ไลฟ์การ์ดวัยรุ่นวีรบุรุษ ช่วยเด็กจากคลื่นยักษ์แคลิฟอร์เนีย เผยช่วยคนอื่นอีกในวันเดียวกัน
ครอบครัวของไรเดอร์ วิลเลียมส์ (Ryder Williams) ไลฟ์การ์ดวัย 16 ปี ที่ได้รับคำชื่นชมจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) จากการเสี่ยงชีวิตช่วยเด็กชายวัย 10 ขวบจากคลื่นยักษ์ที่หาดซานตาครูซ (Santa Cruz) เปิดเผยว่าจริง ๆ แล้ววันนั้นเขาช่วยเหลือนักว่ายน้ำคนอื่นเพิ่มอีกหลายคน

ครอบครัวของไรเดอร์บอกว่ากำลังพยายามปกป้องเด็กหนุ่มผู้ถ่อมตัวคนนี้จากความสนใจระดับประเทศที่ถาโถมเข้ามา หลังเหตุการณ์กู้ภัยสุดระทึกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยครอบครัวให้สัมภาษณ์กับ The California Post ว่าไรเดอร์กลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่จุดเฝ้าระวังของเขาแล้วตั้งแต่วันอังคาร
"เขาแค่อยากใช้ชีวิตแบบเด็กปกติ ทำงานหนักในช่วงซัมเมอร์นี้ และรับใช้ปกป้องชุมชนของเขา" เชน วิลเลียมส์ (Shane Williams) พ่อของไรเดอร์กล่าว "ผมภูมิใจในตัวเขามาก เขาเป็นเด็กที่น่าทึ่งมาก"
วีรกรรมของไรเดอร์ไม่ได้จบแค่การช่วยเด็กชายวัย 10 ขวบ คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่กลายเป็นไวรัลยังไปเข้าตาประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย
"เขาช่วยคนอีกสองครั้งหลังจากนั้นในวันเดียวกัน ซึ่งสถานการณ์โหดกว่าเดิมอีก" จอร์จ วิลเลียมส์ (George Williams) ปู่ของไรเดอร์ บอกกับ The Post


ปู่ของเขาเผยว่าตลอดกะทำงานวันเสาร์ ไรเดอร์ช่วยชีวิตคนไปทั้งหมดห้าครั้ง
"เขาสบายดี พวกเรารู้สึกท่วมท้นไปด้วยความรู้สึกมากมาย" พ่อของเขาซึ่งเป็นอดีตนักดับเพลิงวัย 54 ปี กล่าวเสริม "ผมพยายามปกป้องเขา ผมยังมองเขาเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ อยู่เลย"
เหตุการณ์สุดระทึกเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่หาดซีไบรต์ (Seabright Beach) ในซานตาครูซ เมื่อคลื่นแรงดึงเด็กชายวัย 10 ขวบลงไปในกระแสน้ำที่ปั่นป่วน
ท่ามกลางสายตาที่หวาดกลัวของผู้คนบนชายหาด ไรเดอร์กระโดดลงน้ำและฝ่าคลื่นที่ซัดไม่หยุดเพื่อไปถึงตัวเด็กชาย ก่อนจะพาเขากลับขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย
สุดสัปดาห์ที่น่าจดจำของครอบครัวนี้พลิกผันอีกครั้งในวันอังคาร เมื่อทรัมป์ประกาศว่าไรเดอร์จะได้รับ "เกียรติยศพลเรือนขั้นสูง" จากความกล้าหาญของเขา

"เราจะเชิญชายหนุ่มวีรบุรุษคนนี้พร้อมครอบครัวของเขา และอาจจะรวมถึงเด็กชายที่เขาช่วยไว้ด้วย มาที่ทำเนียบขาวเพื่อมอบเกียรติยศพลเรือนขั้นสูงให้ กล้าหาญมาก เขาสมควรได้รับสิ่งนี้" ทรัมป์เขียนบนโซเชียลมีเดีย
พ่อของไรเดอร์บอกว่าครอบครัวยังพยายามทำความเข้าใจกับข่าวประกาศที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้อยู่
"เราเพิ่งได้ยินข่าวนี้ ผมยังทำใจไม่ทันเลย" เชน วิลเลียมส์กล่าว
เมื่อถูกถามว่าครอบครัวจะเดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (Washington DC) หรือไม่ เขาตอบว่า "ยังไม่แน่ใจ"
"ยังไม่มีใครจากทำเนียบขาวติดต่อมาเลย" เขากล่าวเสริม


แม้จะกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งประเทศแบบไม่ทันตั้งตัว แต่วิลเลียมส์บอกว่าลูกชายของเขาอยากกลับไปใช้ชีวิตปกติมากกว่า
ไรเดอร์ซึ่งกำลังจะขึ้นชั้นมัธยมปลายปีที่สามเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว และตอนนี้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่ชายหาดแล้ว
เชน วิลเลียมส์เล่าว่าลูกชายเคยพูดถึงความตั้งใจที่จะเดินตามรอยเท้าของพ่อ
"เขายังเด็กอยู่ แต่ก็คิดอยากจะเข้าสู่งานดับเพลิงในอนาคต" เขากล่าว "ตอนนี้เราค่อย ๆ ทำไปทีละก้าว พยายามตั้งหลักและดูแลให้เขาสบายใจ"
เหตุการณ์กู้ภัยครั้งนี้ทำให้ไรเดอร์ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
"เขามีรอยถลอกที่หน้าผากจากตอนที่จับตัวเด็กไว้แน่น เขาล้มลงบนพื้นทรายและถลอกไปบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไรมาก" วิลเลียมส์กล่าว
ความรู้สึกท่วมท้นทางอารมณ์จากเหตุการณ์นี้ปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อไรเดอร์กลับถึงบ้านหลังปฏิบัติการกู้ภัย
"ตอนที่เขากลับถึงบ้าน เขาบอกผมว่า 'พ่อครับ ผมไม่มีทางปล่อยมือจากเด็กคนนั้นแน่นอน เพราะผมรู้ว่าถ้าปล่อยไปเขาต้องจมน้ำแน่ ๆ และผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น' คำพูดนั้นทำให้ผมน้ำตาซึม" พ่อของเขาเล่าย้อน "มันเป็นช่วงเวลาที่น่าทึ่งมาก"

เชน วิลเลียมส์บอกว่าการกระทำของลูกชายสะท้อนตัวตนที่ใจดีและเอาใจใส่ผู้อื่น ซึ่งเป็นนิสัยของไรเดอร์มาโดยตลอด
"เขาแค่อยากตอบแทนชุมชนที่เขาเติบโตมา" เขากล่าว
ปู่ของไรเดอร์เล่าว่าหลานชายพยายามลดทอนความสนใจที่มีต่อการกระทำของตัวเองอยู่เสมอ
"มันก็เป็นงานประจำวันของเขาแหละ" จอร์จเล่าว่าไรเดอร์บอกกับครอบครัวแบบนั้น "เขาบอกว่า 'นี่แหละคือสิ่งที่ผมทำ'"
"เขาเป็นเด็กที่ดีมาก" จอร์จกล่าวเสริม "พวกเรารักเขาสุดหัวใจ"
tag:#ไลฟ์การ์ด #SantaCruz #DonaldTrump #กู้ภัย #วีรบุรุษ #California #ครอบครัว #ข่าวต่างประเทศ #WhiteHouse #เด็กชาย #FarangThai