กมธ.วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติเอาผิด 'เฟาชี' ฐานหมิ่นสภาคองเกรส ส่งเรื่องตรงถึง DOJ
คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติเมื่อวันพฤหัสบดีให้เอาผิด ดร.แอนโทนี เฟาชี (Anthony Fauci) ฐานหมิ่นสภาคองเกรส หลังเขาปฏิเสธตอบคำถามระหว่างการให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยกรรมาธิการเสียงข้างมากมองว่าเฟาชีใช้สิทธิตามบทแก้ไขที่ 5 ของรัฐธรรมนูญโดยไม่เหมาะสม
"การเอาผิดฐานหมิ่นสภาต่อพยานเป็นเรื่องร้ายแรงและควรเกิดขึ้นได้ยาก" วุฒิสมาชิกแรนด์ พอล (Rand Paul) ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวก่อนการประชุมวันพฤหัสบดี "แต่อำนาจนี้มีไว้เพื่อสถานการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ"
คณะกรรมาธิการที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากลงมติ 8 ต่อ 5 เห็นชอบข้อมติเอาผิดเฟาชี โดยเดโมแครตทุกคนคัดค้าน และอีกสองเสียงคัดค้านผ่านระบบมอบฉันทะ แม้ขั้นตอนปกติหลังจากนี้จะต้องนำเข้าสู่การลงมติในสภาวุฒิสภาเต็มคณะ แต่พอลบอกกับ CBS News ว่าเขาตั้งใจจะส่งข้อมตินี้ตรงไปยังกระทรวงยุติธรรมในรูปแบบการส่งเรื่องต่อ (referral) เลยทีเดียว
ผู้ช่วยรัฐสภารายหนึ่งเปิดเผยกับ CBS News ในเวลาต่อมาว่า ได้ส่งเรื่องดังกล่าวถึงกระทรวงยุติธรรมแล้ว

ฝั่งทนายความของเฟาชี เดวิด เชิร์ตเลอร์ (David Schertler) ระบุว่าการลงมตินี้เป็น "การเล่นเกมการเมืองแบบหยาบคายเพื่อลงโทษ ดร.เฟาชี ที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญของตัวเอง"
"ข้อมติวันนี้คือความต่อเนื่องของการล้างแค้นส่วนตัวที่วุฒิสมาชิกพอลมีต่อ ดร.เฟาชี ผู้ทำงานด้านสาธารณสุขมานานถึง 50 ปีและช่วยชีวิตคนไว้นับไม่ถ้วน" เชิร์ตเลอร์กล่าวในแถลงการณ์ "เป็นเรื่องน่าละอายและผิดที่วุฒิสมาชิกพอลใช้อำนาจในทางที่ผิดเพื่อดึงกระทรวงยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือเล่นงานข้าราชการที่ทำงานอย่างมีเกียรติคนหนึ่ง"
เมื่อสัปดาห์ก่อน เฟาชีใช้สิทธิตามบทแก้ไขที่ 5 ปฏิเสธตอบทุกคำถามที่คณะกรรมาธิการซักถาม ในการไต่สวนที่เขาถูกออกหมายเรียกให้เข้าให้ปากคำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนต้นตอของโรคโควิด-19
ก่อนการไต่สวนดังกล่าว พอล วุฒิสมาชิกรีพับลิกันจากรัฐเคนทักกีที่กล่าวหาเฟาชีมาหลายปีว่าให้ข้อมูลบิดเบือนต่อสาธารณะเรื่องต้นตอของการระบาด ได้เปิดเผยบันทึกส่วนตัวของเฟาชีมากกว่า 1,000 หน้า จากช่วงที่เขาเป็นผู้นำการรับมือโควิด-19 ของรัฐบาล เฟาชีอ้างถึงการเปิดเผยครั้งนี้ในแถลงการณ์เปิดของเขาต่อคณะกรรมาธิการ โดยระบุว่าพอลมี "ความหมกมุ่นอย่างชัดเจนที่จะเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผม"
"ข้อสรุปเดียวที่ผมนึกออกคือ เหตุผลเดียวที่เขาเรียกผมมาให้การต่อคณะกรรมาธิการนี้ ก็เพื่อให้ผมพูดอะไรสักอย่างที่จะพิสูจน์คำมั่นสัญญาต่อสาธารณะซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเขาว่าสุดท้ายผมจะต้อง 'ติดคุก' ตามคำพูดของเขาเอง" เฟาชีกล่าวถึงพอล
แม้บทแก้ไขที่ 5 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ให้สิทธิประชาชนไม่ต้องให้การที่เป็นโทษต่อตัวเอง แต่พอลแย้งว่าเฟาชีไม่ควรใช้สิทธินี้ได้ เพราะได้รับการอภัยโทษจากประธานาธิบดีไบเดนคุ้มครองจากการถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว ขณะที่ทนายความของเฟาชีบอกกับ CBS News เมื่อสัปดาห์ก่อนว่าเฟาชีมี "หลักกฎหมายที่มั่นคง" ในการใช้สิทธินี้ แต่พอลยืนยันว่ายังเป็นประเด็นกฎหมายที่ยังไม่มีข้อยุติ
ก่อนการลงมติวันพฤหัสบดี พอลย้ำว่าคณะกรรมาธิการไม่ได้ลงมติเรื่องความคิดเห็นหรือนโยบายของเฟาชี แต่เป็นคำถามที่ว่า "พยานที่ได้รับประโยชน์จากการอภัยโทษระดับสหพันธรัฐแบบเหมารวม จะสามารถถูกคณะกรรมาธิการนี้สั่งให้ตอบคำถาม แล้วฝ่าฝืนคำสั่งนั้นโดยไม่ต้องรับผลอะไรเลยได้หรือไม่"
"เรามีคำถามเดียวเท่านั้น คือจะเอาผิดพยานที่หมิ่นสภาคองเกรสหรือไม่" พอลกล่าว "พยานมีโอกาสมากมายที่จะตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนของเรา แต่เขาเลือกที่จะปฏิเสธถึง 111 ครั้ง"
ระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี ฝ่ายเดโมแครตพยายามหลายครั้งที่จะเลื่อนหรือระงับการลงมติ แต่ถูกเสียงข้างมากของฝ่ายรีพับลิกันสกัดกั้นไว้ทุกครั้ง
วุฒิสมาชิกแกรี ปีเตอร์ส (Gary Peters) จากรัฐมิชิแกน เดโมแครตอาวุโสสุดในคณะกรรมาธิการ ออกมาคัดค้านข้อมติก่อนการลงมติ โดยเรียกร้องให้สมาชิกคัดค้าน พร้อมระบุว่าข้อมตินี้เสี่ยงทำลายความน่าเชื่อถือของคณะกรรมาธิการ เพื่อสนองสิ่งที่เขาเรียกว่า "การรณรงค์เล่นงานบุคคลคนเดียวมาหลายปี" ของพอล
"การเอาผิดฐานหมิ่นสภาทางอาญาเป็นเรื่องของการลงโทษ ไม่ได้บังคับให้พยานต้องตอบคำถามหรือส่งเอกสารที่เราต้องการ" ปีเตอร์สกล่าว "สิ่งที่มันจะทำคือสร้างบรรทัดฐานที่เป็นอันตราย ซึ่งพยานในอนาคตจะใช้ต่อต้านการตรวจสอบของสภาคองเกรสอย่างชอบธรรม และบั่นทอนอำนาจของคณะกรรมาธิการนี้ในการเรียกพยานมาให้การ"
รีพับลิกันเร่งส่งเรื่องถึงกระทรวงยุติธรรม
แม้ข้อมติเอาผิดฐานหมิ่นสภาคองเกรสตามปกติจะต้องผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาเต็มคณะหลังผ่านชั้นกรรมาธิการ แต่พอลยืนยันว่าขั้นตอนนี้ไม่จำเป็น
"เราจะส่งเรื่องไปยังกระทรวงยุติธรรมพรุ่งนี้เพื่อไม่ให้ล่าช้า" พอลบอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ "นั่นจะเป็นคำแนะนำจากคณะกรรมาธิการ"
พอลระบุว่าวุฒิสภาเต็มคณะยังสามารถลงมติได้หลังกลับจากช่วงปิดสมัยประชุมเดือนสิงหาคม ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้นำพรรครีพับลิกัน แต่เขายอมรับว่า "อาจจะไม่มีประโยชน์" ที่จะทำเช่นนั้น เมื่อให้ความสำคัญกับคำแนะนำถึงกระทรวงยุติธรรมเป็นหลักแล้ว
การเอาผิดเฟาชีแทบจะแน่นอนว่าไม่มีทางผ่านเกณฑ์ 60 เสียงที่จำเป็นสำหรับผลักดันกฎหมายส่วนใหญ่ในสภาสูง เนื่องจากรีพับลิกันมีเพียง 53 ที่นั่ง จึงต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากเดโมแครต ซึ่งส่วนใหญ่ออกมาปกป้องเฟาชีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ข้อมติดังกล่าวกำหนดให้ประธานวุฒิสภา ซึ่งก็คือรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ (JD Vance) รับรองรายงานที่ระบุถึงการปฏิเสธตอบคำถามของเฟาชี แล้วส่งต่อไปยังอัยการสหรัฐฯ ประจำเขตโคลัมเบีย จีนีน เพียร์โร (Jeanine Pirro) ส่วนจะดำเนินคดีกับเฟาชีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกระทรวงยุติธรรม
ในปี 2021-2022 สภาคองเกรสที่เดโมแครตครองเสียงข้างมากเคยเสนอให้เอาผิดฐานหมิ่นสภาต่อพันธมิตรของโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หลายคน ฐานไม่ยอมปฏิบัติตามหมายเรียกที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเหตุจลาจลที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคม โดยกระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินคดีกับสตีฟ แบนนอน (Steve Bannon) และปีเตอร์ นาวาร์โร (Peter Navarro) ซึ่งทั้งคู่ถูกตัดสินว่ามีความผิดและต้องรับโทษจำคุกหลายเดือน
tag:#แอนโทนีเฟาชี #AnthonyFauci #RandPaul #แรนด์พอล #วุฒิสภาสหรัฐ #DOJ #Covid19 #การเมืองสหรัฐ #สภาคองเกรส #USPolitics #FarangThai