รีบดู Johnny Mnemonic หนังไซเบอร์พังก์ปี 1995 ก่อนลาจอ Netflix วันที่ 30 มิถุนายนนี้
รีบดู Johnny Mnemonic หนังไซเบอร์พังก์ปี 1995 ก่อนลาจอ Netflix วันที่ 30 มิถุนายนนี้
Johnny Mnemonic หนังไซเบอร์พังก์สุดคัลต์ปี 1995 กำลังจะออกจาก Netflix ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ชม Keanu Reeves ในบทบาทที่หลุดจากภาพจำของเขาอย่างสิ้นเชิง พร้อมฉากระเบิดอารมณ์ที่กลายเป็นไวรัลทุกครั้งที่มีคนได้เห็นเป็นครั้งแรก
Keanu Reeves ในบทที่หลุดจากภาพจำ
โดยปกติแล้ว Keanu Reeves ไม่ใช่นักแสดงที่เราจะจ้างมาเล่นใหญ่ขโมยซีน เขาเป็นนักแสดงสายมั่นคง น่าเชื่อถือ ที่หนังถูกสร้างขึ้นรอบตัวเขา ไม่ใช่แนวอย่าง Nicolas Cage ที่ระเบิดอารมณ์จนตาเหลือก แต่ก็มีไม่กี่บทที่ Reeves ได้เล่นแหวกแนวจากตัวเอง เช่น Johnny Silverhand ใน Cyberpunk 2077 และบทใน Johnny Mnemonic เรื่องนี้
เรื่องย่อ
หนังดัดแปลงแบบหลวม ๆ จากเรื่องสั้นชื่อเดียวกันของ William Gibson นักเขียนไซเบอร์พังก์ระดับตำนาน (ผู้แต่ง Neuromancer) Reeves รับบทเป็น "คนส่งข้อมูล" ที่รับจ้างขนข้อมูลอย่างปลอดภัยผ่านฮาร์ดไดรฟ์ที่ฝังอยู่ในสมอง
แต่งานครั้งล่าสุดดันมีปัญหา เพราะแพ็กเกจข้อมูลใหญ่เกินกว่าที่สมองของเขาจะรับไหว เมื่องานพัง Johnny ถูกทิ้งให้ติดอยู่ในนิวเจอร์ซีย์ ลูกค้าตาย ไม่มีพวกพ้อง ไดรฟ์โหลดเกิน และไม่มีทางดึงข้อมูลออกมา หากเอาข้อมูลออกจากหัวไม่ได้ภายในไม่กี่วัน สมองของเขาจะถูกทำลายจนถึงตาย นั่นคือถ้ากลุ่มยากูซ่าไม่ตัดหัวเขาก่อน ทำให้เขาต้องร่วมมือกับ Jane ทหารรับจ้างไซบอร์ก (รับบทโดย Dina Meyer) เพื่อหาทางออกในตลาดมืด
ฉากที่กลายเป็นไวรัล
ในแง่ความเป็นหนัง Johnny Mnemonic อยู่ในแนวเดียวกับงานดิสโทเปียยุค 90 อย่าง Total Recall และ Strange Days ภาพอนาคตของมันมีแต่โรงแรมหรูหรากับซากปรักหักพังของโรงงาน ไม่มีตรงกลาง ทุกอย่างไม่สะอาดเอี่ยมก็เน่าผุพังไปเลย และน่าคิดว่างานภาพของมันมีอิทธิพลต่องานไซเบอร์พังก์ยุคหลังอย่าง Altered Carbon มากแค่ไหน
ความขัดแย้งระหว่างความสะอาดกับความเน่านี้เองที่นำไปสู่ฉากดัง ใกล้จบเรื่อง หลังรอดจากการโจมตีของนักฆ่าบ้าคลั่ง Johnny ระเบิดอารมณ์ออกมาเต็มที่ พร่ำพูดเรื่องความรับผิดชอบและความเห็นแก่ตัวยาวประมาณ 90 วินาทีในแบบที่ Reeves เล่นใหญ่สไตล์ Cage ที่หาชมได้ยาก ถ้าใครเคยดูมาแล้วคงร้องตามได้ว่า "I WANT ROOM SERVICE!"
ไม่ใช่หนังสมบูรณ์แบบ แต่ไม่น่าเบื่อ
ฉากนั้นฮาและคุ้มค่าที่จะดู แต่ตัวหนังโดยรวมค่อนข้างวุ่นวาย เดิมที Johnny ควรจะเป็นหนังอาร์ตทุนต่ำที่ Gibson ทำเองร่วมกับ Robert Longo จิตรกรที่มากำกับเป็นครั้งแรก ทั้งคู่ขอเงินแค่ 1.5 ล้านดอลลาร์ แต่กลับลงเอยด้วยทุน 30 ล้านดอลลาร์ มีนักแสดงดัง Dolph Lundgren และการเข้าแทรกแซงจากสตูดิโออย่างหนัก
ผลลัพธ์จึงเหมือนเด็กใส่สูทของพ่อ คือมีจิตวิญญาณของหนังอินดี้แต่มีโปรดักชันแบบหนังแอ็กชันยุค 90 พร้อมนักแสดงดังเพียบทั้ง Takeshi Kitano, Ice-T และ Henry Rollins กับเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนเกินไป คนดูยุค 90 ไม่รู้จะรับมือกับมันยังไง และนักวิจารณ์ก็สับเละ
แต่เมื่อกลับมาดูตอนนี้ แม้ Johnny Mnemonic จะเล่าเรื่องสับสน แต่มันไม่เคยน่าเบื่อ มีทั้งฉากสังหารคุณภาพ ลัทธิเทคโน AI นอกคอก และฉากที่ประณีตเกินคาด ทั้งหมดสร้างขึ้นรอบตัว Reeves คุ้มค่าที่จะสละเวลาสักสองชั่วโมงในสุดสัปดาห์นี้ดูก่อนมันลาจอ Netflix และถ้าชอบ ลองหาเวอร์ชันขาวดำฉบับขยายของ Longo ที่ออกใน Blu-Ray มาดูเพิ่มได้
Source: Polygon