มาตรการคว่ำบาตรอียูไม่ทำให้ผู้ตั้งถิ่นฐานอิสราเอลหวั่น — กลับยกเป็น 'เหรียญเกียรติยศ'
สหภาพยุโรปประกาศคว่ำบาตรกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานและบุคคลสำคัญหลายคนในเวสต์แบงก์ แต่ฝ่ายที่ถูกลงโทษกลับเรียกมาตรการนั้นว่า "เหรียญเกียรติยศ" นักวิเคราะห์ชี้ว่าการคว่ำบาตรไม่สามารถยับยั้งการขยายนิคมหรือหยุดคลื่นความรุนแรงที่ลุกลามต่อชาวปาเลสไตน์ได้ เพราะรัฐบาลอิสราเอลเองก็มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและปกป้องผู้ก่อเหตุ
คว่ำบาตรไม่เท่ากับยับยั้ง
เมื่อสหภาพยุโรปประกาศมาตรการคว่ำบาตรรอบล่าสุดต่อองค์กรและผู้นำกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลยึดครอง ปฏิกิริยาจากผู้ถูกลงโทษไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวัง
เรกาวิม (Regavim) กลุ่มนักล็อบบี้ที่ก่อตั้งโดยรัฐมนตรีคลังเบซาเลล สโมทริช (Bezalel Smotrich) ส่วนหนึ่ง ออกมาต้อนรับมาตรการดังกล่าวในฐานะ "เหรียญเกียรติยศ" ดาเนียลลา ไวส์ (Daniella Weiss) ผู้นำขบวนการนาชาลา (Nachala) ซึ่งจัดการประชุมที่ชายแดนกาซาเพื่อหารือแผนขยายนิคมเข้าไปในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง ก็เรียกมาตรการนี้ว่า "น่าขัน" และ "ไม่มีสาระ"
ในรอบนี้ อียูคว่ำบาตรสี่องค์กรและสามบุคคล ได้แก่ เรกาวิมและผู้อำนวยการ เมียร์ ดอยช์ (Meir Deutsch) ไวส์ และสมาคมอามานา (Amana) ซึ่งให้การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์และการเงินแก่นิคมในเวสต์แบงก์
แม้แต่ระดับรัฐมนตรีก็ถูกลงโทษ สโมทริชถูกสหราชอาณาจักร แคนาดา และประเทศพันธมิตรหลายชาติคว่ำบาตร ด้วยข้อกล่าวหาว่าสนับสนุนหรือเอื้อให้เกิดความรุนแรงในเวสต์แบงก์
นักวิเคราะห์ชี้ว่ามาตรการเหล่านี้ไม่น่าจะสร้างผลกระทบจริงจัง เพราะแทบไม่มีผู้นำกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานสายแข็งคนไหนมีแผนจะไปพักร้อนที่ปารีสหรือลอนดอนอยู่แล้ว แต่กลับอาจยิ่งเพิ่มชื่อเสียงและความนิยมให้ผู้ถูกลงโทษในแวดวงภายในประเทศอิสราเอลด้วยซ้ำ
ความรุนแรงที่ฝังรากลึก
ในมุมมองของนักเคลื่อนไหวและผู้สังเกตการณ์หลายคนที่พูดคุยกับอัลจาซีรา การที่อียูมุ่งเป้าไปที่ "การละเมิด" ของกลุ่มและบุคคลนั้นไม่ได้สะท้อนขนาดที่แท้จริงของปัญหา
นับตั้งแต่การโจมตีของฮามาสเมื่อเดือนตุลาคม 2566 สหประชาชาติและองค์กรสิทธิมนุษยชนบันทึกรูปแบบการโจมตีของผู้ตั้งถิ่นฐานที่มีระบบและประสานงานกันในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเนินเขาทางใต้เฮบรอน (South Hebron Hills) ที่ผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านอย่างซูสิยาและอุมม์ อัล-คาอีร์ถูกฆ่าหรือบาดเจ็บสาหัส หรือหมู่บ้านรอบนาบลัสและรามัลเลาะห์ที่บ้านเรือน ยานพาหนะ และสวนมะกอกถูกเผาในการบุกโจมตีช่วงกลางคืน รวมถึงชุมชนเบดูอินในหุบเขาจอร์แดนที่ถูกบังคับให้อพยพออกจากพื้นที่
ทาห์ซีน อาลายัน (Tahseen Alayan) รองผู้อำนวยการองค์กรสิทธิมนุษยชนอัล-ฮัก (Al-Haq) บอกกับอัลจาซีราว่า สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างมากนับตั้งแต่ตุลาคม 2566 "ตอนนี้พวกเขากล้าบุกเข้ามาถึงใจกลางหมู่บ้านที่มีประชากรหนาแน่น พวกเขารู้สึกว่าทำได้อย่างปลอดภัย ถ้าคุณซื้อแกะ พวกเขาก็จะขโมย ถ้าคุณสร้างบ้าน พวกเขาก็จะทำลาย ถ้าคุณซื้อรถ พวกเขาก็จะเผา"
ตัวเลขสะสมนับตั้งแต่ตุลาคม 2566 สะท้อนความรุนแรงในระดับที่น่าตกใจ — กองกำลังอิสราเอลและผู้ตั้งถิ่นฐานถูกกล่าวหาว่าฆ่าคนไปประมาณ 1,168 คนในเวสต์แบงก์ บาดเจ็บอีกกว่า 12,666 คน ขับไล่ประชาชนออกจากบ้านกว่า 33,000 คน และกักขังชาวปาเลสไตน์เกือบ 23,000 คน โดยหลายคนไม่มีข้อหา
รัฐเป็นหุ้นส่วน ไม่ใช่แค่ผู้สังเกตการณ์
ตัวอย่างของการที่รัฐบาลอิสราเอลมีส่วนพัวพันกับการบุกรุกของผู้ตั้งถิ่นฐานไม่ยากนักที่จะหา
ชัดเจนที่สุดคือการที่บุคคลจากขบวนการผู้ตั้งถิ่นฐานหรือผู้ที่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวดำรงตำแหน่งระดับรัฐมนตรี ทั้งอิตามาร์ เบน-กวีร์ (Itamar Ben-Gvir) และสโมทริช ซึ่งคนหลังเกิดในนิคมผิดกฎหมายบนที่ราบสูงโกลัน
อิสราเอลประกาศแผนสร้างนิคม E1 ที่จะเชื่อมเยรูซาเลมตะวันออกที่ถูกยึดครองกับกลุ่มนิคมมาอาเล อดูมิม (Maale Adumim) ตามแผนของสโมทริช หากสำเร็จ โอกาสในการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์และกาซาจะปิดตายอย่างถาวร
ชัย พาร์นส์ (Shai Parnes) จากกลุ่มสิทธิมนุษยชนอิสราเอล บีตเซเลม (B'Tselem) บอกกับอัลจาซีราว่าการขาดแรงกดดันจากนานาชาติยิ่งทำให้พันธมิตรระหว่างรัฐกับกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานแน่นแฟ้นขึ้น "ระบอบอิสราเอลคือระบอบแบ่งแยก ที่ตั้งอยู่บนความเหนือกว่าของชาวยิวและการเลือกปฏิบัติต่อชาวปาเลสไตน์"
อุดมการณ์ที่ขับเคลื่อนความรุนแรง
ดาเนียล บาร์-ทัล (Daniel Bar-Tal) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟด้านจิตวิทยาสังคม-การเมือง อธิบายว่าผู้ตั้งถิ่นฐานกลุ่มหนึ่งเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าเวสต์แบงก์เป็น "คำสั่งของพระเจ้า" และดินแดนนั้นต้องได้มาด้วยวิธีการเดียวกับที่โยชูวา (Yehoshua) ทำเมื่อสามพันปีก่อน — ด้วยดาบ
เยฮูดา เชนฮาฟ-ชาห์ราบานี (Yehouda Shenhav-Shahrabani) นักสังคมวิทยาชั้นนำของอิสราเอล อธิบายว่าอุดมการณ์ความเหนือกว่าทางชาติพันธุ์ที่ไหลเวียนจากปัจเจกบุคคลไปสู่กลุ่ม ไปสู่รัฐ และวนกลับมา เป็นเหมือน "วงปิด" เมื่อนำมาผสมกับสังคมที่ถูกทหาร์นิยมสูง ความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์จึงเกือบเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
"บางคนเชื่อว่าพวกเขาอยู่ในเวสต์แบงก์เพราะพระเจ้าบอกว่าเป็นของพวกเขา บางคนอยู่เพราะจนเกินกว่าจะอยู่ที่ไหนได้ แต่ก็ถูกบอกว่าตนเองเหนือกว่าอยู่ดี สองในสามของเวลา คนเหล่านี้เป็นทหาร พวกเขาพกปืนตลอดเวลา"
ประเด็นสำคัญ
- อียูคว่ำบาตรสี่องค์กรและสามบุคคลจากขบวนการผู้ตั้งถิ่นฐานอิสราเอล
- ผู้ถูกลงโทษเรียกมาตรการนี้ว่า "เหรียญเกียรติยศ" — ไม่มีสัญญาณว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรม
- นับตั้งแต่ตุลาคม 2566 มีผู้เสียชีวิตราว 1,168 คนในเวสต์แบงก์ บาดเจ็บกว่า 12,666 คน
- สโมทริชและเบน-กวีร์ในรัฐบาลสะท้อนการสนับสนุนของรัฐต่อขบวนการผู้ตั้งถิ่นฐาน
- แผน E1 หากสำเร็จจะทำให้ความเป็นไปได้ของรัฐปาเลสไตน์สิ้นสุดลงในทางปฏิบัติ
- ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ามาตรการที่ไม่แตะโครงสร้างของรัฐและอุดมการณ์จะไม่สามารถหยุดความรุนแรงได้
ที่มา : Al Jazeera