ภาพถ่ายดาวเทียมเผยความเสียหายรุนแรงจากน้ำท่วมเนปาล
ภาพถ่ายดาวเทียมชุดใหม่เผยให้เห็นความเสียหายมหาศาลตลอดแนวแม่น้ำตรีศูลี (Trishuli River) ในเนปาล จากเหตุน้ำท่วมฉับพลันที่คร่าชีวิตผู้คนไปจำนวนมากเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ต้นเหตุมาจากการถล่มของธารน้ำแข็งบนภูเขา
ภาพก่อน-หลังเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่าหลายจุดในหุบเขาที่ถูกกระแสน้ำและเศษซากมหาศาลซัดผ่าน หมู่บ้าน สะพาน และโรงไฟฟ้าพลังน้ำถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง
ทางการเนปาลระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 550 คน และยังมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน
หนึ่งในจุดที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดซึ่งทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงของบีบีซี (BBC Verify) นำมาวิเคราะห์ คือด่านชายแดนสำคัญระหว่างเนปาลกับทิเบต (Tibet) ซึ่งถูกกระแสน้ำท่วมซัดจนพังยับเยิน และเหตุการณ์นี้ยังถูกบันทึกไว้ด้วยกล้องวงจรปิด
ภาพถ่ายดาวเทียมจากบริษัทข่าวกรองสัญชาติอเมริกัน แวนเตอร์ (Vantor) แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวแทบจะถูกน้ำซัดหายไปทั้งหมด ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่น่าตกใจแสดงให้เห็นช่วงเวลาที่กระแสน้ำมหาศาลซัดผ่านอาคารบ้านเรือน ขณะผู้คนพยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
ร่องรอยความเสียหายและโคลนสามารถพบเห็นได้ไกลถึงกว่า 2.5 กิโลเมตรเหนือแม่น้ำ และสูงถึง 100 เมตรจากจุดที่กระแสน้ำปะทะครั้งแรก
ห่างลงไปทางใต้อีกไม่กี่กิโลเมตรคือหมู่บ้านทีมูเร (Timure) ซึ่งตอนนี้แทบไม่เหลือสภาพเดิมให้เห็นแล้ว
บริเวณนี้ผนังหุบเขาทั้งสองฝั่งชันมาก สูงถึง 50 เมตรจากระดับน้ำ ภาพถ่ายแสดงให้เห็นว่าบ้านเรือนส่วนใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินลาดนี้หายไปหรือถูกโคลนกลบจนมิด
ถัดลงไปอีก 10 กิโลเมตรตามลำน้ำ บริเวณที่แม่น้ำตรีศูลีไหลผ่านหมู่บ้านเชียปรูเบซี (Syapru Besi) ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดแสดงให้เห็นว่าหมู่บ้านทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยโคลน หิน และเศษซากต่าง ๆ บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ หายไปทั้งหมด รวมถึงสะพานและโรงไฟฟ้าพลังน้ำด้วย
หนึ่งในหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากพลังของน้ำท่วมคือหมู่บ้านตรีศูลี (Trishuli) ซึ่งเป็นจุดที่คลิปวิดีโอยืนยันเหตุการณ์ชุดแรก ๆ ถูกเผยแพร่ออกมา
ภาพถ่ายดาวเทียมของตัวเมืองและพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนลงมาทางใต้ประมาณ 45 กิโลเมตร แสดงให้เห็นว่าทั้งย่านชุมชนแทบจะถูกน้ำซัดหายไปทั้งหมด
คลิปวิดีโอที่ผ่านการยืนยันแล้วจากตัวเมืองแสดงให้เห็นสะพานถล่มลงมาขณะแม่น้ำเชี่ยวกรากซัดเข้ามา ในช่วงเวลาเดียวกันแต่มองจากมุมพื้นดิน ภาพจากภายในรถบัสแสดงให้เห็นผู้คนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและพยายามหนีเอาชีวิตรอด เมื่อเห็นกระแสน้ำพุ่งเข้ามาตามลำน้ำ
นอกจากนี้ยังมีคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นผู้คนหลบภัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง มองลอดผ่านขอบระเบียงขณะเฝ้าดูกระแสน้ำท่วมซัดทุกอย่างรอบตัวหายไป พร้อมทั้งเศษเหล็กขนาดใหญ่และรถยนต์ที่ถูกซัดเข้ามาปะทะตัวบ้าน
น่าประหลาดใจที่บ้านหลังนี้ยังคงตั้งอยู่ได้ และในคลิปวิดีโอที่ผ่านการยืนยันอีกชุดหนึ่ง ผู้รอดชีวิตยังปรากฏภาพยืนอยู่ท่ามกลางโคลนหลังน้ำลด
ภาพถ่ายจากผู้ให้บริการดาวเทียม แพลนเน็ต แล็บส์ (Planet Labs) ที่เผยแพร่ในวันนี้ ยังช่วยให้เห็นภาพต้นตอของภัยพิบัติชัดเจนขึ้น จากจุดที่ธารน้ำแข็งถล่มลงมา ซึ่งช่วงเวลานั้นถูกบันทึกไว้ด้วยโดรนที่ผ่านการยืนยันแล้วเช่นกัน
ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าธารน้ำแข็งก้อนมหึมาถล่มลงมา เปิดทางให้หินและเศษซากไหลบ่าผ่านหุบเขาเป็นแนวยาว
ที่บริเวณฐานของดินถล่ม ต้นไม้และพืชพรรณต่าง ๆ ถูกลอกจนเกลี้ยงในระดับความสูงกว่า 300 เมตรเหนือพื้นแม่น้ำ

เส้นทางความเสียหายนี้ลากยาวต่อไปทางทิศตะวันตกตามแม่น้ำที่บวมขึ้น ก่อนจะไหลวกลงทางใต้
ภาพถ่ายดาวเทียมยังแสดงให้เห็นการก่อตัวของทะเลสาบกั้นน้ำ (barrier lake) ที่ฐานของเส้นทางดินถล่ม ซึ่งทางการจีนออกมาเตือนว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำอีกครั้ง และเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ดร.อาร์กา บาเนอร์จี (Argha Banerjee) นักธารน้ำแข็งวิทยาจากสถาบันวิทยาศาสตร์และวิจัยการศึกษาแห่งอินเดีย (Indian Institute of Science Education and Research) ให้สัมภาษณ์กับทีม BBC Verify ว่าจากภาพถ่ายที่มีอยู่ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าตัวกั้นทะเลสาบมีความมั่นคงแค่ไหน หรือมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใดที่น้ำในทะเลสาบจะไหลทะลักออกมาอย่างฉับพลัน
แต่เขาระบุว่าพื้นที่ผิวน้ำของทะเลสาบไม่ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญระหว่างวันพุธถึงวันพฤหัสบดี แม้จะยังมีน้ำไหลเข้าสู่ทะเลสาบอย่างต่อเนื่องก็ตาม
ดร.บาเนอร์จียังกล่าวว่ามีช่องทางระบายน้ำที่มองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งบ่งชี้ว่ามีน้ำบางส่วนไหลออกไปตามลำน้ำด้านล่างอยู่แล้ว โดยระบุว่าปริมาณน้ำที่ไหลออกนั้น "ไม่ได้มากจนน่าตกใจ" และดูเหมือนจะเริ่มคงที่แล้ว
ส่วนความเสียหายฝั่งทิเบตของพรมแดนยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด หลังจีนผนวกดินแดนดังกล่าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 และจำกัดการเข้าถึงของสื่อต่างชาติอย่างมาก ทีม BBC Verify ยังไม่สามารถหาคลิปวิดีโอที่ผ่านการยืนยันได้จากพื้นที่ดังกล่าว
ภาพถ่ายดาวเทียมชุดนี้ ซึ่งเป็นเพียงภาพเบื้องต้นของความเสียหายทั้งหมด ถูกเผยแพร่โดยแวนเตอร์ภายใต้โครงการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Program) เพื่อช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถระบุพื้นที่ที่ควรมุ่งเน้นในการค้นหาผู้สูญหาย ช่วยเหลือผู้รอดชีวิต และเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิต
tag:#เนปาล #น้ำท่วม #SatelliteImagery #ธารน้ำแข็งถล่ม #NepalFlood #ภัยพิบัติ #TrishuliRiver #เอเชีย #BBCVerify #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #FarangThai