ปวดคอจากการนั่งทำงาน ลองเทคนิคฝึกคอแบบนักแข่ง F1 ที่ใช้ได้กับชาวออฟฟิศ
นักแข่งฟอร์มูลาวันต้องฝึกกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรง เพราะขณะขับเข้าโค้งด้วยความเร็วระดับ 322 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ร่างกายต้องรับแรง G สูงถึง 5 เท่าของแรงโน้มถ่วง ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาบอกว่าหลักการเดียวกันสามารถนำมาใช้กับชาวออฟฟิศที่นั่งหน้าจอนาน ๆ จนปวดคอ ปวดไหล่ ที่เรียกกันว่า “tech neck” หรือ “computer neck” ได้
ทำไมคอของนักแข่ง F1 ถึงต้องแข็งแรงระดับนั้น
ในแต่ละสนามแข่ง ร่างกายของนักแข่งจะถูกแรงเหวี่ยงสะบัดไปมาตลอดเวลา การมีกล้ามเนื้อคอที่แข็งแรงจึงช่วยให้ศีรษะนิ่ง สายตาโฟกัสเส้นทางได้ ไม่เหนื่อยล้าจนพลาดในจังหวะสำคัญ และทุกครั้งที่ทีมเดินทางไปแข่งสนามใหม่ เช่น Miami Grand Prix อุปกรณ์ฝึกคอเฉพาะทางจึงเป็นของที่นักแข่งหลายคนพกติดตัวเสมอ
อันตติ คอนต์ซาส โค้ชสมรรถภาพที่เคยทำงานกับเซบาสเตียน เวทเทล แชมป์ F1 4 สมัย และนักแข่งดาวเด่นอีกหลายคน ระบุกับ AP ว่าคนทั่วไปไม่จำเป็นต้องมีคอแข็งแรงเท่านักแข่ง แต่หลักการพื้นฐานในการฝึกนั้นเหมือนกันคือ “ค่อย ๆ ใส่แรง ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น”
เทคนิคฝึกคอแบบที่ใครก็ทำได้
ดร.นีรู ชยันที แพทย์เวชศาสตร์การกีฬาในแอตแลนตา ระบุว่ากล้ามเนื้อคอเป็นจุดที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่ส่งผลโดยตรงต่ออาการปวดที่เกิดจากการใช้คอม แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟน
ท่าที่ทำได้ง่าย ๆ มีหลายแบบ เช่น
- ท่าแพลงก์ด้านข้าง โดยให้ศีรษะอยู่ในระดับเดียวกับไหล่
- ท่านอนหงายบนเก้าอี้ยาว ให้ศีรษะยื่นออกไปนอกขอบและพยายามเกร็งคอให้อยู่ในแนวระนาบเดียวกับลำตัว ค้างไว้ให้นานเท่าที่ทำได้
นักแข่งระดับ F1 จะเพิ่มความยากด้วยยางยืดต้านแรงหรือสายรัดศีรษะแบบมีน้ำหนักถ่วง
วันละ 10–15 นาที สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ก็พอ
ที่น่าสนใจคือนักแข่ง F1 เองก็ฝึกกล้ามคอแค่ครั้งละ 10–15 นาที สัปดาห์ละ 2–3 ครั้งเท่านั้น ดังนั้นชาวออฟฟิศจึงไม่ต้องกลัวว่าจะใช้เวลานาน
ดร.ชยันที แนะนำว่าคนทำงานนั่งโต๊ะควรเริ่มจากการตระหนักรู้ตำแหน่งของศีรษะตัวเอง ลองทำท่า “เก็บคาง” (chin tuck) เพื่อปรับให้ศีรษะอยู่ในตำแหน่งสมดุลกับกระดูกสันหลัง โดยตั้งเตือนตัวเองทุก 30–60 นาที เพราะหลายคนนั่งโน้มตัวไปข้างหน้านาน 2–4 ชั่วโมง โดยไม่รู้ตัวว่าศีรษะของตัวเองเอนผิดท่ามาตลอด
ผลพลอยได้ที่นอกเหนือจากการลดอาการปวดคอ
นอกจากช่วยลดอาการปวดคอบ่าไหล่ การฝึกคอที่แข็งแรงยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยฟื้นฟูและป้องกันอาการบาดเจ็บจากการกระทบกระเทือนสมอง (concussion) อีกทั้งกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวที่แข็งแรงยังเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีของการลดความเสี่ยงบาดเจ็บในนักกีฬา เช่น เทนนิส
เมื่อแม้แต่นักแข่งหน้าใหม่ก็ยังหลังทรุด
โอลิเวอร์ แบร์แมน นักแข่งสัญชาติอังกฤษวัย 18 ปี ที่เคยถูกเรียกตัวด่วนให้ลงสนาม F1 แทนคาร์ลอส ไซนซ์ จูเนียร์ ของเฟอร์รารีในปี 2024 บอกความรู้สึกหลังลงแข่งจริงครั้งแรกว่า “พังยับ” โดยเฉพาะหลังส่วนล่างและคอ แม้ก่อนหน้านี้เขาจะฟิตจากการแข่งฟอร์มูลา 2 มาแล้วก็ตาม
ทุกวันนี้ความฟิตของนักแข่ง F1 จึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ตั้งแต่ยุคที่มิคาเอล ชูมัคเกอร์เน้นคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งจนคว้าแชมป์ 7 สมัย จนถึงยุคของลูอิส แฮมิลตัน ที่มี แองเจล่า คัลเลน เป็นนักกายภาพบำบัดประจำตัวมานาน ก็เป็นภาพสะท้อนชัดว่าวงการกีฬาความเร็วให้ความสำคัญกับร่างกายมากแค่ไหน
สรุปประเด็นสำคัญ
- กล้ามเนื้อคอที่แข็งแรงคือสิ่งจำเป็นของนักแข่ง F1 ที่ต้องรับแรง G สูง
- หลักการเดียวกันใช้บรรเทาอาการปวดคอจากการใช้หน้าจอได้
- ท่าฝึกง่าย ๆ เริ่มจากแพลงก์ด้านข้าง ท่านอนเกร็งคอ และ chin tuck
- ใช้เวลาฝึกแค่ครั้งละ 10–15 นาที สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง
- ตั้งเตือนทุก 30–60 นาที เพื่อปรับท่านั่งระหว่างทำงาน
- ช่วยลดความเสี่ยงและฟื้นฟูจากอาการกระทบกระเทือนสมองได้ด้วย
tag:#TechNeck #คอจากเทคโนโลยี #ComputerNeck #ปวดคอจากคอม #NeckTraining #ฝึกกล้ามเนื้อคอ #Formula1 #ฟอร์มูลาวัน #F1Drivers #นักแข่งเอฟวัน #SebastianVettel #LewisHamilton #ลูอิสแฮมิลตัน #MichaelSchumacher #มิเชลชูมัคเกอร์ #AnttiKontsas #NeeruJayanthi #PostureCorrection #จัดท่านั่ง #DeskJob #งานนั่งโต๊ะ #RemoteWork #ทำงานทางไกล #FitnessRoutine #ออกกำลังกาย #SportsMedicine #เวชศาสตร์การกีฬา #ConcussionPrevention #MiamiGrandPrix #OliverBearman #AngelaCullen #SpineHealth #สุขภาพกระดูกสันหลัง #Wellness #สุขภาพดี #BeWell #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #FarangThai