เนทันยาฮูเตรียมพบทรัมป์ที่ทำเนียบขาว การประชุมเดิมพันสูงท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน
เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เตรียมเดินทางเข้าพบโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมร่วมพิธีศพของวุฒิสมาชิกลินด์เซย์ เกรแฮม (Lindsey Graham) ผู้ล่วงลับ
โดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดพบเบนจามิน เนทันยาฮู ที่ทำเนียบขาวในวันอังคาร ซึ่งถือเป็นการพบปะที่มีเดิมพันสูงและเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนัก
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ผู้นำทั้งสองจะหารือเรื่องความขัดแย้งในอิหร่าน กรอบข้อตกลงสันติภาพในเลบานอน (Lebanon) และความพยายามขยายข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) นอกจากนี้ ทรัมป์ยังมีกำหนดพบโวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ประธานาธิบดียูเครน ที่ทำเนียบขาวในวันเดียวกัน เพื่อหารือเรื่องสงครามในยูเครน
ผู้นำอิสราเอลรายนี้เห็นแรงสนับสนุนต่อสงครามอิหร่านที่เขาผลักดันมาตลอดลดลงในประเทศตัวเอง ขณะที่แรงสนับสนุนต่อการกระทำของรัฐบาลอิสราเอลในสหรัฐฯ ก็ร่วงลงเช่นกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับทรัมป์ ซึ่งเนทันยาฮูเคยยกย่องซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็น "เพื่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่รัฐอิสราเอลเคยมีในทำเนียบขาว" ก็ดูตึงเครียดไม่แพ้กัน เมื่อถูกถามบนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน เมื่อวันจันทร์ ถึงกรณีที่เนทันยาฮูวิจารณ์การตัดสินใจขายเครื่องบินรบ F-35 ให้ตุรกี (Turkey) ทรัมป์ตอบว่า "ไม่มีใครมาบอกได้ว่าเราควรขายอะไรหรือไม่ควรขายอะไร"
เมื่อถูกถามว่าเขากับเนทันยาฮูมีความเห็นตรงกันเรื่องอิหร่านหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า "เรามีความเห็นต่างกันนิดหน่อย แต่ก็ใกล้เคียงกันมาก"
เนทันยาฮูกล่าวเปิดการประชุมคณะรัฐมนตรีอิสราเอลเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขากับทรัมป์จะหารือถึงสถานการณ์สงครามอิหร่านที่ยังไม่มีทีท่าจะยุติลง เดือนนี้สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีต่อเนื่องเกือบสองสัปดาห์เต็ม ขณะที่อิหร่านก็โจมตีเรือและเป้าหมายของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเช่นกัน การพบกันครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่เจอหน้ากันนับตั้งแต่สำนักข่าว Axios รายงานเมื่อเดือนก่อนว่า ทรัมป์เคยเรียกเนทันยาฮูว่า "บ้าสุดๆ" ในถ้อยคำหยาบคาย ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ที่ตึงเครียด ทรัมป์ยืนยันกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก โพสต์ (New York Post) ว่ารายงานดังกล่าวเป็นความจริง โดยกล่าวว่า "ผมค่อนข้างหงุดหงิดที่เขาทะเลาะกับเลบานอนอยู่ตลอด"
เมื่อถูกถามถึงความขัดแย้งครั้งนี้ เนทันยาฮูกล่าวว่าเขากับทรัมป์บางครั้งก็มี "ความเห็นต่างเชิงยุทธวิธี" และเสริมว่า "เราหาทางแก้ไขกันได้เสมอ และเราทำเช่นนั้นในฐานะเพื่อนที่ดีต่อกัน"
การประชุมครั้งนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากสมาชิกสภาคองเกรสต่อการบริหารจัดการสงครามของรัฐบาล นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการ Epic Fury เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 นายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้ยอดทหารอเมริกันที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้รวมเป็น 18 นาย
สำนักข่าว NBC News เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่าคลังอาวุธของสหรัฐฯ กำลังลดลง และผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯ ปล่อยให้ขีปนาวุธและโดรนบางส่วนของอิหร่านผ่านระบบป้องกันของสหรัฐฯ ไปได้ เพื่อรักษาสต็อกอาวุธเอาไว้ ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังขอให้สภาคองเกรสอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอีก 67,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายกำลังการผลิตอาวุธและเร่งการส่งมอบ
ไมค์ วอลซ์ (Mike Waltz) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ในรายการ "Meet the Press" ว่าสหรัฐฯ "มีทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติภารกิจนี้ให้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น"
เมื่อถูกถามว่าทรัมป์ตัดสินใจไม่ยกระดับการโจมตีอิหร่านแล้วหรือไม่ วอลซ์กล่าวว่าประธานาธิบดีกำลังให้ "พื้นที่" กับการเจรจาระหว่างสองประเทศ แต่ทางเลือกทั้งหมดยังคงอยู่บนโต๊ะ
ในการให้สัมภาษณ์รายการ "Sunday Morning Futures" ทางฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) เมื่อวันอาทิตย์ เนทันยาฮูกล่าวว่าหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ และอิสราเอล "ทำงานร่วมกันใกล้ชิดมากจนผมไม่จำเป็นต้องนำข้อมูลใหม่มาเสนอ แต่ผมคิดว่าการได้นั่งพูดคุยกับเพื่อนที่ดีอย่างประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อฟังว่าเขาคิดอะไรอยู่นั้นเป็นเรื่องดี เพราะหลายอย่างท้ายที่สุดแล้วมันคือการตัดสินใจของเขา"
เนทันยาฮูกล่าวต่อว่า "แต่ขอให้ผมพูดสิ่งหนึ่ง และผมคิดว่าผมควรพูดให้ชัดเจนมาก หากอิหร่านโจมตีอิสราเอล ไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่านกองกำลังตัวแทน ไม่ว่าจะด้วยขีปนาวุธพิสัยไกล อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนสังหาร นั่นจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ เพราะการตอบโต้ของเรา การตอบโต้ของอิสราเอล จะรุนแรงมากอย่างแน่นอน"

เมื่อสัปดาห์ก่อน ทรัมป์กล่าวว่าซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) จะต้องฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิสราเอลผ่านข้อตกลงอับราฮัม ก่อนที่เขาจะอนุมัติข้อตกลงนิวเคลียร์พลเรือนกับประเทศดังกล่าว เนทันยาฮูกล่าวทางฟ็อกซ์นิวส์เมื่อวันอาทิตย์ว่าเขาเชื่อว่าทรัมป์ "พูดถูกต้องอย่างยิ่ง" ที่ตั้งเงื่อนไขนี้
เนทันยาฮูยังมีกำหนดร่วมพิธีไว้อาลัยวุฒิสมาชิกลินด์เซย์ เกรแฮม ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนอิสราเอลอย่างแข็งขันและเป็นสายเหยี่ยวต่ออิหร่าน เนทันยาฮูกล่าวยกย่องเกรแฮมในถ้อยแถลงต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอาทิตย์ว่าเขาคือ "เพื่อนที่ยิ่งใหญ่ของอิสราเอล"
"ผมต้องบอกว่า เขาเป็นหนึ่งในเพื่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิสราเอลนับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ และมันเหมาะสมแล้วที่เราจะแสดงความเคารพต่อเขาในครั้งนี้" เนทันยาฮูกล่าวถึงเกรแฮม
การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของเนทันยาฮูครั้งนี้ยังเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากโซรัน มัมดานี (Zohran Mamdani) นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวในวิดีโอที่โพสต์ลงแพลตฟอร์ม X ว่านครนิวยอร์กไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะจับกุมนายกรัฐมนตรีอิสราเอล หากเขาเดินทางมาร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในเดือนกันยายน มัมดานียังเรียกร้องในวิดีโอเดียวกันให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เข้าร่วมศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) และดำเนินการตามหมายจับเนทันยาฮู
สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นภาคีของศาลอาญาระหว่างประเทศ ทรัมป์ตอบโต้คำพูดของมัมดานีผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อสัปดาห์ก่อนว่าเนทันยาฮู "จะไม่ถูกจับกุมไม่ว่าในรูปแบบใดทั้งสิ้น ขณะอยู่ในสหรัฐอเมริกา"
เนทันยาฮูกล่าวในรายการ "Sunday Morning Futures" ว่าเขาตั้งใจจะเดินทางไปนครนิวยอร์กเพื่อร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
tag:#BenjaminNetanyahu #DonaldTrump #อิสราเอล #อิหร่าน #ตะวันออกกลาง #ทำเนียบขาว #เลบานอน #สงคราม #ZohranMamdani #WorldNews #การเมืองโลก #FarangThai