ทรัมป์เตรียมเสนอชื่อ "ท็อดด์ แบลนช์" นั่งเก้าอี้อัยการสูงสุดสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนเสนอชื่อท็อดด์ แบลนช์ อดีตทนายความส่วนตัวของเขา ให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ หลังจากที่แบลนช์รักษาการในตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิจารณ์ทั้งจากพรรคเดโมแครตและสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วน หลังแบลนช์เผชิญปัญหาใหญ่จากข้อเสนอตั้งกองทุนชดเชยพันธมิตรของทรัมป์ที่ต้องถูกยกเลิกในที่สุด
ทรัมป์ฟันธง — แบลนช์คืออัยการสูงสุดคนต่อไป
เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ประกาศในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ทำเนียบขาวว่า เขาจะยื่นเสนอชื่อท็อดด์ แบลนช์ อย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดี โดยกล่าวกับแขกผู้ร่วมงานอย่างชัดเจนว่า "เราจะทำให้เขาเป็นอัยการสูงสุดถาวร"
แบลนช์เป็นทนายความที่คุ้นเคยกับทรัมป์มาอย่างยาวนาน โดยเคยเป็นหัวหน้าทีมทนายฝ่ายจำเลยในคดีเงินปิดปากที่นิวยอร์ก ซึ่งทำให้เขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทรัมป์เป็นพิเศษ ก่อนถูกดึงเข้ามาเป็นรองอัยการสูงสุด และรับตำแหน่งรักษาการอัยการสูงสุดหลัง แพม บอนดี ถูกปลดออกจากตำแหน่งในเดือนเมษายน
ก้าวแรกในตำแหน่ง — เร่งสร้างความภักดี
นับตั้งแต่รับตำแหน่งรักษาการ แบลนช์เดินหน้าด้วยการเคลื่อนไหวหลายอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีต่อทรัมป์อย่างชัดเจน ทั้งการเร่งสอบสวนบุคคลที่ทรัมป์มองว่าเป็นศัตรูทางการเมือง และการแต่งตั้งโจเซฟ ดีเจโนวา อดีตอัยการวัย 81 ปี ให้กำกับดูแลการสอบสวนกรณีที่กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและหน่วยข่าวกรองสมคบกันทำลายทรัมป์ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมภายใต้การนำของแบลนช์ยังได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับเจมส์ โคมี อดีตผู้อำนวยการเอฟบีไอ เป็นครั้งที่สอง จากกรณีภาพถ่ายเปลือกหอยบนชายหาดที่โพสต์บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตีความว่าเป็นการแสดงออกถึงการคุกคามประธานาธิบดี
"กองทุนต่อต้านการใช้อำนาจมิชอบ" — จุดชนวนวิกฤต
หนึ่งในการกระทำที่ก่อปัญหามากที่สุด คือการประกาศจัดตั้ง "กองทุนต่อต้านการใช้อำนาจมิชอบ" (Anti-Weaponization Fund) มูลค่าเกือบ 1.8 พันล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่าจะนำเงินไปชดเชยให้กับผู้ที่ถูกสอบสวนหรือดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมจากรัฐบาลชุดก่อน
แต่ข้อเสนอนี้จุดชนวนให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านอย่างกว้างขวาง เมื่อปรากฏว่าแบลนช์ไม่ยอมตัดกลุ่มผู้ก่อเหตุบุกรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 ออกจากรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับเงิน ทำให้สมาชิกพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาหลายคนออกมาต่อต้านอย่างแข็งกร้าว เพราะร่างกฎหมายสนับสนุนทุนดังกล่าวเชื่อมโยงกับงบประมาณบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของทรัมป์ สุดท้ายกระทรวงยุติธรรมต้องถอยและยกเลิกแผนดังกล่าวเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทางข้างหน้า — ศึกชิงเสียงวุฒิสภา
แม้ทรัมป์จะประกาศเลือกแบลนช์แล้ว แต่การยืนยันในวุฒิสภาอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากแบลนช์สร้างศัตรูไว้ทั้งฝั่งเดโมแครตที่ตั้งข้อหาว่าเขายังทำตัวเหมือนทนายส่วนตัวของทรัมป์มากกว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นกลาง และยังมีสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนที่ไม่พอใจจากกรณีกองทุนข้างต้นด้วย
แบลนช์เองยืนยันว่าไม่ได้รับแรงกดดันจากทำเนียบขาว และมองว่าสิ่งที่ทำคือการแก้ไขความบิดเบือนที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาลไบเดน
ประเด็นสำคัญในคดีนี้
- แบลนช์ เคยเป็นอัยการของรัฐบาลกลางในนิวยอร์ก ก่อนหันมาเป็นทนายส่วนตัวให้ทรัมป์
- แพม บอนดี ถูกปลดออกจากตำแหน่งอัยการสูงสุดในเดือนเมษายน หลังการดำเนินคดีกับฝ่ายตรงข้ามทรัมป์ล้มเหลว
- กองทุน 1.8 พันล้านดอลลาร์ ถูกยกเลิกหลังเกิดแรงต้านข้ามพรรค
- เจมส์ โคมี ถูกฟ้องร้องครั้งที่สองในสมัยทรัมป์ จากคดีภาพโซเชียลมีเดีย
- แบลนช์ต้องผ่านการลงมติรับรองในวุฒิสภาก่อนจึงจะดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
ที่มา : Associated Press