โมร็อกโกโทษโซเชียลมีเดีย อ้างต้นเหตุคลื่นผู้อพยพบุกชายแดนเซวตา
โมร็อกโก (Morocco) ออกมาระบุว่าคลื่นผู้อพยพหลายพันคนที่บุกเข้าเมืองเซวตา (Ceuta) ดินแดนของสเปน (Spain) บนชายฝั่งแอฟริกาเหนือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นผลจากหลายปัจจัยรวมกัน โดยเฉพาะ "การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในทางที่ผิด" และการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน ผู้อพยพส่วนใหญ่ถูกทางการสเปนส่งตัวกลับประเทศหลังเหตุการณ์บุกชายแดนที่ทั้งฉับพลันและมีผู้เสียชีวิต
เจ้าหน้าที่โมร็อกโกระบุเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า คลื่นผู้อพยพหลายพันคนที่ทะลักเข้าเซวตา เมืองเล็กๆ ของสเปนบนชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนของโมร็อกโก เมื่อสัปดาห์ก่อน "ไม่ใช่ผลจากปัจจัยเฉพาะหน้าหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอง"
ราชิด เอล คาลฟี (Rachid El Khalfi) โฆษกกระทรวงมหาดไทยโมร็อกโก กล่าวว่า "เหตุการณ์นี้เป็นผลจากหลายปัจจัยที่ทับซ้อนกัน โดยเฉพาะการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในทางที่ผิด การเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน บทบาทของเครือข่ายค้ามนุษย์ และการตีความข้อมูลทางกฎหมายและการปกครองผิดพลาด ซึ่งสร้างภาพลวงตาว่าการเข้าสู่พื้นที่ยุโรปทำได้ง่ายและไม่มีผลทางกฎหมายตามมา"
ผู้อพยพชาวโมร็อกโกบางคนบอกกับซีบีเอส นิวส์ (CBS News) ว่าเห็นโพสต์บนโซเชียลมีเดียระบุว่า "สเปนคือประตูที่เปิดอยู่" พร้อมคลิปวิดีโอคนว่ายน้ำจากโมร็อกโกไปยังเซวตา ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังข้อความเหล่านี้
เปโดร ซานเชซ (Pedro Sánchez) นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวโทษเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าการทะลักข้ามพรมแดนที่พุ่งสูงขึ้นมาจาก "ขบวนการค้ามนุษย์" ที่พยายามฉวยโอกาสจากคำตัดสินล่าสุดของศาลฎีกาสเปนซึ่งทำให้การผลักดันผู้อพยพที่มาทางทะเลจากโมร็อกโกกลับทำได้ยากขึ้น
ชายหนุ่มคนหนึ่งบอกว่าเห็นโพสต์ที่พูดถึงคำตัดสินของศาลดังกล่าว ผู้ที่ให้สัมภาษณ์กับซีบีเอส นิวส์ ระบุว่าพวกเขาไม่ได้วางแผนล่วงหน้าที่จะเดินทางมาสเปน แต่ตัดสินใจว่ายน้ำข้ามแบบฉับพลันเมื่อเห็นคนอื่นทำแบบนั้น

เอล คาลฟี ระบุว่ามีประชาชนประมาณ 40,000 คนมุ่งหน้าสู่เมืองเซวตา และอีก 1,135 คนมุ่งหน้าสู่เมเลียา (Melilla) ดินแดนของสเปนอีกแห่งที่อยู่ทางตะวันออกออกไป ตัวเลขนี้ต่ำกว่าประมาณการก่อนหน้านี้ที่ระบุว่ามีคนมุ่งหน้าสู่เซวตาราว 50,000-60,000 คน
กระทรวงมหาดไทยโมร็อกโกยังเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แตกต่างจากตัวเลขของทางการสเปน ซึ่งระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 72 คน ทั้งจากการจมน้ำและการเหยียบกันตาย ขณะที่เอล คาลฟี ระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 11 คน โดยหนึ่งคนพลัดตกจากพื้นที่โขดหินใกล้เซวตา ส่วนอีก 10 คนเสียชีวิตจากการจมน้ำ
เขากล่าวว่าทางการโมร็อกโกกำลังทำงานร่วมกับทางการสเปนเพื่อตรวจสอบยืนยันตัวเลข อัตลักษณ์ และสัญชาติของผู้เสียชีวิต โดยผู้ที่พยายามข้ามพรมแดนส่วนใหญ่เป็นชาวโมร็อกโก
ผู้อพยพส่วนใหญ่ที่ทะลักเข้าเซวตาเดินทางกลับโมร็อกโกแล้วภายในวันอาทิตย์ หลายคนเดินข้ามพรมแดนกลับไปเอง เอล คาลฟี ยังระบุว่าผู้ที่เดินทางไปถึงเมเลียาทั้งหมด "ถูกส่งตัวกลับทันที" ด้านทางการสเปนระบุว่ามีแผนจะเพิ่มรั้วรอบเมืองเซวตา
เซวตาและเมเลียาเป็นดินแดนเดียวที่สหภาพยุโรปมีพรมแดนทางบกติดกับทวีปแอฟริกา
เซวตาเป็นเขตปกครองพิเศษของสเปนที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งแอฟริกาเหนือ ติดกับโมร็อกโก แม้ในทางภูมิศาสตร์จะอยู่ในทวีปแอฟริกา แต่มีสถานะเป็นส่วนหนึ่งของสเปนและสหภาพยุโรป ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นจุดหมายของผู้อพยพจำนวนมากที่หวังจะเข้าสู่ยุโรป

เซวตามักถูกมองว่าเป็นจุดหมายของผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าสเปนจากแอฟริกา แต่การข้ามพรมแดนจากโมร็อกโกเข้าสู่เซวตาไม่ได้แปลว่าผู้อพยพจะเข้าถึงยุโรปได้โดยอิสระในทันที เพราะยังต้องผ่านด่านตรวจชายแดนเพิ่มเติมเพื่อเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ยุโรป และทางเลือกด้านการเดินทางก็มีจำกัด
เหตุการณ์วุ่นวายบนชายหาดและท้องถนนของเซวตาได้รับการประณามอย่างรุนแรงจากเจ้าหน้าที่สเปนและผู้นำฝ่ายอนุรักษนิยมทั่วยุโรป
จอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) นายกรัฐมนตรีอิตาลี เรียกร้องให้สหภาพยุโรประงับข้อตกลงเชงเก้น (Schengen agreement) กับสเปน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายเสรีภายในกลุ่มประเทศสมาชิก ขณะที่โลรองต์ นูเนซ (Laurent Nunez) รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส ระบุว่าได้สั่งการให้ "เข้มงวดมาตรการทันที" บริเวณพรมแดนที่ฝรั่งเศสมีร่วมกับสเปน
tag:#Morocco #Ceuta #Spain #ผู้อพยพ #Immigration #PedroSanchez #โซเชียลมีเดีย #ชายแดนยุโรป #ค้ามนุษย์ #ข่าวต่างประเทศ #WorldNews #FarangThai