ลูกชายผู้กำกับ "เมื่อแฮร์รี่พบแซลลี่" ขอเงินทรัสต์พ่อแม่เพื่อสู้คดีฆาตกรรมตัวเอง
นิค ไรเนอร์ (Nick Reiner) บุตรชายของ ร็อบ ไรเนอร์ (Rob Reiner) ผู้กำกับชื่อดังฮอลลีวูด ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอเงินจากกองทุนทรัสต์ที่พ่อแม่ตั้งไว้ให้ตั้งแต่ปี 2536 อ้างว่าต้องการใช้เป็นค่าจ้างทนายความสู้คดีที่ตัวเองถูกกล่าวหาว่าฆ่าพ่อแม่ทั้งสองคน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เมื่อร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์คลาสสิกอย่าง When Harry Met Sally, Stand By Me และ A Few Good Men พร้อมด้วยมิเชล ซิงเกอร์ ไรเนอร์ (Michele Singer Reiner) ภรรยาของเขา ถูกพบเสียชีวิตด้วยบาดแผลจากการถูกแทงในบ้านพักย่านเบรนต์วูด (Brentwood) ลอสแอนเจลิส นิค ไรเนอร์ อายุ 32 ปี ถูกจับกุมไม่กี่ชั่วโมงต่อมา และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ทนายความฝ่ายแพ่งของนิคยื่นคำร้องต่อศาลเมือง Los Angeles เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าผู้ดูแลทรัสต์ขัดขวางการเบิกเงินโดยไม่มีเหตุผลทางกฎหมาย ทั้งที่ตามเจตนารมณ์ในพินัยกรรม นิคควรได้รับครึ่งหนึ่งของเงินทรัสต์เมื่ออายุ 30 ปี และที่เหลือเมื่ออายุ 35 ปี แต่เขาไม่เคยได้รับเงินดังกล่าวเลย
ในคำร้อง ทนายความระบุว่า "นิครักพ่อแม่ของเขา และเขาสะเทือนใจกับการจากไปของพวกเขา แต่เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ตามหลักกฎหมาย และมีสิทธิ์ต่อสู้คดีด้วยทรัพยากรที่เป็นของตัวเองโดยชอบธรรม"
บทบาทของพี่น้องและทนายชื่อดังที่ถอนตัว
นิคเคยว่าจ้าง อลัน แจ็กสัน (Alan Jackson) ทนายที่มีชื่อเสียงในฮอลลีวูดเป็นผู้แทนคดี แต่แจ็กสันถอนตัวออกไปภายในเวลาไม่ถึงเดือน โดยไม่ระบุเหตุผลสาธารณะ คำร้องล่าสุดเปิดเผยว่าพี่น้องของนิค คือ เจค และโรมี ไรเนอร์ ตกลงจะช่วยจ่ายค่าทนาย แต่กลับเปลี่ยนใจ แจ็กสันระบุในเอกสารว่าพร้อมกลับมารับคดีอีกครั้งหากมีเงินทุนเพียงพอ
ทรัสต์มีมูลค่าอย่างน้อย 1.5 ล้านดอลลาร์ แต่ผู้ดูแลทรัสต์ปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัด
คดีอาญาเคลื่อนไปอย่างช้ามาก มีกำหนดนัดฟังก่อนการพิจารณาครั้งถัดไปในเดือนกันยายน อัยการยังไม่ตัดสินใจว่าจะขอโทษประหารชีวิตหรือไม่ และยังไม่มีการเปิดเผยแรงจูงใจใดๆ ต่อสาธารณะ
ที่มา : AP News