เนปาล-ทิเบต น้ำท่วม-โคลนถล่มดับแล้วอย่างน้อย 270 ราย เตือนเสี่ยงน้ำท่วมระลอกสอง

เนปาล-ทิเบต น้ำท่วม-โคลนถล่มดับแล้วอย่างน้อย 270 ราย เตือนเสี่ยงน้ำท่วมระลอกสอง

ทีมกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตต่อเนื่อง หลังน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่บริเวณพรมแดนเนปาล-ทิเบตพัดบ้านเรือนพังราบ ถนนจมน้ำ และสะพานหลายแห่งถูกกระแสน้ำซัดหายไป ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตในฝั่งเนปาลอยู่ที่อย่างน้อย 270 ราย ขณะที่มีรายงานผู้สูญหายรวมกันทั้งสองฝั่งพรมแดนกว่า 800 คน

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าต้นเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้คือ "ธารน้ำแข็งถล่มและการไหลของเศษซาก" ซึ่งก่อให้เกิดกำแพงน้ำและโคลนพัดถล่มลงมาตามลำน้ำ และผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่ามีความเสี่ยงจะเกิดน้ำท่วมระลอกใหม่ เนื่องจากเศษซากยังคงอุดตันเส้นทางน้ำอยู่

ในฝั่งทิเบต มีผู้สูญหายอย่างน้อย 558 คน และยืนยันผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดยยังไม่ชัดเจนว่าตัวเลขนี้ซ้ำซ้อนกับฝั่งเนปาลหรือไม่ ทั้งสองฝั่งพรมแดนมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสูญหายรวมหลายร้อยคน ทางการเนปาลระบุว่าในจำนวนนี้มีชาวอินเดีย 178 คน ชาวเนปาล 127 คน ชาวอเมริกัน 65 คน ชาวออสเตรเลีย 35 คน และชาวอังกฤษ 33 คน

สถานการณ์ล่าสุดจากพื้นที่

ถนนในเนปาลมีสะพานพังถล่มบางส่วน เต็มไปด้วยเศษซากกิ่งไม้และโคลน

นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) ประกาศว่าสหราชอาณาจักรจะให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่เนปาลเป็นมูลค่า 5 ล้านปอนด์ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่กงสุลลงพื้นที่เพื่อดูแลพลเมืองอังกฤษตลอด 24 ชั่วโมง โดยตำรวจเนปาลรายงานว่าขณะนี้มีชาวอังกฤษสูญหายแล้ว 33 คน เบิร์นแฮมระบุว่าอังกฤษยังเสนอส่งทีมกู้ภัยฉุกเฉินไปช่วยด้วย แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลเนปาล

กองทัพเนปาลแถลงว่าได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วกว่า 350 คนในพื้นที่น้ำท่วม โดยในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 50 คน แบ่งเป็นชาวอินเดีย 30 คน ชาวจีน 8 คน ชาวเกาหลีใต้ 8 คน ชาวอเมริกัน 2 คน และชาวอิตาลี 2 คน

อัชนา และ ชเรยา อาฮูจา ในภาพถ่ายครอบครัว

หนึ่งในเรื่องราวที่สะเทือนใจคือของสองพี่น้อง อัชนา และ ชเรยา อาฮูจา (Ashna and Shreya Ahuja) ที่ยังรอลุ้นข่าวคราวของพ่อแม่ ดีปัก และ มาธุ อาฮูจา (Deepak and Madhu Ahuja) ซึ่งเดินทางจากรัฐเท็กซัส สหรัฐฯ ไปแสวงบุญที่ภูเขาไกรลาส (Mount Kailash) ในทิเบต เพื่อฉลองวันเกิดครบรอบ 60 ปีของฝ่ายพ่อ ทั้งคู่เพิ่งเสร็จสิ้นทริปและกำลังข้ามจากทิเบตกลับเข้าเนปาลเมื่อน้ำท่วมซัดถล่มใกล้พรมแดนพอดี ลูกสาวเล่าว่าได้คุยโทรศัพท์กับพ่อแม่ครั้งสุดท้ายเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุ และได้ติดต่อกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กับสถานทูตในเดลี เนปาล และจีนแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน

"ผ่านมาแค่วันเดียว แต่รู้สึกเหมือนนานกว่านั้นมาก" สองพี่น้องกล่าวกับบีบีซี "เราแค่รักพวกเขามาก และอยากให้พวกเขากลับบ้านปลอดภัย"

ดีปัก และ มาธุ อาฮูจา ยืนถ่ายรูปหน้าภูเขาไกรลาส
เฮลิคอปเตอร์บินอยู่เหนือแนวต้นไม้ มองจากพื้นดิน

ผู้สื่อข่าวบีบีซีที่ลงพื้นที่เมืองตรีศูลี (Trishuli) รายงานว่าศูนย์ฝึกทหารในพื้นที่ถูกดัดแปลงเป็นฐานกู้ภัยแนวหน้า มีเฮลิคอปเตอร์ทั้งของกองทัพและเอกชนบินขึ้นลงตลอดเวลาเพื่อประสานงานค้นหาผู้สูญหาย ขณะที่ญาติผู้สูญหายจำนวนมากมารอฟังข่าวอยู่หน้าค่ายทหาร

ฝูงชนจำนวนมากยืนรอต่อแถวอยู่หน้าค่ายทหารริมถนนที่มีต้นไม้ล้อมรอบ
โฆษกกระทรวงต่างประเทศอินเดีย รันธีร์ ไจสวาล นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ให้สัมภาษณ์

ตัวเลขผู้สูญหายพุ่งสูง หลายประเทศเร่งอพยพพลเมือง

กระทรวงต่างประเทศอินเดียแถลงว่ามีชาวอินเดียติดต่อไม่ได้แล้ว 288 คน โดยราว 200 คนติดค้างอยู่ในทิเบตและกำลังรอการอพยพ โฆษกกระทรวงฯ รันธีร์ ไจสวาล (Randhir Jaiswal) ระบุว่าบางส่วนอาจสูญหายจริง และกำลังประสานงานกับทางการท้องถิ่นเพื่อค้นหา ขณะที่ชาวอินเดีย 21 คนที่เดินทางไปแสวงบุญไกรลาส-มานาสโรวาร์ (Kailash Mansarovar) ได้รับการช่วยเหลือแล้ว

ภาพมุมกว้างของหมู่บ้านริมแม่น้ำตรีศูลีที่ได้รับความเสียหายหนัก พื้นที่กว้างถูกปกคลุมด้วยน้ำและโคลน

ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาภัยพิบัติแห่งมหาวิทยาลัยตริภูวัน (Tribhuvan University) บาซันตา ราช อธิการี (Basanta Raj Adhikari) เตือนว่ามีความเสี่ยงจะเกิด "คลื่นน้ำท่วมระลอกที่สองและสาม" ในวันนี้หรือพรุ่งนี้ พร้อมระบุว่าแม้ปริมาณฝนจะไม่มาก แต่ดินถล่มยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ และทีมของเขายังคงเฝ้าติดตามความเสี่ยงในเทือกเขาหิมาลัยอย่างใกล้ชิด "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเกิดขึ้นจริงที่นี่" เขากล่าว

ทางการเนปาลรายงานผ่านโซเชียลมีเดียว่าพบศพแล้ว 270 ศพจากพื้นที่ประสบภัย ขณะที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน หลิน เจียน (Lin Jian) ระบุว่ามีชาวจีนสูญหายราว 100 คน และจีนกำลังประสานความร่วมมือกับเนปาลอย่างใกล้ชิดในภารกิจค้นหาและกู้ภัย พร้อมให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินตามความต้องการของเนปาล สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี (CCTV) ของทางการจีนรายงานว่าจำนวนผู้สูญหายในเขตกิยรอง (Gyirong) ของทิเบตเพิ่มเป็น 558 คน ซึ่งรวมชาวต่างชาติ 260 คน ขณะที่หน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติเนปาลระบุว่ามีผู้สูญหายในฝั่งเนปาลอีก 826 คน โดยยังไม่ชัดเจนว่าตัวเลขทั้งสองฝั่งซ้ำซ้อนกันหรือไม่

หมู่บ้านในเขตนุวาโกฏ ประเทศเนปาล ถูกโคลนท่วมบางส่วน บ้านเรือนจมอยู่ในโคลนขณะที่ลำธารโคลนไหลผ่านด้านขวาของภาพ

ไกด์นำเที่ยวรายหนึ่งซึ่งตัดสินใจเลื่อนแผนพากรุ๊ปทัวร์ข้ามจากกิยรองเข้าเนปาลในนาทีสุดท้าย เล่าประสบการณ์หวุดหวิดกับสำนักข่าว Tide News ของจีนว่าวันเกิดเหตุเป็น "วันที่โชคดีอย่างที่สุด แต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ" เขาเล่าว่าฝนตกทั้งคืนก่อนหน้า จึงตัดสินใจพากรุ๊ปขึ้นไปยังจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งก่อน ระหว่างที่กำลังเดินป่าอยู่ก็ได้ยินเสียงดังกึกก้อง กว่าจะรู้ว่าเกิดโคลนถล่มก็ตอนที่ใบอนุญาตข้ามพรมแดนที่ปกติใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงกลับไม่ผ่านตามปกติ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสวมเสื้อชูชีพสีแดงและหมวกนิรภัยสีขาว สำรวจความเสียหายหลังน้ำท่วมฉับพลันในเขตนุวาโกฏ

เดวิด ฟิชเชอร์ (David Fisher) หัวหน้าคณะผู้แทนสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (International Federation of the Red Cross and Red Crescent Societies) ประจำเนปาล ระบุว่าสถานการณ์ในพื้นที่ยัง "วิกฤตอย่างรุนแรง" หลายพื้นที่ทางเหนือของเนปาลเข้าถึงได้เฉพาะทางเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น เพราะสะพานและถนนถูกตัดขาด เขาระบุว่าหลายคนต้องนอนกลางแจ้งเมื่อคืนที่ผ่านมา และหมู่บ้านรวมถึงตลาดทั้งหมู่บ้านถูก "กวาดหายไป" พร้อมกังวลว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก

อีกหนึ่งกลุ่มที่ยังไม่มีข่าวคราวคือผู้แสวงบุญอย่างน้อย 77 คนที่เดินทางไปกับมูลนิธิอิชา (Isha Foundation) ก่อตั้งโดยผู้นำจิตวิญญาณชาวอินเดีย สาธคุรุ (Sadhguru) โดยกลุ่มดังกล่าวเพิ่งเสร็จสิ้นการแสวงบุญที่ไกรลาส-มานาสโรวาร์ และกำลังเดินทางกลับกรุงกาฐมาณฑุเมื่อขาดการติดต่อ ผู้ประสานงานของมูลนิธิเล่าว่าได้คุยกับหัวหน้ากรุ๊ปครั้งสุดท้ายเวลา 09:05 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่จะติดต่อไม่ได้อีกเลยภายในสิบนาทีถัดมา กลุ่มนี้มีสมาชิกจากสหรัฐฯ ออสเตรเลีย อังกฤษ และประเทศในยุโรปและเอเชียหลายแห่ง ส่วนใหญ่มีเชื้อสายอินเดีย

บริษัททัวร์สัญชาติเนปาล Trekkers' Society ยืนยันว่ามีชาวอังกฤษ 9 คนสูญหายหลังข้ามพรมแดนเนปาล-ทิเบตระหว่างเดินทางไปแสวงบุญที่ภูเขาไกรลาส เป็นชายอายุ 14-54 ปี จำนวน 4 คน และหญิงอายุ 40-53 ปี จำนวน 5 คน ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท โรชาน บาสเนต (Roshan Basnet) เล่าว่าตอนเกิดน้ำท่วม กลุ่มทัวร์ยังอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งจีน และขาดการติดต่อกับไกด์นำทางทันที "ญาติของผมบางคนก็อยู่ในทริปนั้นด้วย ตอนนี้เราไม่มีข้อมูลเลยว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน" เขากล่าว

กลุ่มคนราว 18 คนถ่ายภาพหมู่บนสนามหญ้า มีพุ่มไม้อยู่ด้านหลัง

ผู้แสวงบุญกว่า 30 คนจากรัฐทมิฬนาฑู (Tamil Nadu) ของอินเดียก็ยังสูญหายเช่นกัน ตามข้อมูลของบริษัททัวร์ Super Yatra Agency ซึ่งพากรุ๊ป 57 คนเดินทางมา เจ้าของบริษัท ไซเอ็ด ซาดิก (Syed Sadiq) เผยว่าลูกชายของเขาก็อยู่ในกลุ่มนี้ในฐานะไกด์ "ครั้งสุดท้ายที่ผมคุยกับเขาคือคืนวันอังคารก่อนน้ำท่วม" เขากล่าว พร้อมระบุว่าได้รับแจ้งว่าเฮลิคอปเตอร์จากกาฐมาณฑุช่วยเหลือชาวอินเดียบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง

ยอดนักท่องเที่ยวขาดการติดต่อพุ่งเกือบ 650 คน

มุมสูงของบ้านเรือนจมโคลนหลังน้ำท่วมฉับพลันที่เดวีฆาฏ เทศบาลเมืองบิดูร์ เขตนุวาโกฏ เนปาล

คณะกรรมการการท่องเที่ยวเนปาลระบุว่ามีนักท่องเที่ยวขาดการติดต่อรวม 644 คน จากเหตุน้ำท่วมที่แม่น้ำโภเฏโกสี (Bhotekoshi) แบ่งเป็นชาวอินเดีย 178 คน ชาวเนปาล 127 คน ชาวยูเครน 53 คน ชาวมาเลเซีย 51 คน ชาวอเมริกัน 65 คน ชาวออสเตรเลีย 35 คน และชาวอังกฤษ 33 คน โฆษกคณะกรรมการฯ ซูนิล ชาร์มา (Sunil Sharma) ระบุว่ากำลังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อค้นหาและกู้ภัยอย่างเต็มที่

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมเส้นทางยอดนิยมสู่สถานที่แสวงบุญไกรลาส-มานาสโรวาร์ในทิเบต รวมถึงเขตเดินป่ายอดนิยมลังตัง (Langtang) และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์โกไซกุนดา (Gosain Kunda) ตำรวจท่องเที่ยวเนปาลระบุว่านักท่องเที่ยวราวสองโหลได้รับการช่วยเหลือจากเขตราสุวาไปยังเขตนุวาโกฏที่อยู่ใกล้เคียงแล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันสัญชาติได้ทั้งหมด ก่อนหน้านี้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเนปาลเผยว่ากองทัพเนปาลได้ช่วยเหลือชาวอินเดีย 21 คนกลับมายังกาฐมาณฑุแล้ว

ทางการเนปาลรายงานความคืบหน้าล่าสุดว่าพบศพเพิ่มเป็น 177 ศพจากเหตุน้ำท่วมและโคลนถล่มเมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษา 33 คน และมีตำรวจถูกส่งลงพื้นที่ช่วยภารกิจกู้ภัยแล้วกว่า 3,318 นาย

นักวิทยาศาสตร์ชี้ธารน้ำแข็งถล่มคือต้นตอ

มุมมองจากโดรนแสดงบ้านเรือนริมแม่น้ำตรีศูลี บ้านและถนนใกล้ริมฝั่งจมโคลน ขณะที่บ้านเรือนกลุ่มอื่นด้านหลังดูเหมือนไม่ได้รับผลกระทบ

ไซมอน คุก (Simon Cook) อาจารย์อาวุโสด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง แห่งมหาวิทยาลัยดันดี (University of Dundee) ผู้เชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็งวิทยา เล่าว่าเพื่อนร่วมทีมตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมพบว่าส่วนล่างของธารน้ำแข็งใกล้พื้นที่น้ำท่วมหายไป บ่งชี้ว่าเกิด "หิมะถล่มน้ำแข็งหรือธารน้ำแข็งถล่ม" บางคนเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากแผ่นดินไหวกระตุ้นหิมะถล่ม แต่นักธรณีวิทยาในทีมของเขาเชื่อว่าจริง ๆ แล้วเป็นธารน้ำแข็งที่ถล่มลงมากระแทกพื้นหุบเขาต่างหาก ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรงมหาศาลของเหตุการณ์นี้

คุกระบุว่าทีมของเขา "ตกใจกับขนาดของภัยพิบัติ" และตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งในเทือกเขาหิมาลัย สวิตเซอร์แลนด์ และเทือกเขาโดโลไมต์ในอิตาลี "เมื่อดูรูปแบบของเหตุการณ์เหล่านี้ ก็อดคิดไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง" เขากล่าว พร้อมอธิบายว่าภาวะโลกร้อนอาจทำให้ชั้นดินเยือกแข็งถาวรที่ช่วยยึดโครงสร้างภูเขาละลายและเสื่อมสภาพ ส่งผลให้พื้นที่ภูเขาสูงไม่มั่นคง และเสี่ยงเกิดดินถล่ม การไหลของเศษซาก น้ำท่วมจากธารน้ำแข็งละลาย และทะเลสาบแตกมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ภัยพิบัติครั้งนี้ยังส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อเนปาล เนื่องจากความเสียหายเกิดขึ้นตามแนวชายแดนที่ติดกับจีน คู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของเนปาลรองจากอินเดีย การค้าระหว่างสองประเทศเติบโตอย่างมากนับตั้งแต่เนปาลเข้าร่วมโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ของจีนในปี 2017 (พ.ศ. 2560) โดยข้อมูลจาก Observatory of Economic Complexity ระบุว่ามูลค่าการค้ารวมของทั้งสองประเทศอยู่ที่เกือบ 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024 (พ.ศ. 2567) ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจีนอย่างรถยนต์ รถบัส เครื่องใช้ไฟฟ้า และอาหารที่เนปาลนำเข้า ภัยพิบัติทางธรรมชาติในอดีตเคยสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่เนปาลนับร้อยล้านดอลลาร์จากโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายและการค้าที่หยุดชะงัก

อลัน ฮินเคส สวมเสื้อลายตารางสีเทาขาว นั่งอยู่บนโซฟาสีแดงในสตูดิโอ BBC Breakfast

อลัน ฮินเคส (Alan Hinkes) นักปีนเขาผู้มีประสบการณ์ตรงกับน้ำท่วมฉับพลันในเนปาลมาก่อน ยอมรับว่าไม่เคยเห็นความรุนแรงและ "ระเบิด" ขนาดนี้มาก่อนเช่นกัน เขาระบุว่าเส้นทางเดินขึ้นภูเขาไกรลาสในทิเบตมีผู้แสวงบุญทั้งชาวฮินดูและชาวพุทธใช้งานจำนวนมาก และในสถานการณ์นี้การกู้ภัยทำได้เฉพาะทางเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กเท่านั้น เพราะสะพานทุกแห่งถูกน้ำพัดหายไปหมด เขาเสริมว่าทั้งหุบเขาถูก "ขุดกวาด" จนบ้านเรือนสองฝั่งแม่น้ำถูกพัดหายหรือฝังอยู่ใต้โคลน ซึ่งเป็นภาพที่ "น่าสลดใจอย่างยิ่ง"

กลุ่มบ้านเรือนริมแม่น้ำในเขตนุวาโกฏที่ถูกน้ำท่วมฉับพลันทำลายอย่างหนัก ผนังบ้านถูกฉีกจนเห็นภายใน

หน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติเนปาลสรุปสถานการณ์ล่าสุดว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 165 ราย และผู้สูญหายอีก 826 คน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยว 529 คน ขณะที่กลุ่มทัวร์รายหนึ่งรายงานว่ามีสมาชิกกรุ๊ปรวมไกด์และลูกทัวร์ 47 คนขาดการติดต่อ ฝั่งทิเบตพบผู้สูญหายในเขตกิยรองเพิ่มเป็น 558 คน รวมชาวต่างชาติ 260 คน และมีผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว 3 ราย โดยยังไม่ชัดเจนว่าตัวเลขทั้งสองฝั่งซ้ำซ้อนกันหรือไม่ กองทัพเนปาลระดมกำลังพล 2,000 นายเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตทั้งทางบกและทางอากาศ ขณะที่ฝั่งทิเบตทางการจีนระบุว่าสภาพอากาศแปรปรวนและภูมิประเทศห่างไกลทำให้การกู้ภัยยากลำบากยิ่งขึ้น

ทีมกู้ภัยในจีนแถลงต่อสื่อทางการว่าภารกิจสำคัญที่สุดตอนนี้คือการควบคุมเสถียรภาพของ "ทะเลสาบกั้นเขื่อนธรรมชาติ" (barrier lake) ที่อยู่เหนือพื้นที่ภัยพิบัติ โดยระบุว่าการเคลียร์เศษซากและรักษาความปลอดภัยของทีมทำได้ก็ต่อเมื่อกำจัดจุดเสี่ยงนี้ออกไปก่อน ซึ่งสอดคล้องกับความกังวลก่อนหน้านี้ว่าเศษซากที่อุดตันตามลำน้ำอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมระลอกที่สองตามมา

ที่มา : BBC News

tag:#Nepal #Tibet #น้ำท่วม #โคลนถล่ม #ธารน้ำแข็ง #MountKailash #ภัยพิบัติ #กู้ภัย #โลกร้อน #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #FarangThai

อ่านเพิ่มเติม

เนปาลเตือนภัยน้ำท่วมซ้ำ ขณะชุมชนยังต่อสู้กับความเสียหายจากภัยพิบัติครั้งก่อน

ข่าวรอบโลก

เนปาลเตือนภัยน้ำท่วมซ้ำ ขณะชุมชนยังต่อสู้กับความเสียหายจากภัยพิบัติครั้งก่อน

ทางการเนปาล (Nepal) ออกเตือนภัยน้ำท่วมระลอกใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ พร้อมขอให้ประชาชนในเขตที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังระดับน้ำในแม่น้ำโบเตโกชี (Bhotekoshi) เพิ่มสูงขึ้น การแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนตลอดช่

By Gossip Girl!!!
เทรกกิ้งคือหัวใจของพื้นที่ภูเขาในเนปาลที่เพิ่งเผชิญน้ำท่วมรุนแรง

ข่าวรอบโลก

เทรกกิ้งคือหัวใจของพื้นที่ภูเขาในเนปาลที่เพิ่งเผชิญน้ำท่วมรุนแรง

เทือกเขาบริเวณชายแดนเนปาล (Nepal)-จีน มีอันตรายแฝงอยู่เสมอ ล่าสุดเห็นได้ชัดจากน้ำท่วมฉับพลันในสัปดาห์นี้ที่เกิดจากธารน้ำแข็งถล่ม คร่าชีวิตผู้คนไปหลายร้อยรายและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง แต่ขณะเดียวกัน เทือกเขาแห่งนี้ก็เป็นแรงดึงดูดสำคั

By Gossip Girl!!!
การแข่งกับเวลาเพื่อไม่ให้อังกฤษขาดแคลนน้ำ

ข่าวรอบโลก

การแข่งกับเวลาเพื่อไม่ให้อังกฤษขาดแคลนน้ำ

หนึ่งค่ำคืนต้นเดือนสิงหาคม โทรศัพท์ของแดเนียล ไซเซอร์ (Daniel Sizer) เกษตรกรรายหนึ่ง ดังขึ้นพร้อมข้อความจากหน่วยงานน้ำในพื้นที่ว่า "ระดับน้ำในแม่น้ำยังต่ำ แต่ฟื้นตัวพอที่จะให้ใช้น้ำรดพืชได้หนึ่งคืนในคืนนี้" เช่นเดี

By Gossip Girl!!!
โจรสลัดโซมาเลียกลับมาระบาดหนัก ผลพวงสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านลามถึงน่านน้ำแอฟริกา

ข่าวรอบโลก

โจรสลัดโซมาเลียกลับมาระบาดหนัก ผลพวงสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านลามถึงน่านน้ำแอฟริกา

การจี้เรือใกล้ชายฝั่งโซมาเลีย (Somalia) กำลังกลับมาเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่อีกครั้ง ซ้ำเติมเส้นทางเดินเรือที่เผชิญแรงกดดันอยู่แล้วจากการปิดล้อมทางทะเลและความขัดแย้งที่ลุกลามมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ (US) กับอิหร่าน (Iran) สัปดาห์ที่ผ่านมา เรือบรรทุกสิ

By Gossip Girl!!!