หุ้นเอเชียผันผวน น้ำมันขยับขึ้น นักลงทุนจับตาแรงกดดันสหรัฐฯ ต่ออิหร่านและผลประกอบการ Nvidia
หุ้นเอเชียแกว่งตัวผันผวนในวันอังคาร ขณะที่ราคาน้ำมันขยับขึ้นเล็กน้อย นักลงทุนกำลังประเมินแผนของสหรัฐฯ ที่จะ "บีบเศรษฐกิจจนหายใจไม่ออก" ให้กับอิหร่าน (Iran) ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงเจอแรงเทขายต่อเนื่องหลังตลาดวอลล์สตรีทปิดลบอีกวัน และรอลุ้นผลประกอบการของ Nvidia ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิป
สงครามกับเตหะรานเดินเข้าสู่เดือนที่หกแล้ว สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่าทำเนียบขาวกำลังประกาศ "วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ" ต่อสาธารณรัฐอิสลาม พร้อมขู่ว่าจะเล่นงานประเทศที่ยังค้าขายกับอิหร่านด้วย
คำขู่นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ที่ยังชะงักงัน โดยทั้งสองฝ่ายไม่มีทีท่าจะยอมถอย ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นตลอดเดือนสิงหาคม ซึ่งยิ่งจุดกระแสความกังวลเรื่องเงินเฟ้อระยะยาว และสร้างแรงกดดันต่อตลาดพันธบัตร
"เป้าหมายของเราทั่วโลกคือตัดทุกเส้นเลือดทางเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงระบอบเผด็จการนี้ จนกว่าเตหะรานจะโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง" เบสเซนต์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์
"เราจะเอาผิดกับทุกฝ่าย นี่คือการบีบเศรษฐกิจของระบอบนี้ให้หายใจไม่ออก" เขากล่าว พร้อมเสริมว่าประเทศที่ไม่เข้าร่วมมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ จะ "ร่วมชะตากรรม" ความโดดเดี่ยวไปกับอิหร่านด้วย
เบสเซนต์ระบุว่าโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังโทรศัพท์หาผู้นำประเทศต่าง ๆ เพื่อขอให้ยุติความสัมพันธ์กับเตหะราน
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าจะเล็งเป้าคว่ำบาตรภาคสินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือของอิหร่าน
สัญญาซื้อขายน้ำมันหลักทั้งสองตัวร่วงลงมากกว่า 2 เปอร์เซ็นต์เมื่อวันจันทร์ หลังความเห็นของเบสเซนต์ดูเหมือนบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ จะยังไม่ใช้ปฏิบัติการทางทหาร แต่ก็ขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นตลาดเอเชีย
"แคมเปญเศรษฐกิจที่แข็งกร้าวขึ้นเรื่อย ๆ ของเขาต่ออิหร่าน มีเป้าหมายบีบให้เตหะรานเข้าถึงระบบการเงินโลกได้ยากขึ้น ขณะเดียวกันก็รักษาแรงกดดันให้อยู่ในระดับเศรษฐกิจ ไม่ให้ตลาดรีบตีราคาสถานการณ์ยกระดับทางทหารรอบใหม่ทันที" สตีเฟน อินเนส (Stephen Innes) นักกลยุทธ์ระดับโลกจาก Quintex Intel เขียนไว้
"ตอนนี้ดูเหมือนตลาดน้ำมันจะรับสารนั้นไปในทิศทางนั้น ซึ่งก็เป็นการช่วยวอชิงตันไม่น้อย เพราะช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระบบลงได้บ้าง"
กระนั้นหุ้นยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยกลุ่มเทคโนโลยียังคงถูกเทขายหนักที่สุดอีกครั้ง ตามแนวโน้มการร่วงของหุ้นกลุ่มเดียวกันในวอลล์สตรีท
ตลาดหุ้นโซล (Seoul) ที่มีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีสูง ร่วงลงมากกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ในบางช่วง จากการร่วงของหุ้นผู้ผลิตชิปอย่าง SK ไฮนิกซ์ (SK hynix) และซัมซุง (Samsung) ขณะที่ตลาดฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ไทเป และมะนิลาก็ปรับตัวลงเช่นกัน
ส่วนตลาดโตเกียว ซิดนีย์ สิงคโปร์ และเวลลิงตัน ปรับตัวขึ้น
ผลประกอบการที่นักลงทุนรอคอยของ Nvidia ซึ่งกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของกระแสบูมด้าน AI กำลังจะประกาศออกมาในไม่ช้า ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่ยังซบเซา
หลังทุ่มเงินมหาศาลลงทุนด้าน AI มาตลอดสองปีที่ผ่านมา ตลาดเริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าบริษัทเหล่านี้จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้จริงหรือไม่
นักวิเคราะห์เตือนว่าแม้ตัวเลขจะออกมาดีกว่าคาดการณ์ ก็อาจยังไม่เพียงพอในบางครั้ง
ชารู ชานานา (Charu Chanana) จาก Saxo Markets กล่าวว่า "นักลงทุนไม่ได้ถามแค่ว่า Nvidia จะทำผลงานได้ดีอีกไตรมาสหรือไม่ แต่กำลังถามว่าจะสร้างผลตอบแทนที่มากพอจะคุ้มกับความคาดหวังที่สูงอยู่แล้วได้หรือเปล่า โดยเฉพาะเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังอยู่ในระดับสูง"
นักลงทุนยังจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ ด้วย รวมถึง Salesforce และ Marvell
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือการประชุมประจำปีของบรรดาผู้ว่าการธนาคารกลาง นักเศรษฐศาสตร์ และผู้นำด้านการเงินที่แจ็กสันโฮล (Jackson Hole) รัฐไวโอมิงในสัปดาห์นี้ ซึ่งเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) มีกำหนดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์
คำพูดของเขาจะถูกจับตาวิเคราะห์เพื่อหาสัญญาณด้านนโยบายการเงิน ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังคงสูงดื้อรั้น หลังเบสเซนต์ระบุว่ากระทรวงการคลังจะซื้อพันธบัตรของตัวเองคืนเพิ่มเติม เพื่อกดต้นทุนการกู้ยืมลง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี
ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หลังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันจันทร์ จากที่ทรัมป์ประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากประเทศเพื่อนบ้านเป็นสองเท่า จุดชนวนสงครามการค้าให้ลุกลามขึ้น
คำขู่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังทั้งสองประเทศเจรจาไม่สำเร็จเมื่อวันศุกร์ที่จะหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีนำเข้าใหม่ 50 เปอร์เซ็นต์ต่อสินค้าแคนาดาบางรายการ โดยภาษีดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันเสาร์ และรัฐบาลออตตาวาก็วางแผนตอบโต้ไว้แล้ว
ตัวเลขสำคัญ ณ เวลาประมาณ 09:30 น. ตามเวลาประเทศไทย
โตเกียว - ดัชนีนิกเกอิ 225: บวก 0.1 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 65,598.68 จุด (ช่วงพักการซื้อขาย)
ฮ่องกง - ดัชนีฮั่งเส็ง: ลบ 0.3 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 25,452.91 จุด
เซี่ยงไฮ้ - ดัชนีคอมโพสิต: ลบ 0.1 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 3,876.42 จุด
ดอลลาร์/เยน: ขยับขึ้นอยู่ที่ 159.21 เยน จาก 159.15 เยนเมื่อวันจันทร์
ยูโร/ดอลลาร์: ขยับขึ้นอยู่ที่ 1.1666 ดอลลาร์ จาก 1.1663 ดอลลาร์
ปอนด์/ดอลลาร์: ขยับขึ้นอยู่ที่ 1.3637 ดอลลาร์ จาก 1.3629 ดอลลาร์
ยูโร/ปอนด์: ลดลงอยู่ที่ 85.55 เพนซ์ จาก 85.57 เพนซ์
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI): บวก 0.7 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 85.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
น้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือ: บวก 0.5 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 92.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นิวยอร์ก - ดัชนีดาวโจนส์: บวก 0.3 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 53,417.16 จุด (ปิดตลาด)
ลอนดอน - ดัชนี FTSE 100: บวก 0.4 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 10,854.32 จุด (ปิดตลาด)
tag:#ตลาดหุ้น #อิหร่าน #น้ำมัน #Nvidia #DonaldTrump #เศรษฐกิจ #เอเชีย #มาตรการคว่ำบาตร #ข่าวเศรษฐกิจ #WorldNews #FarangThai