โรมาเนียระเบิดหินใต้แม่น้ำดานูบ ฝ่าวิกฤตร้อน-พลังงานยุโรปตะวันออก
คลื่นความร้อนที่ถล่มยุโรปตะวันตกเมื่อสัปดาห์ก่อนกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันออก ทำให้ยุโรปกลางและยุโรปใต้ต้องเจอกับอุณหภูมิที่พุ่งใกล้ 40 องศาเซลเซียส และเสี่ยงเผชิญวิกฤตพลังงานตามมา
จุดที่น่าจับตาที่สุดคือโรมาเนีย (Romania) ซึ่งกองทัพเรือลงมือระเบิดควบคุมใต้น้ำเพื่อเคลื่อนย้ายก้อนหินขนาดใหญ่ที่ขวางทางน้ำในแม่น้ำดานูบ (Danube) หวังเพิ่มปริมาณน้ำไหลเข้าสู่แม่น้ำดานูบเก่าและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แชร์นาโวเด (Cernavodă) เพื่อช่วยระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้า
ฮังการี (Hungary) ต้องปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของประเทศเกือบทั้งหมดเป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี หลังแม่น้ำดานูบแห้งขอดจนไม่สามารถใช้หล่อเย็นได้อย่างปลอดภัย โรงไฟฟ้าปักส์ (Paks) ซึ่งผลิตไฟฟ้าสัดส่วนใหญ่ให้ประเทศ คาดว่าจะถูกปิดสนิททั้งหมดภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำดานูบมีแนวโน้มลดลงอีก
ในวันจันทร์ ป้ายโฆษณาดิจิทัลจำนวนมากในฮังการีจะถูกปิดเพื่อประหยัดพลังงาน ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น hvg.hu ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรัดเข็มขัดด้านพลังงานที่รัฐบาลพยายามผลักดันทุกทาง
นายกรัฐมนตรีฮังการี แปแตร์ มาจาร์ (Péter Magyar) เตือนเมื่อวันจันทร์ว่า "ห้าวันที่หนักหน่วงที่สุดกำลังจะมาถึง"

โรมาเนียและเซอร์เบีย (Serbia) ก็รายงานระดับน้ำต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำโดยตรง
ส่วนอุณหภูมิวันนี้ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) และเวียนนา (Vienna) พุ่งสูงถึง 37 องศาเซลเซียส ซาเกร็บ (Zagreb) 36 องศา ติรานา (Tirana) 35 องศา และบูคาเรสต์ (Bucharest) 33 องศา โดยความร้อนระดับนี้คาดว่าจะอยู่ยาวไปอีกถึงห้าวัน ขณะที่ฝั่งยุโรปตะวันตกก็ไม่ได้เย็นกว่ากันเท่าไหร่ กรุงโรม (Rome) ร้อนถึง 36 องศา และปารีส (Paris) 34 องศา
เฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงชนกันกลางอากาศใกล้กรุงเอเธนส์
ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงสองลำชนกันกลางอากาศทางตะวันตกของกรุงเอเธนส์ (Athens) ประเทศกรีซ (Greece) ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจควบคุมไฟป่าขนาดใหญ่ที่ลุกลามเข้าใกล้ชานเมืองหลวง ทำให้ลูกเรือสองคนบนเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งเสียชีวิต

คลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ได้แสดงให้เห็นว่าเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งเสียการควบคุมท่ามกลางลมแรงระดับพายุ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่พัดเปลวไฟเข้าใกล้ชุมชนบริเวณชานเมืองด้านตะวันตกของเอเธนส์
วาซิลิส วาธราโคเจียนนิส (Vassilis Vathrakogiannis) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของหน่วยดับเพลิงกรีซ กล่าวว่า "นักบินทั้งสองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพหมดสติ ก่อนแพทย์ยืนยันการเสียชีวิตในเวลาต่อมา"
นายกรัฐมนตรีกรีซ คีเรียกอส มิตโซตาคิส (Kyriakos Mitsotakis) ระบุว่าผู้เสียชีวิตทั้งสองคนเป็นชาวเดนมาร์กหนึ่งคนและชาวกรีกหนึ่งคน ส่วนลูกเรืออีกสองคนบนเฮลิคอปเตอร์อีกลำได้รับการช่วยเหลือปลอดภัย
แม่น้ำแห้งขอดทั่วยุโรป กระทบขนส่งสินค้าและความมั่นคงพลังงาน
สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่าระดับน้ำที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ในแม่น้ำสายหลักของยุโรปกำลังฉุดรั้งการขนส่งสินค้า ลดกำลังผลิตไฟฟ้า และทำให้ผลประกอบการของหลายบริษัทหดตัว จนเกิดความกังวลว่าอากาศร้อนจัดและฝนที่ตกไม่เป็นฤดูจะฉุดเศรษฐกิจยุโรปให้ทรุดตามไปด้วย

ตั้งแต่ท่าเรือใหญ่อย่างรอตเทอร์ดัม (Rotterdam) ในเนเธอร์แลนด์ ไปจนถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำในเซอร์เบีย เส้นทางน้ำที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งธัญพืชและน้ำมัน รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงที่คนนับล้านต้องการเปิดแอร์คลายร้อน กลับกลายเป็นเส้นทางที่พึ่งพาไม่ได้อีกต่อไป
อเลสซานโดร อาร์เมเนีย (Alessandro Armenia) นักวิเคราะห์พลังงานจากบริษัทข้อมูลสินค้าโภคภัณฑ์เคปเลอร์ (Kpler) กล่าวว่า "นี่ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นแค่ในภูมิภาคเดียวเหมือนที่เคยเห็นในอดีต แต่กระทบไปทั่วทั้งภูมิทัศน์ของยุโรป"
เขากล่าวเสริมว่า "จากสถานการณ์ตอนนี้ มันหมายความว่าเราอาจต้องเจอไฟดับ หรือไม่ก็ต้องลงทุนเพิ่มขึ้นอีกมาก"
ที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำเจียร์ดัป 1 (Djerdap 1) ซึ่งใหญ่ที่สุดในเซอร์เบีย กำลังผลิตไฟฟ้าลดลงเหลือเพียง 20% ของกำลังการผลิตเต็ม ดาวอร์ มัลโยโควิช (Davor Maljoković) ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตของโรงไฟฟ้าบอกกับรอยเตอร์ พร้อมระบุว่าช่องทางเดินเรือที่เคยกว้างข้างโรงไฟฟ้าตอนนี้ตื้นจนโผล่เป็นสันทรายและกรวดหิน
ระดับน้ำที่ต่ำลงยังทำให้ระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้าถ่านหินคอสตอลัซ (Kostolac) ในเซอร์เบียมีปัญหา จนต้องลดกำลังผลิตลง ตามข้อมูลจากการไฟฟ้ารัฐเซอร์เบีย (EPS)
ส่วนบริษัทนูเคลียเรเล็กตริกา (Nuclearelectrica) ผู้ผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ของรัฐโรมาเนีย ก็ต้องปิดเครื่องปฏิกรณ์หนึ่งในสองเครื่องเมื่อต้นสัปดาห์ด้วยเหตุผลเดียวกัน และคาดว่าเครื่องที่สองจะต้องปิดตามในไม่ช้า
โรมาเนียใช้ระเบิดเปิดทางน้ำช่วยหล่อเย็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
กองทัพเรือโรมาเนียลงมือระเบิดควบคุมเพื่อเบี่ยงน้ำปริมาณมากเข้าสู่แม่น้ำดานูบเก่าและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แชร์นาโวเด ช่วยระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้าที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะแล้ง

สื่อโรมาเนีย อาเดวารุล (Adevărul) รายงานว่าปฏิบัติการครั้งนี้ใช้วัตถุระเบิดถึง 180 กิโลกรัม เพื่อเคลื่อนย้ายก้อนหินขนาดใหญ่ที่ขวางทางน้ำอยู่ที่หมู่บ้านอิซโวอาเรเล (Izvoarele)
รัฐมนตรีกลาโหมรักษาการ ราดู มิรูตา (Radu Miruță) ยกย่องปฏิบัติการนี้ว่าประสบความสำเร็จ ระบุว่าจะช่วยทั้งเรื่องการหล่อเย็นโรงไฟฟ้าและการขนส่งทางน้ำในแม่น้ำ
เขายอมรับว่าท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วที่ยังดำเนินต่อไป โรงไฟฟ้าแชร์นาโวเดอาจยังต้องหยุดเดินเครื่องชั่วคราวในบางช่วง แต่ถึงจะได้เดินเครื่องเพิ่มขึ้นแม้แค่วันเดียว ก็คุ้มค่ากว่าต้นทุนของการระเบิดครั้งนี้แล้ว

ที่มาของปฏิบัติการนี้ย้อนไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อโรมาเนียประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศตลอดเดือนสิงหาคม เนื่องจากกำลังผลิตไฟฟ้าลดลงหลังระดับน้ำในแม่น้ำดานูบต่ำสุดเป็นประวัติการณ์จนกระทบการผลิตไฟฟ้า
จุดพีคของคลื่นความร้อนรอบนี้คาดว่าจะอยู่ในวันพุธและพฤหัสบดี โดยอุณหภูมิจะข้ามเข้าสู่ระดับ 40 องศาเซลเซียสต้น ๆ และใกล้เคียงสถิติสูงสุดตลอดกาล
นอกเหนือจากประเด็นคลื่นความร้อนและวิกฤตพลังงาน ยังมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตาคือผลกระทบจากวิกฤตผู้อพยพที่เมืองเซวตา (Ceuta) ดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเอกอัครราชทูตของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU) มีกำหนดประชุมกันในเช้าวันเดียวกันนี้ ก่อนที่รัฐมนตรีมหาดไทยของกลุ่มประเทศสมาชิกจะหารือกันต่อในวันถัดไป
tag:#โรมาเนีย #Danube #ฮังการี #โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ #คลื่นความร้อน #วิกฤตพลังงาน #กรีซ #ไฟป่า #เซอร์เบีย #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #FarangThai