บิ๊กบอสบอลเกาหลีใต้ยื่นลาออก วงการลูกหนังเอเชียสะเทือนหลังฟุตบอลโลกล้มไม่เป็นท่า
บิ๊กบอสบอลเกาหลีใต้ยื่นลาออก วงการลูกหนังเอเชียสะเทือนหลังฟุตบอลโลกล้มไม่เป็นท่า
วงการฟุตบอลเอเชียกำลังเจ็บหนักหลังผลงานฟุตบอลโลกที่น่าผิดหวังสุด ๆ ล่าสุดวันจันทร์ที่ผ่านมา ชอง มง-กยู ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ ต่อยอดความวุ่นวายที่ลากยาวมาตั้งแต่ทัพโสมขาวตกรอบแบ่งกลุ่ม การลาออกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังกุนซือ ฮง มยอง-โบ ยอมถอย และซูเปอร์สตาร์ ซน ฮึง-มิน ออกมาขอโทษแฟนบอลทั้งประเทศ ขณะที่ฝั่งซาอุดีอาระเบียก็มีประธานสหพันธ์ลาออกเช่นกัน สะท้อนภาพรวมทั้งทวีปที่คว้าชัยได้แค่ 3 นัดจาก 29 เกม
เกาหลีใต้เดือด ประธานสมาคมประกาศวางมือ
แรงกระเพื่อมในวงการลูกหนังเอเชียยังไม่จบ เมื่อทั้งทวีปต้องมานั่งทำใจกับฟอร์มในฟุตบอลโลก (World Cup) ที่ต่ำกว่ามาตรฐานอย่างมาก และวันจันทร์ที่ผ่านมา ชอง มง-กยู (Chung Mong-gyu) ก็ตัดสินใจก้าวลงจากเก้าอี้ประธานสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ (Korea Football Association)
การลาออกของเขาเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากประธานาธิบดีของประเทศ และตามหลังการลาออกของโค้ช ฮง มยอง-โบ (Hong Myung-bo) เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังเกาหลีใต้ตกรอบแบ่งกลุ่มด้วยการพ่ายแอฟริกาใต้ (South Africa) 0-1 ในเกมปิดท้าย
"มีทั้งช่วงเวลาที่ผมทำได้ตามที่ทุกคนคาดหวัง และช่วงเวลาที่ผมทำให้ทุกคนผิดหวังอย่างลึกซึ้ง" ชอง ซึ่งนั่งเก้าอี้นี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 กล่าว "ความสำเร็จทั้งหมดเป็นเพราะนักเตะและแฟนบอลของเรา ส่วนความผิดพลาดทั้งหมดคือความรับผิดชอบของผมเอง"
"ผมเชื่อมั่นว่าฟุตบอลเกาหลีจะก้าวข้ามอุปสรรคและกลับไปยืนบนจุดสูงสุดได้อีกครั้ง เหมือนที่เคยทำมาตลอด"
ด้านซูเปอร์สตาร์ของทีมอย่าง ซน ฮึง-มิน (Son Heung-min) ก็ออกมาขอโทษกับผลงานของทีมผ่านโพสต์ยาวบนโซเชียลมีเดีย โดยบอกว่าเขา "เจ็บปวดจนบรรยายไม่ถูก" และอยากจะ "เอาชนะใจ" คนทั้งชาติให้ได้อีกครั้ง
ไม่ใช่แค่เกาหลี ซาอุฯ ก็มีประธานลาออก
หนึ่งวันหลัง ฮง ลงจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติเกาหลีใต้ ยัสเซอร์ อัล-มิเซฮาล (Yasser Al-Misehal) ก็ประกาศลาออกจากเก้าอี้ประธานสหพันธ์ฟุตบอลซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia Football Federation) หลังทีมซาอุฯ ร่วงตั้งแต่ด่านแรกในการมาเล่นฟุตบอลโลกครั้งที่เจ็ด
"การที่ทีมชาติไม่สามารถผ่านเข้ารอบต่อไปของฟุตบอลโลกได้ เป็นผลลัพธ์ที่ต่ำกว่าความมุ่งหวังทั้งหมดของเรา" อัล-มิเซฮาล เขียนบนโซเชียลมีเดีย "ผมขอรับผิดชอบอย่างเต็มที่ และขอโทษทุกคนที่หวังจะได้เห็นทีมของเราอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่านี้"
ภาพรวมทั้งทวีป ชนะแค่ 3 จาก 29 นัด
ทีมจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (Asian Football Confederation หรือ AFC) คว้าชัยได้เพียง 3 นัดจาก 29 เกมในฟุตบอลโลกที่ขยายเป็น 48 ทีม จากตัวแทนทั้งเก้าทีม มีเพียงออสเตรเลีย (Australia) และญี่ปุ่น (Japan) เท่านั้นที่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้ ส่วนอิหร่าน (Iran) แม้จะไม่แพ้ใคร แต่การเสมอสามนัดก็ยังไม่พอพาทีมเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
ทั้งออสเตรเลียและญี่ปุ่นต่างตกรอบ 32 ทีม ซึ่งเป็นด่านแรกสุดของรอบน็อกเอาต์ โดยทัพโซคเกอรูส์ (Socceroos) ความหวังสุดท้ายของ AFC พ่ายให้อียิปต์ (Egypt) ในการดวลจุดโทษ ทั้งนี้เก้าอี้ของโค้ช โทนี โปโปวิช (Tony Popovic) นั้นมั่นคงอยู่แล้ว เพราะเขาเซ็นสัญญาฉบับใหม่ก่อนเกมเปิดสนามที่ทีมเอาชนะตุรกี (Turkey)
ญี่ปุ่นถือเป็นทีมที่ทำผลงานดีที่สุด ด้วยการถล่มตูนิเซีย (Tunisia) 4-0 และเสมอกับเนเธอร์แลนด์ (Netherlands) และสวีเดน (Sweden) จบอันดับสองของกลุ่ม ก่อนจะไปนำบราซิล (Brazil) 1-0 ในครึ่งแรก แต่สุดท้ายทัพซามูไร บลู (Samurai Blue) ก็มาโดนแชมป์ห้าสมัยตีเสมอและแซงจากประตูในนาทีที่ 96
"ตลอดสามนัดรอบแบ่งกลุ่มและเกมสู้ยิบตากับบราซิล ผมสัมผัสได้ว่าสิ่งที่เราสร้างมานั้นแข่งขันในเวทีโลกได้" กุนซือ ฮาจิเมะ โมริยาสุ (Hajime Moriyasu) กล่าว "ถ้าเราเดินหน้าพัฒนาต่อไปอย่างมั่นคง สักวันหนึ่งจะมาถึงวันที่เราก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่งของโลกได้"
เชค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาลิฟา (Sheikh Salman bin Ibrahim Al Khalifa) ประธาน AFC ออกมาเตือนว่ายังมีงานอีกมากที่ทีมอื่น ๆ ต้องทำเพื่อไล่ตามให้ทัน "แม้เราจะยินดีกับสองทีมที่ผ่านเข้ารอบ แต่เราก็ต้องมองผลลัพธ์โดยรวมตามความเป็นจริงด้วย" ซัลมาน กล่าวถึงรอบน็อกเอาต์ "ทีมของเรากำลังพัฒนาและแสดงจิตใจนักสู้ที่ยอดเยี่ยม แต่ช่องว่างกับทีมระดับท็อปสุดยังคงมีอยู่ และเราต้องทำงานหนักต่อไปเพื่ออุดช่องว่างนั้น"
บทเรียนและอนาคตของหลายทีม
สถิติเข้ารอบรองชนะเลิศของเกาหลีใต้เมื่อปี พ.ศ. 2545 ยังคงเป็นมาตรฐานสูงสุดของทวีปในฟุตบอลโลกชาย ขณะที่ญี่ปุ่นแพ้ในรอบน็อกเอาต์มาแล้วสี่ครั้ง และออสเตรเลียมีสถิติแพ้รวด 0-3 ในเกมน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก
ฝั่งจอร์แดน (Jordan) แพ้รวดทั้งสามนัดในการลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรก และแยกทางกับโค้ช จามาล เซลลามี (Jamal Sellami) ไปเมื่อวันอาทิตย์ โดยเซลลามีเข้ามารับงานในปี พ.ศ. 2567 และช่วยพาจอร์แดนคว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568
ยังมีกระแสจับตาอนาคตของกุนซือกาตาร์ (Qatar) และอิรัก (Iraq) หลังทั้งสองทีมจบด้วยการรั้งบ๊วยของกลุ่มตัวเอง ส่วนอุซเบกิสถาน (Uzbekistan) ที่ลงเล่นเวทีระดับโลกเป็นครั้งแรกก็ทำแต้มไม่ได้เลยแม้แต่แต้มเดียว แต่โค้ช ฟาบิโอ คันนาวาโร (Fabio Cannavaro) เตรียมทำงานต่อ โดยเกมที่อุซเบกิสถานพ่ายนัดสุดท้ายคือการแพ้คองโก (Congo) หนึ่งในเก้าชาติแอฟริกาที่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้
"นักเตะของผมทุกคนได้เรียนรู้แล้วว่าการเล่นในระดับนี้มันยากแค่ไหน" คันนาวาโร อดีตกัปตันทีมชาติอิตาลี (Italy) ชุดแชมป์โลกปี พ.ศ. 2549 กล่าว "เราได้ประสบการณ์ล้ำค่า ไม่ใช่แค่นักเตะ แต่รวมถึงตัวผมเอง ทีมงาน และสหพันธ์ด้วย ผมหวังว่าประสบการณ์นี้จะเป็นแรงผลักดันให้เราในอนาคต"
ประเด็นสำคัญโดยสรุป
- ชอง มง-กยู ลาออกจากประธานสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ หลังนั่งตำแหน่งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ต่อจากการลาออกของโค้ช ฮง มยอง-โบ
- ซน ฮึง-มิน โพสต์ขอโทษแฟนบอล บอกเจ็บปวดจนบรรยายไม่ถูก และอยากเอาชนะใจคนทั้งชาติอีกครั้ง
- ฝั่งซาอุดีอาระเบีย ยัสเซอร์ อัล-มิเซฮาล ก็ลาออกจากประธานสหพันธ์ หลังทีมตกรอบแรกในการเล่นฟุตบอลโลกครั้งที่เจ็ด
- ทีมเอเชียชนะได้แค่ 3 นัดจาก 29 เกม มีเพียงออสเตรเลียและญี่ปุ่นที่ผ่านรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็ตกรอบ 32 ทีม
- จอร์แดนแยกทางกับโค้ช ขณะที่กุนซือกาตาร์และอิรักถูกจับตา ส่วนคันนาวาโรยังคุมอุซเบกิสถานต่อ
tag:#ฟุตบอลโลก #ฟุตบอลเอเชีย #เกาหลีใต้ #ซนฮึงมิน #WorldCup2026 #KFA #ซาอุดีอาระเบีย #ญี่ปุ่น #AFC #Sports #FarangThai
Source: AP