สำหรับคดีร้ายแรงที่สุดเท่านั้น พลิกกลับแนวโน้มการเพิ่มโทษที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ และทำมากขึ้นเพื่อลดการกระทำผิดซ้ำในชุมชน"

Al Jazeera

tag:#UK #เรือนจำ #AndyBurnham #AndrewHarper #อังกฤษ #กฎหมาย #วิกฤตเรือนจำ #ตำรวจ #อาชญากรรม #WorldNews #FarangThai

อ่านเพิ่มเติม

เนปาลเตือนภัยน้ำท่วมซ้ำ ขณะชุมชนยังต่อสู้กับความเสียหายจากภัยพิบัติครั้งก่อน

ข่าวรอบโลก

เนปาลเตือนภัยน้ำท่วมซ้ำ ขณะชุมชนยังต่อสู้กับความเสียหายจากภัยพิบัติครั้งก่อน

ทางการเนปาล (Nepal) ออกเตือนภัยน้ำท่วมระลอกใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ พร้อมขอให้ประชาชนในเขตที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังระดับน้ำในแม่น้ำโบเตโกชี (Bhotekoshi) เพิ่มสูงขึ้น การแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนตลอดช่

By Gossip Girl!!!
เทรกกิ้งคือหัวใจของพื้นที่ภูเขาในเนปาลที่เพิ่งเผชิญน้ำท่วมรุนแรง

ข่าวรอบโลก

เทรกกิ้งคือหัวใจของพื้นที่ภูเขาในเนปาลที่เพิ่งเผชิญน้ำท่วมรุนแรง

เทือกเขาบริเวณชายแดนเนปาล (Nepal)-จีน มีอันตรายแฝงอยู่เสมอ ล่าสุดเห็นได้ชัดจากน้ำท่วมฉับพลันในสัปดาห์นี้ที่เกิดจากธารน้ำแข็งถล่ม คร่าชีวิตผู้คนไปหลายร้อยรายและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง แต่ขณะเดียวกัน เทือกเขาแห่งนี้ก็เป็นแรงดึงดูดสำคั

By Gossip Girl!!!
การแข่งกับเวลาเพื่อไม่ให้อังกฤษขาดแคลนน้ำ

ข่าวรอบโลก

การแข่งกับเวลาเพื่อไม่ให้อังกฤษขาดแคลนน้ำ

หนึ่งค่ำคืนต้นเดือนสิงหาคม โทรศัพท์ของแดเนียล ไซเซอร์ (Daniel Sizer) เกษตรกรรายหนึ่ง ดังขึ้นพร้อมข้อความจากหน่วยงานน้ำในพื้นที่ว่า "ระดับน้ำในแม่น้ำยังต่ำ แต่ฟื้นตัวพอที่จะให้ใช้น้ำรดพืชได้หนึ่งคืนในคืนนี้" เช่นเดี

By Gossip Girl!!!
โจรสลัดโซมาเลียกลับมาระบาดหนัก ผลพวงสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านลามถึงน่านน้ำแอฟริกา

ข่าวรอบโลก

โจรสลัดโซมาเลียกลับมาระบาดหนัก ผลพวงสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านลามถึงน่านน้ำแอฟริกา

การจี้เรือใกล้ชายฝั่งโซมาเลีย (Somalia) กำลังกลับมาเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่อีกครั้ง ซ้ำเติมเส้นทางเดินเรือที่เผชิญแรงกดดันอยู่แล้วจากการปิดล้อมทางทะเลและความขัดแย้งที่ลุกลามมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ (US) กับอิหร่าน (Iran) สัปดาห์ที่ผ่านมา เรือบรรทุกสิ

By Gossip Girl!!!